โรคบาดทะยัก คือ บาดแผลที่เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง เป็นโรคที่รุนแรง ทำให้เสียชีวิตได้ อาการเด่นชัด คือ การหดหัวของกล้ามเนื้อ หลอดเลือดแข็งตัว ระบบหายใจล้มเหลว สาเหตุของโรค อาการของโรค การรักษาและการป้องกัน บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบกัน

โรคบาดทะยัก บาดทะยัก แบคทีเรียบาดทะยัก ติดเชื้อบาดทะยัก

โรคบาดทะยัก ( Tetanus ) โดยสาเหตุหลักของการเกิดโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ Clostridium tetani  ลักษณะ แบคทีเรียรูปแท่ง สปอร์ของแบคทีเรีย ชนิดนี้ ทนต่อความร้อน ไม่สามารถทำลายด้วยความร้อน แต่ตัวเซลล์แบคทีเรีย ทำลายได้พบได้ในดิน ฝุ่นต่างๆ ผิวหนังมนุษย์ สิ่งปฏิกูลต่างๆ โรคนี้มีอันตรายถึงขนาดเสียชีวิตได้ โดยลักษณะเอกลักษณ์พิเศษของโรคนี้คือ เกิด อาการชักเกร็ง ของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อแข็งตัว โรคนี้มีวัคซีนสามารถฉีดป้องกันได้

การติดต่อโรคบาดทะยัก

สาเหตุที่พบมาก คือ การติดเชื้อแบคทีเรียจากบาดแผลที่เกิดขึ้น ซึ่งยิ่งบาดแผลมีความลึกมากเท่าไหร่ก็มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้นเท่านั้น เพราะแบคทีเรียชนิดนี้จะฝังตัวในกล้ามเนื้อ และเพิ่มจำนวนทำลายระบบต่างๆของร่างกาย

  • การเกิดบาดแผล ทั้งจากของมีคม จากความร้อน จากการถูกสัตว์ทำร้าย การกัด การผ่าตัด การถอนฟัน ล้วนแล้วแต่เป็นจุดเริ่มต้นของ การติดเชื้อ ได้ทั้งสิ้น
  • การเกิดแผล ที่หายยาก เช่น ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • การเสพยาเสพติด โดยทางเข็ม ซึ่งผู้เสพมักไม่ใช้เข็มใหม่ ส่วนมากจะใช้ร่วมกับเพื่อน ทำให้ติดต่อกันได้

กลไกการเกิดโรคบาดทะยัก

โรคนี้จะเริ่มจากการที่รับเชื้อโดยตรงทางบาดแผล เชื้อจะฝังตัวในกล้ามเนื้อและเพิ่มจำนวน ทำลายระบบต่างๆต่อไป

  • การรับเชื้อ โดยทั้งจาก เชื้อแบคทีเรียโดยตรง หรือจากสปอร์ก็สามารถเกิดโรคได้
  • เมื่อเชื้อหรือสปอร์เข้าสู่ร่างกายจะฝังตัวในกล้ามเนื้อ จนเมื่อเจอสภาพวะที่ไร้ออกซิเจนจะเจริญ แบ่งเซลล์ สปอร์ก็จะงอก เป็น เซลล์แบคทีเรียได้
  • เซลล์แบคทีเรียจะสร้างสารพิษ อันตรายเข้าสู่ กระแสเลือด ลุกลามถึงระบบประสาทและสมองเรียกสารพิษนี้ว่า  เตตาโนสะปาสมิน
  • ระบบประสาท ถูกกด จนทำให้เกิด อาการชักเกร็ง หดตัวควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้ เป็นลักษณะเด่นของอาการโรคนี้

อาการของโรคบาดทะยัก

ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับระยะของโรคนี้ ในระยะฝักตัวจะยังไม่แสดงอาการมาก แต่ในระยะที่เชื้อแพร่กระจาทั่วร่างกายแล้ว จะทำให้อาการรุนแรงจนเสียชีวิตในที่สุด

  • การหดตัวของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นที่ ใบหน้า
  • การหดตัวของกล้ามเนื้อขา ทำให้ตึง อาการปวดกล้ามเนื้อ
  • อาการหลอดเลือดแข็งตัว ตัวเขียว
  • หายใจลำบาก เพราะ หลอดลมแข็งตัว
  • ระบบหายใจลัมเหลว และ เสียชีวิต
  • ผู้ที่อายุมาก มากกว่า 60 ปี ภูมิต้านทานร่างกาย จะลดลง ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการเสียชีวิต
  • อาการปวดเกร็งเฉพาะที่แผลที่เป็น โอากาสเสียชีวิตน้อย
  • หากมีอาการปวดศีรษะ บ่งถึงการลุกลามของเชื้อ เข้าสู่ระบบประสาทเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมาก

การตรวจวินิจฉัยโรคบาดทะยัก

เนื่องจากการตรวจเชื้อไม่สามารถทำได้โดยตรง แพทย์จะทำการตรวจสารพิษจากแบคทีเรียในรายที่ต้อสงสัยเพื่อบ่งชี้โรคนี้

  • การตรวจประวัติ ที่ทำการรักษาเบื้องต้น
  • ตรวจประวัติ การเกิดบาดแผล
  • ตรวจร่างกาย ที่บาดแผล อาการบ่งชี้อื่นตามที่กล่าวมา
  • ไม่มีการตรวจเชื้อเฉพาะ ของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้
  • ตรวจว่ามี ประวัติการฉีดวัคซีน หรือไม่เพื่อ คัดกรองโรค
  • ตรวจสารสตริกนีน ที่มีผลคล้ายกับ โรคนี้เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นโรคนี้หรือไม่
  • การเพาะเชื้อไม่สามารถตรวจได้

การรักษาโรคบาดทะยัก

เมื่อเกิดบาดแผล ควรรีบทำความสะอาด เป็นการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อเบื้องต้น การรักษาโดยยาฆ่าแบคทีเรีย ยาลดสารพิษจากแบคทีเรียสามารถรักษาโรคนี้ได้ดี

  • การล้างแผล ขูดเนื้อออก ทำความสะอาดบาดแผลที่เกิดขึ้น ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • การให้สารต้านทาน เพื่อช่วยภูมิคุ้มกัน และทำลายสารพิษก่อนเข้าสู่กระแสโลหิต
  • ให้ยาลด การหดตัวของกล้ามเนื้อ
  • ให้ยาลด การหดตัวของหลอดลม
  • ใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อ ช่วยผู้ป่วยกรณี ระบบหายใจล้มเหลว
  • ยาช่วยควบคุม ความดันโลหิต
  • เมื่อหายขาดแล้วต้องรับวัคซีน ให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อีก

การป้องกันโรคบาดทะยัก

การระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผลและรับวัคซีนจะเป็นการป้องกันโรคนี้ได้ดีที่สุด กรณีที่เกิดบาดแผลต้องรีบทำความสะอาดอย่างถูกวิธี และพบแพทย์เพื่อตรวจเฝ้าระวังการเกิดโรคนี้

  • รับวัคซีนรวม บาดทะยัก ไอกรน คอตีบ ที่สถาณพยาบาลที่เปิดให้บริการทั่วไป
  • ใน เด็กเมื่ออายุครบเกณฑ์ ให้ รับวัคซีน ตาม คำแนะนำของแพทย์ อย่างเคร่งครัด
  • เมื่อเกิดบาดแผล และไม่เคย รับวัคซีน ป้องกันมาก่อน หรือ รับเกินกว่า 10 ปีแล้ว ให้พบแพทย์เพื่อทำความสะอาดบาดแผล และ รับแอนติบอดี้ เพื่อลดสารพิษจากเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคนี้
  • ระมัดระวังอย่าให้เกิดบาดแผล ทั้งจากอุบัติเหตุ และความบังเอิญต่างๆ
  • เมื่อเกิด บาดแผลให้ทำ การรักษาที่สถาณพยาบาลอย่างถูกวิธี และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • ไม่เสพยาเสพติด โดยเฉพาะที่ต้องใช้ เข็มฉีดยา
  • หากเกิด อาการต้องสงสัย ต่างๆตามที่กล่าวมาข้างต้นให้รีบ พบแพทย์ เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที