ฝีในสมอง ( Brain abscess ) คือ การติดเชื้อที่สมองจนเกิดฝี เป็นโรคอันตราย ความรุนแรงสูง โรคระบบประสาทและสมอง สาเหตุของการเกิดโรค อาการของโรค การรักษาและการป้องกัน ทำอย่างไร 

ฝีสมอง ฝีในสมอง โรคฝีที่สมอง โรคฝีในสมอง

โรคฝีในสมอง คือโรคอะไร มีอาการโรคอย่างไร สาเหตุการเกิดโรคคืออะไร การตรวจโรคทำอย่างไร การรักษาและการป้องกันมีวิธีการทำเช่นไร บทความนี้จะนำข้อมูลมานำเสนอให้ทราบกัน

โรคฝีในสมอง ( Brain abscess ) คือ ภาวะการติดเชื้อในสมอง จนเกิดฝีขี้น จัดเป็นโรคอันตรายมีความรุนแรงสูง โรคระบบประสาทและสมอง โรคหนึ่งที่อยู่ในโรคการติดเชื้อภายในสมองและเนื้อเยื่อใกล้เคียง เรียกสภาพแบบนี้ว่าภาวะการติดเชื้อในสมอง หรือ Central nervous system infection โรคกลุ่มนี้มีความรุนแรงเป็นอย่างยิ่งเพราะหาก พบแพทย์ช้าอาจจะอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นควรเรียนรู้อาการป่วยเพื่อให้สามารถเข้าใจอาการและรีบพบแพทย์เมื่อพบอาการ โรคนี้ใกล้เคียงกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โรคฝีสมอง เป็นโรครุนแรงพบในเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่ เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหูน้ำหนวก โรคหัวใจพิการ ส่วนผู้ใหญ่มักป่วยจากการที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน จากการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดการติดเชื้อที่สมองและเกิดเป็นฝี

สาเหตุการเกิดโรคฝีในสมอง

  • การติดเชื้อจากการที่ได้รับเชื้อโดยตรง ส่วนมากจะมาจากอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดที่สมองและเกิดการติดเชื้อหลังจากที่ผ่าตัด
  • การติดเชื้อจากอวัยวะอื่น และลามเข้าสู่กระแสเลือดสุดท้ายแพร่มาที่สมองทำให้เกิดฝีที่สมอง
  • การติดเชื้อจากอวัยวะต่างๆที่ใกล้เคียงสมอง เช่น จากหู ฟัน แผลที่ศีรษะและใบหน้า และมีเชื้อหลุดลอดเข้าสู่สมองจนเกิดฝีที่สมอง
  • บุคคลที่ป่วยเป็นโรคติดเชื้อมในสมองอยู่แล้ว เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • บุคคลที่มีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคนี้มากขึ้น
  • บุคคลที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะมีโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคนี้มากกว่าปกติ
  • การติดเชื้อเรื้อรังบริเวณหรืออวัยวะใกล้กับศีรษะ เช่น ไซนัสอักเสบ โรคเหงือกอักเสบ แผลติดเชื้อที่ศีรษะ

อาการผู้ป่วยโรคฝีในสมอง

  • มีอาการหนองไหลออกทางหู
  • อาการปวดหัว เดินเซไปมา
  • อาการชัก
  • อาการคลื่นไส้อาเจียน
  • อาการตาพร่ามัว
  • อาการแขนขาอ่อนแรง
  • มีอาการไข้
  • ปวดหัวแบบรุนแรงมากๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคฝีในสมอง

  • ตรวจประวัติการรักษา
  • ตรวจอาการ
  • ตรวจร่างกาย
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์
  • ทำเอนอาร์ไอ

การรักษาโรคฝีในสมอง

  • การให้ยาต้านเชื้อที่ติด ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จนฝีหายโดยจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอดเวลา
  • หากฝีไม่หายไปต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาฝีออก
  • รักษาและควบคุมโรคอื่นๆที่เป็นสาเหตุ เช่น หูน้ำหนวก โรคหัวใจ เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้กลับมาเกิดโรคฝีในสมองซ้ำอีกครั้ง
  • หากทำการรักษาไม่ทันอาจจะทำให้เสียชีวิตได้
  • เมื่อรักษาแล้วอาจจะมีผลข้างเคียงบ้าง เช่น แขน ขา อ่อนแรง

การป้องกันการเกิดโรคฝีในสมอง

  • รักษาความสะอาดขั้นพื้นฐาน เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ
  • ควบคุมโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ที่จะเป็นสาเหตุของโรคฝีในสมอง
  • ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะที่จะกระทบกระเทือนต่อศีรษะ

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ คือ การอักเสบของเยื้อหุ้มสมอง เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อโรค การกระแทกอย่างรุนแรง เป็นต้น ส่งผลให้ ปวดหัวอย่างรุนแรง ชักเรง คลื่นไส้อาเจียน เป็นโรคอันตราย โรคระบบประสาทและสมอง

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคระบบประสาทและสมอง โรคสมอง

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ คือโรคอะไร มีอาการป่วยอย่างไร สาเหตุการเกิดโรคคืออะไร มีการตรวจโรคอย่างไร การรักษาและป้องกันทำได้อย่างไร บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอ

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ คือ ภาวะการอักเสบของเยื้อหุ้มสมอง เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อโรค การกระแทกที่สมองอย่างรุนแรง อุบัตติเหตุ เป็นต้น ส่งผลให้ ปวดหัวอย่างรุนแรง ชักเรง คลื่นไส้อาเจียน เป็นโรคอันตราย โรคระบบประสาทและสมอง 

โรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัย เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มสมองเป็นเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ ปกป้องสมอง มีความแข็งแรง หากเกิดการติดเชื้อก็จะกระทบต่อการทำงานของสมอง เป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ จากการใกล้ชิดผู้ป่วย ทางการหายใจ การไอ การจาม สารคัดหลั่งต่างๆ ผู้ที่ป่วยโรคนี้มักจะเสียชีวิตในอัตรา 25-30 เปอร์เซนต์

สาเหตุการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) สาเหตุโรคฉี่หนู เชื้อทูเบอร์คุโลสิส (Mycobacterium tuberculosis) สาเหตุโรควัณโรค เชื้อนัยซ์ซีเรีย เมนิงไจติดิส (Neisseria meningitidis)
  • เชื้อไวรัส เช่น (Mumps virus) โรคคางทูม วาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella zoster virus) โรคอีสุกอีใส เอนเทโรไวรัส (Enterovirus) ไข้หวัด
  • การอักเสบของอวัยวะต่างๆ เช่น ไซนัสอักเสบ
  • ติดเชื้อในหู
  • บาดแผลจากอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนสมอง
  • ผู้ที่ให้เข็มร่วมกัน
  • ผู้เคยผ่าตัดทางเดินน้ำไขสันหลัง อาจจะมีเชื้อจากช่องท้องหลุดลอดเข้าสู้เยื่อหุ้มสมองได้
  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแออัด ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค
  • ผู้ติดแอลกอฮอล์เรื้อรัง
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคเอดส์

อาการผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • อาการไข้สูง
  • อาการปวดศีรษะรุนแรง
  • อาการคลื่นไส้อาเจียน
  • อาการชัก
  • อาการมึนงง สับสน ซึม
  • หมดสติ
  • กระสับกระส่าย
  • ในเด็ก จะร้องไห้เสียงสูง ไม่ดูดนม ชัก อาเจียน

การตรวจวินิจฉัยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • การตรวจประวัติการรักษา
  • ประวัติการประสบอุบัติเหตุ
  • การตรวจร่างกาย
  • ตรวจระบบประสาท
  • เจาะน้ำไขสันหลังและน้ำเลี้ยงสมอง ตรวจหาเชื้อ
  • ตรวจเลือดเพื่อดูภูมิต้านทาน

การรักษาโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • การให้ยาปฏิชีวนะ ตามเชื้อแบคทีเรียที่ติดเชื้อ และประคับประคองรักษาตามอาการ
  • หากติดเชื้อไวรัสจะทำได้แค่การรักษาตามอาการ ประคับประคองอาการ
  • เชื้อชนิดอื่นๆ ให้ยาฆ่าเชื้อ และรักษาตามอาการ
  • การประคับประคองอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด การให้น้ำเกลือ

การป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • หลักเลี่ยงการอาศัยในแหล่งเชื้อโรค ชุมชนแออัดต่างๆ
  • งดคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อต่างๆ
  • ป้องกันการรักเชื้อทางการหายใจ เช่น การใช้หน้ากากอนามัย
  • รักษาความสะอาด อาบน้ำชำระล้างร่างกาย ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
  • หากพบอาการผิดปกติต่างๆตามที่กล่าวมาข้างต้น ให้รีบพบแพทย์โดยด่วย