ว่านดอกทอง หรือ ว่านมหาเสน่ห์ คือ สมุนไพร ขนาดเล็ก มีรากเหง้า เป็นไม้ล้มลุกอายุยาว เป็นไม้ดอกไม้ประดับสำหรับปลูกตามแปลงจัดสวน และยังมีสรรพคุณตามความเชื่อโบราณว่าเป็นว่านเมตตามหานิยม และมหาเสน่ห์ เป็นยาบำรุงระบบทางเดินอาหาร ว่านดอกทอง ส่านมหาเสน่ห์ ว่านดินสอฤาษี านดอกทองกระเจาช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้น ช่วยขับลมในระบบย่อยอาหาร ขับเหงื่อได้ดีทำให้สดชื่น ช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฝ้อได้ กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณของว่านดอกทองมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของว่านดอกทอง คือ Curcuma spp. 

ว่านดอกทองเป็นพืชเหง้าที่อยู่ในวงศ์เดียวกับขิง ( ZINGIBERACEAE ) โดยมีชื่อท้องถิ่นเรียกแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ เช่น ว่านดอกทองกระเจา, นมหาเสน่ห์ (รากราคะ, ว่านรากราคะ), ว่านมหาเสน่ห์ดอกทอง, ว่านดอกทองแท้, ว่านดอกทองตัวผู้, ว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี) พบมากในทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี ลำปาง และตาก

ลักษณะพกฤษศาสตร์ของว่านดอกทอง

ว่านดอกทอง เป็นพืชประเภทมีหัว หรือเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเหง้าเป็นรูปทรงกลม มีการแตกแขนงเป็นไหลขนาดเล็กออกด้านข้าง ลำต้นมีความสูงของต้นประมาณ 1 ฟุต มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบมีสีเขียว ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม คล้ายใบของต้นขมิ้น มีการแตกแขนงเป็นไหลขนาดเล็ก มีขนาดยาวประมาณ 5-10 นิ้วส่วนรากเป็นเส้นใหญ่ ไม่แตกเป็นรากฝอยมีดอกที่แทงขึ้นมาจากเหง้าหลักที่อยู่ใต้ดินก่อนที่จะงอกของใบ ว่านดอกทองนั้นจะขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ ควรจัดวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไรพอสมควร โดยจะออกดอกในช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องไปจนถึงฤดูฝนของทุกปี และกลิ่นของดอกว่านทั้งสองนั้นจะมีกลิ่นหอมเย็นและคาวคล้ายกับกลิ่นของ “อสุจิ”

ประเภทของว่านดอกทอง

ว่านดอกทอง แบ่งออกเป็นต้นตัวผู้และตันตัวเมีย โดยสามารถแยกความแตกต่างได้จาก หัว ใบ และดอก โดยต้นตัวผู้จะมีหัวที่มีเนื้อเป็นสีเหลือง ส่วนเนื้อในหัวของว่านดอกทองตัวเมียจะมีสีขาว ใบของว่านดอกทองตัวผู้เส้นกลางใบ และกาบใบจะมีสีแดงเรื่อ ส่วนในตัวเมียจะมีสีเขียว ดอกของต้นตัวเมียจะเป็นสีขาว กลีบปากดอกสีขาวมีแถบกลางเป็นสีเหลือง  ส่วนตัวผู้มีดอกเป็นสีเหลือง สรรพคุณพบว่าทั้งต้นตัวผู้และตัวเมีย มีสรรพคุณไม่แตกต่างกัน สามารถใช้ได้ทั้งสองประเภท

สรรพคุณของว่านดอกทอง 

นอกจากจะใช้ว่านดอกทองเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ไม้มงคล ตามตำราเมตตามหานิยมแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรโบราณอีกมากมาย ได้แก่

  • เป็นยาบำรุงระบบทางเดินอาหาร นิยมใช้ส่วนหัวมาใช้เป็นยาสมุนไพรดื่มช่วยให้เจริญอาหารได้ ในผู้ที่รับประทานอาหารได้น้อยให้รับประทานได้มากขึ้น
  • ช่วยขับลมในกระเพาะและระบบทางเดินอาหาร ลดอาการอึดอัดท้อง แน่นท้องได้ดี
  • ช่วยขับเหงื่อหรือของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น เป็นยาบำรุงร่างกาย
  • ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฝ้อ หลังจากรับประทานอาหารมากเกินไป ทำให้ระบบย่อยอาหารทำานได้ดีขึ้น
  • ใช้เป็นน้ำหอมฟีโรโมนสำหรับคนโบราณ เชื่อว่า นำมาใช้บดรวมกับสีผึ้งทาปาก ใช้น้ำมันทาตัว เมื่อถึงคราวจะไปพบหญิงสาว สตรีคนใดที่ต่อคารมด้วยเมื่อได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง ก็มักจะใจอ่อนคล้อยตามโดยง่าย
  • ใช้เป็นยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ทั้งนำมาผสมกับน้ำดื่ม หรือ กลิ่นของดอกก็มีผลทำให้เกิดความต้องการทาเพศมากขึ้น

ประโยชน์ของว่านดอกทอง

ว่านดอกทองเป็นไม้โบราณหาพันธุ์แท้ค่อนข้างยาก มีประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย ได้แก่

  • ใช้เป็นส่วนผสมสำหรับในการทำพระเครื่อง เพราะ มีความเชื่อในเรื่องของเมตตามหานิยม ทำให้ผู้ครอบครองมีเสน่ห์มากขึ้น
  • ใช้ดอก และเหง้า นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย นำมันนวด ใช้ทาผม ทาผิว ทาริมฝีปาก เป็นน้ำมันมหาเสน่ห์
  • ใช้ปลูกเป็นไม้มงคล เชื่อว่าร้านค้าขายใดปลูกว่านดอกทองตัวเมียปลูกไว้หน้าร้าน จะช่วยทำให้ค้าขายดีมากขึ้น มีลูกค้าเข้าออกร้านไม่ขาดสายตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านสถานบันเทิงต่าง ๆ ที่มีคนเข้าออกจำนวนมาก เช่น ร้านจำหน่ายเหล้า เบียร์ หากมีไว้จะดีมาก ช่วยดึงดูดลูกค้า นอกจากนั้น ตามบ้านเรือนยังนิยมยังนิยมปลูกหน้าบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือน เพื่อนบ้านรักใคร่