อาการเมา คือ ภาวะการมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูง จะทำให้เกิด อาการหลอดเลือดขยาย หน้าแดง ตัวแดง ส่งผลต่อ ความสามารถไปในควบคุมตนเองลดลง ความรู้สึกช้าลง การรับรู้ความรู้สึก การตอบสนอง สติต่างๆ ลดความสามารถลง การทรงตัวลดลง การสื่อสาร การใช้สายตา  

อาการเมา เมาเหล้า ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูง อาการของโรค

อาการเมา เกิดจากอะไร ทำไมเมื่อดื่มสุราแล้วถึงเมา กลไกการเกิดอาการเมาเป็นอย่างไร เมื่อเมาแล้วต้องทำอย่างไรจึงหาย อาการเมาค้างเกิดได้อย่างไร บทความนี้จะนำความรู้มาเสนอ

อาการเมา คือ อาการที่เกิดหลังจาก การดื่มสุรา หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าไป จะทำให้เกิด อาการหลอดเลือดขยาย ทำให้ หน้าแดง ตัวแดง ความสามารถไปในควบคุมตนเอง ลดลง ความรู้สึกช้าลง เนื่องจาก ระบบประสาทเครือข่ายใยสมองลดการเชื่อมต่อลง ทำให้ การรับรู้ความรู้สึก การตอบสนอง สติต่างๆ ลดความสามารถลง การทรงตัวลดลง การสื่อสาร การใช้สายตา ลดลง อาการคลื่นไส้ อาเจียน อาการขาดน้ำ สลบ จนถึงขั้น โคม่า ได้

วัฒนธรรมการดื่ม เนื่อง การดื่ม มีมาช้านานแล้ว ตั้งแต่สมัยโบราณ ส่วนมากเพื่อ การสังสรรค์ ในงานรื่นเริงต่างๆ เพราะ การดื่มจะทำให้เกิด การผ่อนคลาย จากอาการเมา อารมณ์ดี สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีวิวัฒนา การเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย กลายเป็น อุตสาหกรรมทำเงินใหญ่โต ในสังคมไทย ในงานเทศกาลประจำปี ตั้งแต่ ปีใหม่ สงกรานต์ การบวช งานแต่ง งานฉลองส่วนตัว งานประเพณีท้องถิ่นต่างๆ ล้วนแต่มี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อยู่ในงานทั้งสิ้น การดื่ม การเมา จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคน ที่จะต้องเข้าใจ กฏ ระเบียบสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกัน อย่างสงบสุข  ปลอดภัย

กลไกการเกิดอาการเมา

  • เมื่อ แอลกอฮอล์ เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของ แอลดีไฮด์ Acetal aldehyde โดยเอนไซม์ alcohol dehydrogenase คือ การกำจัดหมู่ไฮโดรเจน ออกจาก แอลกอฮอล์
  • จากนั้น Acetal aldehyde จะถูกย่อยต่อเป็น Acetate โดยเอนไซม์ Acetal dehydrogenase ร่างกายจะสามารถนำ Acetate ไปใช่เป็น พลังงาน ได้
  • แต่ใน ร่างกายมนูษย์ ผลิตเอนไซม์ ได้ใน ปริมาณที่จำกัด จึงเกิด การสะสมของ Acetal aldehyde ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ เพราะ ขัดขวาง กระบวนการเมตาบอริซึม ปกติ โดย สะสมมากที่ตับ ส่งผลต่อ การทำงานของระบบต่างๆภายในร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบย่อย ระบบดูดซึม ระบบขับถ่าย ทำให้เกิดอาการเมาตามที่กล่าวมาข้างต้น

ระดับของอาการเมา 

  • 30-50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ อาการเมาเล็กน้อย อารมณ์ดี ร่าเริง พูดมากขึ้น ตาม พรบ จลาจรให้สามารถดื่มได้ ไม่เกินระดับนี้ หากเกินกว่านี้ถือว่าผิดกฏหมาย ปรับ 20000 บาท มีโทษจำคุกอีกด้วย ไม่ควรดื่ม เบียร์เกิน 1 แก้วใหญ่ สุราเพียวไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนแก้ว
  • 50-100 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ความสามารถ การทรงตัวลดลง สติลดลง อาการชา ไม่รู้สึกเจ็บ
  • 100-200 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ สับสน มึนงง ความจำลดลง
  • มากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ สลบ หมดสติ นอนหลับลึก
  • มากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ อันตราย โคม่า เสียชีวิต

อาการเมาค้าง หรือ hang over เกิดขึ้นได้อย่างไร

  • การคลั่งของแอลดีไฮด์ เนื่องจาก ร่างกายยังไม่สามารถย่อยได้หมด เพราะ มีปริมาณมากเกินไป จึงยังตกค้างในร่างกาย ส่งผลให้เกิด อาการคลื่นไส้อาเจียน เพราะส่งผลต่อ การทำงานของกระเพาะอาหาร
  • การขาดน้ำของร่างกาย เนื่องจาก การดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลต่อ การทำงานของไต ใน การขับน้ำออก จากร่างกาย ผู้ดื่มจึงปัสสาวะบ่อย ทำให้ร่างกายขาดน้ำ น้ำในเซลล์ลดลง กดระบบประสาทเกิด อาการปวดศีรษะ
  • การทำงานของเซลล์มากขึ้น เพื่อ ซ่อมแซมความเสียหาย ทำให้มี การดึงพลังงานมาใช้มากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดอาการมึนงง

ดื่มอย่างฉลาดไม่โดยจับ สุขภาพดีระยะยาว เพื่อสังสรรค์

  • ไม่มียาลดการเมาใดๆ ได้ผล ทั้งงานวิจัย หรือสมุนไพรใดๆ ลดการเมาได้
  • ดื่มน้ำมากๆ  หรือ รับประทานอาหาร อาจพอช่วยลด อาการเมาได้บ้าง
  • ดื่มไม่เกิน 1 แก้ว ค่อยๆจิบไปเรื่อยๆ ไม่เกินนี้
  • หากเป็นไปได้ ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะทุกชนิด
  • หากดื่มมากไปจนขาดไม่ได้ มักจะเกิดโรคต่างๆตามมา เช่น โรคกระเพาะอักเสบ โรคตับแข็ง โรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
  • มักมี การสูบบุหรี่ร่วมกับ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อเสี่ยงต่อการเป็น โรคถุงลมโป่งพอง  โรคมะเร็งปอด  โรคภูมิแพ้  โรคหลอดลมอักเสบ

ฝีในสมอง ( Brain abscess ) คือ การติดเชื้อที่สมองจนเกิดฝี เป็นโรคอันตราย ความรุนแรงสูง โรคระบบประสาทและสมอง สาเหตุของการเกิดโรค อาการของโรค การรักษาและการป้องกัน ทำอย่างไร 

ฝีสมอง ฝีในสมอง โรคฝีที่สมอง โรคฝีในสมอง

โรคฝีในสมอง คือโรคอะไร มีอาการโรคอย่างไร สาเหตุการเกิดโรคคืออะไร การตรวจโรคทำอย่างไร การรักษาและการป้องกันมีวิธีการทำเช่นไร บทความนี้จะนำข้อมูลมานำเสนอให้ทราบกัน

โรคฝีในสมอง ( Brain abscess ) คือ ภาวะการติดเชื้อในสมอง จนเกิดฝีขี้น จัดเป็นโรคอันตรายมีความรุนแรงสูง โรคระบบประสาทและสมอง โรคหนึ่งที่อยู่ในโรคการติดเชื้อภายในสมองและเนื้อเยื่อใกล้เคียง เรียกสภาพแบบนี้ว่าภาวะการติดเชื้อในสมอง หรือ Central nervous system infection โรคกลุ่มนี้มีความรุนแรงเป็นอย่างยิ่งเพราะหาก พบแพทย์ช้าอาจจะอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นควรเรียนรู้อาการป่วยเพื่อให้สามารถเข้าใจอาการและรีบพบแพทย์เมื่อพบอาการ โรคนี้ใกล้เคียงกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โรคฝีสมอง เป็นโรครุนแรงพบในเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่ เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหูน้ำหนวก โรคหัวใจพิการ ส่วนผู้ใหญ่มักป่วยจากการที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน จากการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดการติดเชื้อที่สมองและเกิดเป็นฝี

สาเหตุการเกิดโรคฝีในสมอง

  • การติดเชื้อจากการที่ได้รับเชื้อโดยตรง ส่วนมากจะมาจากอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดที่สมองและเกิดการติดเชื้อหลังจากที่ผ่าตัด
  • การติดเชื้อจากอวัยวะอื่น และลามเข้าสู่กระแสเลือดสุดท้ายแพร่มาที่สมองทำให้เกิดฝีที่สมอง
  • การติดเชื้อจากอวัยวะต่างๆที่ใกล้เคียงสมอง เช่น จากหู ฟัน แผลที่ศีรษะและใบหน้า และมีเชื้อหลุดลอดเข้าสู่สมองจนเกิดฝีที่สมอง
  • บุคคลที่ป่วยเป็นโรคติดเชื้อมในสมองอยู่แล้ว เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • บุคคลที่มีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคนี้มากขึ้น
  • บุคคลที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะมีโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคนี้มากกว่าปกติ
  • การติดเชื้อเรื้อรังบริเวณหรืออวัยวะใกล้กับศีรษะ เช่น ไซนัสอักเสบ โรคเหงือกอักเสบ แผลติดเชื้อที่ศีรษะ

อาการผู้ป่วยโรคฝีในสมอง

  • มีอาการหนองไหลออกทางหู
  • อาการปวดหัว เดินเซไปมา
  • อาการชัก
  • อาการคลื่นไส้อาเจียน
  • อาการตาพร่ามัว
  • อาการแขนขาอ่อนแรง
  • มีอาการไข้
  • ปวดหัวแบบรุนแรงมากๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคฝีในสมอง

  • ตรวจประวัติการรักษา
  • ตรวจอาการ
  • ตรวจร่างกาย
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์
  • ทำเอนอาร์ไอ

การรักษาโรคฝีในสมอง

  • การให้ยาต้านเชื้อที่ติด ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จนฝีหายโดยจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอดเวลา
  • หากฝีไม่หายไปต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาฝีออก
  • รักษาและควบคุมโรคอื่นๆที่เป็นสาเหตุ เช่น หูน้ำหนวก โรคหัวใจ เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้กลับมาเกิดโรคฝีในสมองซ้ำอีกครั้ง
  • หากทำการรักษาไม่ทันอาจจะทำให้เสียชีวิตได้
  • เมื่อรักษาแล้วอาจจะมีผลข้างเคียงบ้าง เช่น แขน ขา อ่อนแรง

การป้องกันการเกิดโรคฝีในสมอง

  • รักษาความสะอาดขั้นพื้นฐาน เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ
  • ควบคุมโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ที่จะเป็นสาเหตุของโรคฝีในสมอง
  • ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะที่จะกระทบกระเทือนต่อศีรษะ