โรคเส้นเลือดในสมองแตก ( hemorrhagic stroke ) คือ ภาวะเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองแตก ทำให้สมองขาดเลือด ส่งผลให้เซลล์สมองตาย อาการเด่นชัด คือ ปวดหัวอย่างรุนแรง และ หมดสติ โรคอันตรายต้องการรักษาทันที

โรคหลอดเลือดสมองแตก โรคเส้นเลือดสมองแตก โรคระบบประสาทและสมอง โรคสมอง

เส้นเลือดในสมองแตก คือ โรคอันตรายไหม ทำไมถึงเสี่ยงเสียชีวิต สมองตายคืออะไร ทำไมเส้นเลือดถึงแตก รักษาหายไหม การป้องกันทำได้อย่างไร บทความนี้จะเสนอข้อมูลให้ทราบ

โรคเส้นเลือดในสมองแตก ( hemorrhagic stroke ) คือ ภาวะเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองแตก ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง ส่งผลให้เซลล์สมองตาย โรคระบบประสาทและสมอง โดยจะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง และ หมดสติ เป็นโรคอันตราย ต้องรับการรักษาทันที โรคหลอดเลือดในสมอง ชนิดหนึ่ง ที่พบได้บ่อย ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง

ภาวะหลอดเลือดในสมองแตก จึงเป็นความเสี่ยง ขอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง ที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะ หากเกิดขึ้นมาแล้ว ส่วนมากจะรักษาไม่ทัน และ เป็นเหตุให้ต้องเสียชีวิต ซึ่งลักษณะอาการจะเป็นแบบ เฉียบพลัน ทำให้หากไม่ส่งตัวรักษาได้ทัน จะทำให้เกิด ภาวะเลือดคั่งในสมอง ทำให้เนื้อสมองตาย สุดท้ายก็จะเสียชีวิต หรือ ภาวะสมองตาย ในที่สุด ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง ต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของคนรอบข้าง และ หมั่นตรวจร่ากาย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เพื่อรักษาชีวิตให้นานยิ่งขึ้น โดยมากแล้ว

ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ป่วยโรคอื่น เพราะ โรคความดันโลหิตสูง มักจะมาจาก ภาวะไขมันในเลือด มากกว่าปกติ ซึ่งจะไปเกาะตามหลอดเลือด ทำให้ ช่องทางการเดินของเลือด ลดลง ทำให้ความดัน หรือ แรงฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้น (สังเกตุจากเวลาที่เราเอานิ้วอุดสายยางที่ปล่อยน้ำ น้ำที่ออกมาจะไหลแรงขึ้น) เส้นเลือดในสมองนั้นมีความเปราะบาง หากแรงดันในเลือดมากเกินไป หรือ เกิดการกระทบกระเทือนใดๆ จะทำให้เกิดการฉีกขาด สมองจะขาดเลือดเฉียบพลัน เลือดไปคั่งอยู่ในเนื้อสมอง เกิดภาวะสมองตาย ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิต ถึงแม้ว่าหัวใจจะยังทำงานได้อยู่ก็ตาม และ หายใจปกติก็ตาม

สาเหตุโรคเส้นเลือดในสมองแตก 

สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคนั้น สามารถแบ่งได้มี 2 ประเภท คือ สาเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และ สาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ โดยรายละเอียด มีดังนี้

สาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ 

  • โรคความดันโลหิตสูง เกิดจากพฤติกรรม ของผู้ป่วย เช่น ชอบรับประทานอาหารมัน ของทอด แป้ง การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • โรคเบาหวาน นอกจากพฤติกรรมการกินแล้ว การขาดการออกกำลังกาย ก็เป็นสาเหตุได้ เพราะ น้ำตาลตกค้างในเลือดมาก การออกกำลังกาย จะเป็นการใช้น้ำตาลในเลือดให้ลดลง และ เพิ่มประสิทธิภาพ การเผาผลาญพลังงานของร่างกาย พบว่า ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง จะมีความเสี่ยงในการเป็น โรคเบาหวาน ลดลงมาก และ ลด ความเสี่ยงการเกิด โรคเส้นเลือดในสมองได้อีก 2-5 เท่า
  • การสูบบุหรี่ นอกจากจะเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิด โรคความดันโหลิตสูง แล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อความแข็งตัวของหลอดเลือด เพราะมี สารนิโคติน และ คาร์บอนมอนอกไซด์  จะไปลดความยืดหยุ่นของหลอดเลือด พูดง่ายๆว่าทำให้เส้นเลือดเปราะมากขึ้น เสี่ยงต่อการฉีกขาด แตก รั่ว โดยเฉพาะ ในอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง
  • ภาวะไขมันตัวร้ายในเลือดมาก ไขมันตัวร้าย คือ ไขมัน LDL (Low Density Lipoprotein) มักจะไปเกาะที่พนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย มาจาก อาหาร ที่มีไขมันเป็นสวนประกอบ การเปลี่ยนรูป จากแป้ง ที่เกินความจำเป็น ไขมัน
  • ยาฮอร์โมนต่างๆ เช่น ในผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิด หรือ ที่นิยมในสาวประเภทสอง เพื่อเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิง มักจะมีผลข้างเคียงต่อการแข็งตัวของหลอดเลือด
  • เชื้อโรคบางชนิด เช่น โรคซิฟิลิส ซึ่ง สามารถติดต่อ ได้ทางเพศสัมพนธ์ มีผลต่อการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย
  • ค่า CRP (C-reactive protein) ในเลือดสูง เป็น การแสดง การตอบสนองต่อร่างกาย ต่อการอักเสบในเลือด โดยมากแล้ว การอักเสบที่พบบ่อยมากที่สุด จะพบที่หลอดลเลือด ถ้าค่านี้มากกว่า 0.3 แสดง ถึงคามเสี่ยงต่อการเกิด โรคหลอดเลือด มาก และ อายุ จะสั้นกว่าคนปกติ
  • โรคอ้วน พบว่า ผู้ป่วยโรคอ้วน มีโอกาสสูงมาก ที่จะป่วยโรคนี้

สาเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

  • อายุ  เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของระบบต่างๆมนร่างกาย จะลดลง ทั้ง การเผาพลาญพลังงาน ระบบภูมิคุมกันของร่างกาย ระบบไหลเวียนของเลือด การสร้างโปรตีนที่สำคัญต่างๆ ดังนั้น เมื่ออายุมากขึ้น หลอดเลือดจะ ลดความยืดหยุ่นลง การอักเสบในหลอดเลือด จะหายช้าขึ้น
  • พันธุกรรม ที่ควบคุมการแข็งตัวของเลือด พบว่าผู้ป่วยบางราย มีการแข็งตัวของเลือดเร็วกว่าคนปกติ ทำให้ เมื่อหลอดเลือดอักเสบ จะเกิดการอุดตันของเกร็ดเลือด เสี่ยงต่อการเป็น โรคเส้นเลือดในสมองแตก มากยิ่งขึ้น
  • เพศ จากการเก็บสถิติผู้ป่วย ในประเทศไทย พบว่า ผู้ชาย มีจำนวณผู้ป่วยโรคนี้มากกว่า ผู้หญิง ซึ่งนอกจาก เพศ แล้ว อาจจะมาจากธรรมชาติ พฤติกรรมการดำรงชีวิต ความเสี่ยงเรื่องของ การกระทบกระเทือนที่สมอง
  • อุบัติเหตุ จากการเดินทาง จากการเล่นกีฬา การทะเลาะวิวาท

อาการผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก 

อาการที่พบจะเป็นอาการทางสมอง เพราะ มาจากสมองตาย โดยอาการหนัก-เบา ขึ้นอยู่กับ ความรุนแรง ตำแหน่ง ของหลอดเลือดที่แตก ฉีก ขาด อาการต่างนี้ จะเป็นสัญญาณแรก ในการเตือน ให้ผู้ป่วยคนรอบข้าง อย่านิ่งนอนใจ รีบพบแพทย์โดยด่วน ภายในสาม ชั่วโมง เพราะ จัดเป็นโรคร้ายแรง หากไม่รีบพบแพทย์ จะเสี่ยต่อการเสียชีวิต หรือ เป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตซึ่งหากเป็นแล้ว จะกระทบต่อการดำรงชีวิต ของผู้ป่วยเอง และ คนรอบข้าง เสียค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูร่างกาย และ โรคแทรกซ้อนต่างๆอีกมาก

  • อาการปวดศีรษะรุนแรง วินเวียนศีรษะ ทันทีทันใด
  • อาการคลื่นไส้อาเจียน
  • เสียการทรงตัว ลุกยืนแล้วล้ม เดินเซไม่ตรง
  • อาการชา ครึ่งซีก จะรู้สึกก่อนที่ปลายมือ ปลายเท้า ข้างใดข้างหนึ่ง จากนั้น ลุกลามทั้งครึ่งซีกร่างกาย
  • อาการปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว ดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกจากปาก ควบคุมไม่ได้
  • สูญเสียการมองเห็น ตาจะเริ่มพล่ามัว จากนั่นจะมองไม่เห็น ข้างใดข้างหนึ่ง ของดวงตา

การตรวจวินิจฉัยโรคเส้นเลือดในสมองแตก 

เนื่องจาก เทคโนโลยี ที่มีการพัฒนาขึ้นมากในปัจจุบัน ทำให้การตรวจ บ่งชี้ ตำแหน่ง ความรุนแรง ได้แม่นยำมากขึ้น ส่งผล การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  • การตรวจอาการเบื้องต้น ตรวจการตอบสนองของร่างกาย สมมาตรของใบหน้า ให้ผู้ป่วยยกแขนขา ทดสอบแรงต้าน
  • การเอกซเรย์สมอง ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมผิวเตอร์ computerized tomography ทำให้ทราบ ตำแหน่ง ที่เลือดคั่ง หรือ ตำแหน่งที่สมองขาดเลือด
  • การตรวจสมองคลื่นสมอง โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า magnetic resonance imaging จะทราบลักษณะ เนื้อสมองภายในกะโหลก หลอดเลือดสมองรอบๆ หลอดเลือดจากหัวใจ ที่ผ่านมาทางลำคอ วิธีนี้ประสิทธิภาพ และ ลดอาการบาดเจ็บจากรังสีได้มาก
  • การตรวจระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อ ใช้ประกอบการประเมินการรักษา  เช่น การตรวจเลือด เพื่อ หาค่าความเข้มข้น และ ค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง ตรวจระดับไขมันในเลือดเพื่อ ทราบสาเหตุหลัก จากภาวะไขมันในเลือดสูง การตรวจระดับ น้ำตาลในเลือด เพื่อ พิจารณาสาเหตุ จากโรคเบาหวาน การวัดคลื่นไฟฟ้าหัว เพื่อ พิจารณาดู การทำงานของหัวใจ ว่ายังปกติหรือไม่

การรักษาโรคเส้นเลือดในสมองแตก 

เนื่องจาก เป็นโรครุนแรง และ เร่งด่วน หากปล่อยไว้ จะทำให้สมองตาย จะทำการผ่าตัดเพื่อรักษาเนื้อสมอง ระบายเลือดออกจากกะโหลกศีรษะ ควบคุมแรงดันเลือด ผู้ป่วยจะกลับมาปกติได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ความรุนแรงที่เป็น อายุ การฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ โรคนี้มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูง หากรอดชีวิต การฟื้นฟู สำคัญมาก ทั้งเรื่องของร่างกาย และจิตใจ คนรอบข้าง คนใกล้ชิด ต้องเรียนรู้เข้าใจผู้ป่วย กำลังใจผู้ป่วยเป็นสิ่งที่จำเป็น

การป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตก 

สามารถทำได้ โดย การควบคุมความเสี่ยงจาก สาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ ตามที่กล่าวมาข้างต้น ได้แก่

  • ออกกำลังกายตามสมควร อย่างน้อย 3 วัน ต่อ สัปดาห์ แต่ละครั้งที่ออกกำลังกาย ให้รู้สึกเหนื่อยหอบ และ หยุด ทำซ้ำ จนครบ 45 นาที
  • ลดปริมาณอาหาร มัน อาหารทอด อาหารผัด แป้ง เพิ่ม ผัก ผลไม้ เนื้อปลา สัดส่วน 3:1 คือ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ สามส่วน ต่อ แป้ง ไขมัน 1 ส่วน มื้อเย็น ควรรับประทานก่อน 6 โมงเย็น และ ไม่ควรรับประทานมาก แค่พออิ่ม รสชาติอาหารให้ลด หาน มัน เค็ม ลง แรกๆ จะไม่อร่อย แต่ หลังจากนั้น 7 วัน สมองจะชินกับรสชาติ และ อร่อยขึ้นมาเอง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ในวันทำงาน อย่างน้อบ 7 ชั่วโมง
  • ไม่หักโหมงานมากเกินไป เพราะ จะทำให้เกืดความเครียด ส่งผลลบ ต่อ ร่างกาย โดยรวม ทั้งระบบ ภูมิคุ้มกัน ระบบสมองและหลอดเลือด
  • เลิกดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือ เสพสารเสพติด ทุกชนิด
  • ตรวจสุขภาพประจำปี เมื่อพบ ความเสี่ยง ให้ควบคุมตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด ความดันเลือด
  • อาการเตือนของโรคเส้นเลือดในสมองแตก ตามที่กล่าวมาข้างต้น หากพบ คนใกล้ชิด มีอาการ ให้รีบส่งตัวพบแพทย์โดยด่วย หากผู้ป่วยหมดสติ ให้อธิบายอาการให้แพทย์ทราบ
  • ควบคุม BMI ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ อ่านวิธีคำนวณ BMI ได้จากบทความเรื่องสารความแก่ AGE
  • ในต่างประเทศ ใช้คำว่า FAST โดย F=Face dropping (หน้าตก ปากเบี้ยว) A=Arm weakness (แขนอ่อนแรง) S=Speak difficulty (พูดไม่ชัด) T=Time (รีบแรกรถพยาบาล) เพื่อเตือนใจ ให้รักษาชีวิตผู้ป่วยได้ทันเวลา

ฝีในสมอง ( Brain abscess ) คือ การติดเชื้อที่สมองจนเกิดฝี เป็นโรคอันตราย ความรุนแรงสูง โรคระบบประสาทและสมอง สาเหตุของการเกิดโรค อาการของโรค การรักษาและการป้องกัน ทำอย่างไร 

ฝีสมอง ฝีในสมอง โรคฝีที่สมอง โรคฝีในสมอง

โรคฝีในสมอง คือโรคอะไร มีอาการโรคอย่างไร สาเหตุการเกิดโรคคืออะไร การตรวจโรคทำอย่างไร การรักษาและการป้องกันมีวิธีการทำเช่นไร บทความนี้จะนำข้อมูลมานำเสนอให้ทราบกัน

โรคฝีในสมอง ( Brain abscess ) คือ ภาวะการติดเชื้อในสมอง จนเกิดฝีขี้น จัดเป็นโรคอันตรายมีความรุนแรงสูง โรคระบบประสาทและสมอง โรคหนึ่งที่อยู่ในโรคการติดเชื้อภายในสมองและเนื้อเยื่อใกล้เคียง เรียกสภาพแบบนี้ว่าภาวะการติดเชื้อในสมอง หรือ Central nervous system infection โรคกลุ่มนี้มีความรุนแรงเป็นอย่างยิ่งเพราะหาก พบแพทย์ช้าอาจจะอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นควรเรียนรู้อาการป่วยเพื่อให้สามารถเข้าใจอาการและรีบพบแพทย์เมื่อพบอาการ โรคนี้ใกล้เคียงกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โรคฝีสมอง เป็นโรครุนแรงพบในเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่ เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหูน้ำหนวก โรคหัวใจพิการ ส่วนผู้ใหญ่มักป่วยจากการที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน จากการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดการติดเชื้อที่สมองและเกิดเป็นฝี

สาเหตุการเกิดโรคฝีในสมอง

  • การติดเชื้อจากการที่ได้รับเชื้อโดยตรง ส่วนมากจะมาจากอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดที่สมองและเกิดการติดเชื้อหลังจากที่ผ่าตัด
  • การติดเชื้อจากอวัยวะอื่น และลามเข้าสู่กระแสเลือดสุดท้ายแพร่มาที่สมองทำให้เกิดฝีที่สมอง
  • การติดเชื้อจากอวัยวะต่างๆที่ใกล้เคียงสมอง เช่น จากหู ฟัน แผลที่ศีรษะและใบหน้า และมีเชื้อหลุดลอดเข้าสู่สมองจนเกิดฝีที่สมอง
  • บุคคลที่ป่วยเป็นโรคติดเชื้อมในสมองอยู่แล้ว เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • บุคคลที่มีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคนี้มากขึ้น
  • บุคคลที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะมีโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคนี้มากกว่าปกติ
  • การติดเชื้อเรื้อรังบริเวณหรืออวัยวะใกล้กับศีรษะ เช่น ไซนัสอักเสบ โรคเหงือกอักเสบ แผลติดเชื้อที่ศีรษะ

อาการผู้ป่วยโรคฝีในสมอง

  • มีอาการหนองไหลออกทางหู
  • อาการปวดหัว เดินเซไปมา
  • อาการชัก
  • อาการคลื่นไส้อาเจียน
  • อาการตาพร่ามัว
  • อาการแขนขาอ่อนแรง
  • มีอาการไข้
  • ปวดหัวแบบรุนแรงมากๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคฝีในสมอง

  • ตรวจประวัติการรักษา
  • ตรวจอาการ
  • ตรวจร่างกาย
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์
  • ทำเอนอาร์ไอ

การรักษาโรคฝีในสมอง

  • การให้ยาต้านเชื้อที่ติด ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จนฝีหายโดยจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอดเวลา
  • หากฝีไม่หายไปต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาฝีออก
  • รักษาและควบคุมโรคอื่นๆที่เป็นสาเหตุ เช่น หูน้ำหนวก โรคหัวใจ เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้กลับมาเกิดโรคฝีในสมองซ้ำอีกครั้ง
  • หากทำการรักษาไม่ทันอาจจะทำให้เสียชีวิตได้
  • เมื่อรักษาแล้วอาจจะมีผลข้างเคียงบ้าง เช่น แขน ขา อ่อนแรง

การป้องกันการเกิดโรคฝีในสมอง

  • รักษาความสะอาดขั้นพื้นฐาน เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ
  • ควบคุมโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ที่จะเป็นสาเหตุของโรคฝีในสมอง
  • ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะที่จะกระทบกระเทือนต่อศีรษะ