โรคปากเบี้ยว ( Bell’s palsy ) คือ ความผิดปรกติของเส้นประสาทควบคุมใบหน้า ทำให้ ใบหน้าผิดรูป ปากเบี้ยว ข้างใดข้างหนึ่ง โรคระบบประสาทและสมอง ที่พบได้ทุกเพศทุกวัย เกิดจากเส้นประสาทคู่ที่7ผิดปรกติ แนวทางการรักษาทำอย่างไร  

โรคหน้าเบี้ยว ประสาทหน้าควบคุมไม่ได้ โรคระบบประสาท โรคทางสมอง

โรคปากเบี้ยว คือ โรคอะไร รักษาหายไหม มีอาการโรคอย่างไร สาเหตุการเกิดโรคคืออะไร การตรวจโรคทำอย่างไร การป้องกันโรคทำได้ไหม บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบกัน

โรคปากเบี้ยว ( Bell’s palsy ) คือ ภาวะความผิดปรกติของการควบคุมประสาทของใบหน้า ส่งผลให้เกิดใบหน้าผิดรูป มีอาการเบี้ยว มักจะเป็นหน้า ข้างใดข้างหนึ่ง จัดเป็น โรคระบบประสาทและสมอง สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย เป็นโรคที่เกิดอาการผิดปกติที่ใบหน้าบริเวณริมปากด้านใดด้านหนึ่ง บริเวณครึ่งซีกใบหน้าขยับไม่ได้ ปิดตาได้ไม่สนิท เพราะเส้นประสาทที่ควบคุมใบหน้าเส้นที่ 7 มีความผิดปกติ จึงทำให้เกิดอาการปากเบี้ยวตามที่กล่าว โดยคนค้นพบโรคนี้คือ Charles Bell จึงเป็นที่มาของชื่อโรคนี้ โรคนี้เกิดได้ทุกเพศทุกวัยแต่ในหญิงมีครรภ์ ช่วงเดือน 6-9 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ปกติแล้วโรคนี้จะหายได้ 80% ขึ้นไป ใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์หรือนานที่สุด สามเดือน รักษาด้วยยาและการผ่าตัด

อาการของโรคปากเบี้ยว

อาการเบื้องต้นที่พบส่วนมาก คือ รู้สึกหนักเมื่อตื่นตอนเช้า หลับตาได้แต่ไม่สนิทควบคุมไม่ได้ ตาแห้ง แสบตา ข้างเดียวกับที่ปากเบี้ยว ดื่มน้ำไม่ได้ มีน้ำไหลออกจากข้างปากควบคุมไม่ได้ ลิ้นรับรสได้ไม่ดีเหมือนก่อน หูอื้อข้างเดียวกับที่ปากเบี้ยว

สำหรับอาการอื่นมีโอกาสเกิดอาการร่วมกับอาการของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้ โดยสามารถสังเกตุอาการ โดย แขนขาอ่อนแรงโดยเป็นข้างเดียวกันกับปากที่เบี้ยว เห็นภาพไม่ชัด เกิดภาพซ้อน ทรงตัวไม่ได้ วินเวียนศีรษะ บ้านหมุน ต้องรีบนำตัวพบแพทย์เพื่อรักษาโดยด่วน

สาเหตุของการเกิดโรคปากเบี้ยว 

  • โรคเนื้องอกในสมอง และก้อนเนื้อไปกดทับเส้นประสาทควบคุมใบหน้า
  • เส้นประสาทคู่ที่ 7 ผิดปกติ อักเสบหรือกระทบกระเทือน
  • ความผิดปกติของก้านสมอง แต่พบเป็นส่วนน้อย
  • การติดเชื้อไวรัสเริม HSV1

การตรวจวินิจฉัยโรคปากเบี้ยว

  • การตรวจอาการเบื้องต้น
  • การตรวจแยกเชื้อที่ติด เช่น เชื้องูสวัด เชื้อเอชไอวี เชื้อไลม์ เชื้อซิฟิลิส
  • ตรวจดูการอักเสบของต่อมน้ำลายหน้าหู หรือ ต่อมน้ำเหลือง ที่กดทับเส้นประสาทที่ 7
  • ตรวจการกระทบกระเทือนที่ใบหน้า
  • ตรวจเลือดดูโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง

การรักษาโรคปากเบี้ยว

  • ทำการผ่าตัดแบบ micro vascular decompression
  • การใช้ยาสเตียรอยด์ ร่วมกับยาฆ่าเชื้อตามเชื้อที่พบ
  • ในกรณีมีอาการตาแห้งให้ใช้น้ำตาเทียม
  • กรณีปิดตาไม่ได้ให้ใช้ที่ครอบตาป้องกันฝุ่นเข้าตา
  • ทำการฝึกกายภาพกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามเดิม

การป้องกันโรคปากเบี้ยว

  • ในผู้สูงอายุ ป้องกันความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน เช่น รับประทานอาหารรสไม่จัด ลดหวาน มัน เค็ม เน้นผักและผลไม้ ออกกำลังกายอย่าสม่ำเสมอ
  • ในกรณีที่เกิดอาการ ถ้าหากไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย ไม่ต้องตกใจ สามารถรักษาหายได้ แต่หากมีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย ให้รีบพบแพทย์เพราะจะเกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ดูแลสุขลักษณะเบื้องต้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆ

ฝีในสมอง ( Brain abscess ) คือ การติดเชื้อที่สมองจนเกิดฝี เป็นโรคอันตราย ความรุนแรงสูง โรคระบบประสาทและสมอง สาเหตุของการเกิดโรค อาการของโรค การรักษาและการป้องกัน ทำอย่างไร 

ฝีสมอง ฝีในสมอง โรคฝีที่สมอง โรคฝีในสมอง

โรคฝีในสมอง คือโรคอะไร มีอาการโรคอย่างไร สาเหตุการเกิดโรคคืออะไร การตรวจโรคทำอย่างไร การรักษาและการป้องกันมีวิธีการทำเช่นไร บทความนี้จะนำข้อมูลมานำเสนอให้ทราบกัน

โรคฝีในสมอง ( Brain abscess ) คือ ภาวะการติดเชื้อในสมอง จนเกิดฝีขี้น จัดเป็นโรคอันตรายมีความรุนแรงสูง โรคระบบประสาทและสมอง โรคหนึ่งที่อยู่ในโรคการติดเชื้อภายในสมองและเนื้อเยื่อใกล้เคียง เรียกสภาพแบบนี้ว่าภาวะการติดเชื้อในสมอง หรือ Central nervous system infection โรคกลุ่มนี้มีความรุนแรงเป็นอย่างยิ่งเพราะหาก พบแพทย์ช้าอาจจะอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นควรเรียนรู้อาการป่วยเพื่อให้สามารถเข้าใจอาการและรีบพบแพทย์เมื่อพบอาการ โรคนี้ใกล้เคียงกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โรคฝีสมอง เป็นโรครุนแรงพบในเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่ เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหูน้ำหนวก โรคหัวใจพิการ ส่วนผู้ใหญ่มักป่วยจากการที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน จากการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดการติดเชื้อที่สมองและเกิดเป็นฝี

สาเหตุการเกิดโรคฝีในสมอง

  • การติดเชื้อจากการที่ได้รับเชื้อโดยตรง ส่วนมากจะมาจากอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดที่สมองและเกิดการติดเชื้อหลังจากที่ผ่าตัด
  • การติดเชื้อจากอวัยวะอื่น และลามเข้าสู่กระแสเลือดสุดท้ายแพร่มาที่สมองทำให้เกิดฝีที่สมอง
  • การติดเชื้อจากอวัยวะต่างๆที่ใกล้เคียงสมอง เช่น จากหู ฟัน แผลที่ศีรษะและใบหน้า และมีเชื้อหลุดลอดเข้าสู่สมองจนเกิดฝีที่สมอง
  • บุคคลที่ป่วยเป็นโรคติดเชื้อมในสมองอยู่แล้ว เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • บุคคลที่มีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคนี้มากขึ้น
  • บุคคลที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะมีโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคนี้มากกว่าปกติ
  • การติดเชื้อเรื้อรังบริเวณหรืออวัยวะใกล้กับศีรษะ เช่น ไซนัสอักเสบ โรคเหงือกอักเสบ แผลติดเชื้อที่ศีรษะ

อาการผู้ป่วยโรคฝีในสมอง

  • มีอาการหนองไหลออกทางหู
  • อาการปวดหัว เดินเซไปมา
  • อาการชัก
  • อาการคลื่นไส้อาเจียน
  • อาการตาพร่ามัว
  • อาการแขนขาอ่อนแรง
  • มีอาการไข้
  • ปวดหัวแบบรุนแรงมากๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคฝีในสมอง

  • ตรวจประวัติการรักษา
  • ตรวจอาการ
  • ตรวจร่างกาย
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์
  • ทำเอนอาร์ไอ

การรักษาโรคฝีในสมอง

  • การให้ยาต้านเชื้อที่ติด ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จนฝีหายโดยจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอดเวลา
  • หากฝีไม่หายไปต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาฝีออก
  • รักษาและควบคุมโรคอื่นๆที่เป็นสาเหตุ เช่น หูน้ำหนวก โรคหัวใจ เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้กลับมาเกิดโรคฝีในสมองซ้ำอีกครั้ง
  • หากทำการรักษาไม่ทันอาจจะทำให้เสียชีวิตได้
  • เมื่อรักษาแล้วอาจจะมีผลข้างเคียงบ้าง เช่น แขน ขา อ่อนแรง

การป้องกันการเกิดโรคฝีในสมอง

  • รักษาความสะอาดขั้นพื้นฐาน เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ
  • ควบคุมโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ที่จะเป็นสาเหตุของโรคฝีในสมอง
  • ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะที่จะกระทบกระเทือนต่อศีรษะ