พริก คือ สมุนไพร ที่มีสรรพคุณ บำรุงร่างกายหลายระบบ ได้แก่ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบหายใจ ระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ระบบหัวใจ ระบบขับถ่ายของเสีย ระบบย่อยอาหาร นอกจากนั้นยังรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคติดเชื้อทางดินหายใจ พริก เม็ดพริก ต้นพริก สมุนไพรพริกโรคลักปิดลักเปิด โรคเส้นเลือดอุดตัน โรคความดันโลหิตสูง โรคอาหารไม่ย่อย ป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณและประโยชน์ของพริกมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของพริก คือ Capsicum frutescens L. ชื่อสามัญ สำหรับพริกเม็ดใหญ่ รสเผ็ด คือ Chili, Chilli Pepper และชื่อสามัญสำหรับพริกรสอ่อน คือ Bell pepper, Pepper, Paprika, Capsicum ชื่อสามัญเรียกตามสายพันธุ์ของพริก ได้แก่ พริกขี้หนู พริกเหลือง พริกชี้ฟ้า พริกหยวก พริกหวาน  โดยสารให้ความเผ็ดในพริก เรียกว่า “แคปไซซิน” ( Capsaicin ) ส่วนที่เกิดรสเผ็ดมาจาก ใยที่อยู่บริเวณเยื่อแกนกลางที่มีสีขาวภายในพริก ไม่ใช่เมล็ดหรือเปลือกตามที่เข้าใจกัน โดยสารนี้จะทนความร้อน แม้นำไปต้มก็ยังคงรูปความเผ็ดอยู่ได้ พริกที่มีความเผ็ดมากที่สุดในโลก คือ พริกฮาบาเนโร

คุณค่าทางโภชนาการของพริก

นอกจากจะมีสารให้ความเ็ดแล้ว พริก ยังมีแร่ธาตุและวิตามิน ต่างๆ ได้แก่ วิตามินA วิตามินB 6 วิตามินC ที่มีสูง ธาตุแมกนีเซียม (Mg) ธาตุโพแทสเซียม( K ) ธาตุเหล็ก ( Fe ) กากใยอาหาร ( Fiber ) เมื่อรับประทานพริกแล้วต้องการลดความเผ็ดแสบร้อนภายในปากได้โดย การรับประทานอาหารที่มีไขมัน เช่น ไอศครีม ขนมหวาน เนื้อติดมัน เพราะ จะช่วยละลายสารความเผ็ดให้ออกไปจากเยื่อบุผนังภายในปากได้

สรรพคุณของพริก

นอกจากจะใช้พริกเพื่อเพิ่มรสชาติ ความเผ็ดให้กับอาหารแล้ว การรับประทานพริกยังมีประโยชน์ มีสรรพคุณต่างๆต่อร่างกาย ได้แก่

  • เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ให้กับร่างกาย ให้รู้สึกสดชื่อกระปรี่กระเปร่า
  • สร้างความสุขให้กับร่างกาย โดยการเร่งการหลั่งสารความสุขให้กับร่างกาย ( Endorphin )
  • บำรุงระบบภูมิต้านทาน ให้กับร่างกาย ให้แข็งแรงมากขึ้น
  • สร้างคอลลาเจนให้กับร่างกายทำให้หน้าดูเด็กอ่อนกว่าวัย
  • เสริมสร้างการมองเห็นบำรุงระบบสายตา
  • สร้างความเจริญอาหาร ให้รับประทานได้มากขึ้น
  • สร้างความตื่นตัวของร่างกาย บำรุงระบบประสาท
  • ขับพิษออกจากร่างกาย
  • ลดไข้หวัด ลดน้ำมูก และลดเสมหะ ในผู้ป่วยที่เป็นหวัด
  • ลดอาการไอ อาการระคายเคืองคอ คันคอ
  • ลดอาการหายใจติดขัด ไข้หวัด ไซนัส หรือโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ
  • บำรุงระบบเลือด โรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • มีผลวิจัยยืนยันว่าลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
  • ลดไขมันในเลือดได้ดี โดยเฉพาะ ไขมันเลว และไตรกลีเซอร์ไรด์ ลดความเสี่ยงการเกิดการอุดตันของเส้นเลือด และเส้นเือดในสมอง
  • ช่วยสลายลิ่มเลือดในเส้นเลือดได้ดี
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจล้มเหลว โรคหัวใจวายเฉียบพลัน
  • เพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดในเส้นเลือด
  • รักษาโรคความดันโลหิตสูง มีผลทำให้ความดันโลหิตลดลง
  • เพิ่มการยึดตัวของผนังหลอดเลือดลดความเสี่ยงการฉีกขาดของเส้นเลือด
  • เพื่อการดูดซึมอาหารที่ดีขึ้น ช่วยย่อยลดอาการจุดเสียดแน่นท้อง
  • ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร จากสารให้ความเผ็ดในพริก
  • ช่วยบำรุงระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ
  • ขับแก๊ซในระบบทางเดินอาหารได้ดี
  • ป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ โดยเฉพาะในระบบหายใจ ในลำคอ ปอด
  • สลายเมือกเสียที่จับตัวกัยในร่างกาย
  • ลดอาการปวดตามอวัยวะต่างๆของร่างกายได้ดี เช่น ปวดข้อ ปวดหัว ปวดฟัน

ประโยชน์ของพริก

นอกจากจะใช้รับประทานเป็นอาหารแล้ว ยังมีการนำ พริก มาใช้ประโยชน์อื่นๆอีก ได้แก่

  •  แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ใช้ปรุงปรุงอาหาร เช่น ซอสพริก เครื่องแกง พริกป่น พริกดอง พริกแห้ง น้ำพริก และยังนำมาทำเป็นยาสำเร็จรูปต่างๆ
  • ใช้เป็นส่วนประกอบของสเปรย์พริกไทยเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง ทำให้เกิดอาการแสบร้อนที่เบื่อบุอ่อนที่ตา จมูก
  • ใช้เป็นยาบำรุงธาตุไฟ ตามตำรับยาจีนโบราณ
  • ใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์แบบครีมหรือเจลเพื่อลดอาการปวด จากแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
  • สารแคปไซซินที่สกัดมาจากพริก ใช้เป็นเจล เพื่อใช้ในการนวด สำหรับลดเซลลูไลต์ สลายไขมัน ในส่วนที่ไม่ต้องการ