โรคต้อหิน คือ ภาวะความดันตาสูง ส่งผลกระทบต่อประสาทตาและความสามารถในการมองเห็น ต้อหิน อาการของโรคเป็นอย่างไร แนวทางการรักษา และ การป้องกันการเกิดโรค บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบกัน

โรคต้อหิน ต้อหิน ต้อหินในตา ความดันต้อหินโรคต้อหิน เป็นโรคอันตรายกับระบบประสาทตา เพราะ ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถมองเห็นได้อย่างปกติ หรือ สูญเสียการมองเห็นไปเลย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เพราะ ตาถือเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก โรคนี้จะเกิดจากความดันของตาที่สูงมากผิดปกติ

ความดันตาสูง สามารถเกิดได้เนื่องจากของเหลวที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงตา ตามธรรมชาติจะไหลเวียนไปมาระหว่างม่านตากับเลนส์ที่หน้าลูกตา และสุดท้ายจะไหลเวียนออกไปทางระบายน้ำในตา จะสังเกตุได้ว่าจะมีรูที่มุมตา หากใช้การขยายการมองเห็นจะพบว่ารูนี้มีลักษณะเป็นตะแกรง เพื่อระบายเฉพาะของเหลวออกไป

โรคต้อหิน เกิดจากความดันของเหลวในตาเปลี่ยนไป ทำให้เกิดการทำลายเซลล์ประสาทตา โดยความดันที่เหมาะสมสำหรับของเหลวในตาจะต้องไม่เกิน 22 มม.ปรอท หากมากกว่านี้จะเป็นอัตรายมาก เสี่ยงมากที่เกิดต้อหินตามมา

สาเหตุการเกิดโรคต้อหิน

มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคต้อหิน โดยมากแล้วเมื่ออายุมากขึ้น ก็จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากขึ้น จากการเสื่อมของกระจกตา นอกจากนั้นแล้วโรคนี้สามารถส่งต่อทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นผู้ที่มีประวัติญาติเคยป่วยโรคนี้จะต้องระวังมากเป็นพิเศษ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้ ได้แก่

  • อายุที่มากขึ้น เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นสภาพเซลล์ต่างๆก็มีการเสื่อมเป็นธรรมดา ดังนั้นเมื่ออายุมากขึ้นจึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหินเพิ่มมากขึ้น
  • พันธุกรรม คนที่มีประวัติพ่อแม่พี่น้องญาติใกล้ชิดป่วยโรคนี้มักมีความเสี่ยงต่อการป่วยโรคนี้มากกว่าบุคคลทั่วไป
  • การกระทบกระเทือน ทั้งจากการที่ไม่ตั้งใจและตั้งใจ เช่น จากการเล่นกีฬาที่มีการประทะ การเกิดอุบัติเหตุต่างๆ
  • เป็นโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่ป่วยโรคนี้มีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคต้อหินมากกว่าบุคคลทั่วไป
  • ยาบางประเภท เช่นกลุ่มยาสเตียรอนด์พบว่ามีผลข้างเคียงต่อการเกิดโรคต้อหิน
  • โรคเบาหวาน คนที่ป่วยเป็นโรคนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการป่วยเป็นโรคต้อหินตามมา หรือเรียกว่าเบาหวานขึ้นตา
  • การผิดปกติของสายตาธรรมชาติ เช่น การเกิดสายตาสั้น สายตายาว มักมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่สายตาปกติ

ประเภทของโรคต้อหิน

สำหรับประเภทของโรคต้อหิน มีทั้งสิ้น 4 ประเภท ประกอบด้วย ต้อหินโดยกำเนิด ต้อหินชั้นสอง ต้อหินมุมเปิด และ ต้อหินมุมปิด โดยรายละเอียด มีดังนี้

  • ต้อหินแต่กำเนิด พบได้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิด สาเหตุหลักจะมาจากพันธุกรรม อาการรุนแรงมาก การควบคุมอาการทำได้ยากเนื่องจากเด็กยังเล็กมาก หากไม่รักษาอาจจะตาบวดได้ มารดาเด็กควรสังเกตุอาการเด็กว่ามีการตอบสนองต่อการมองหรือไม่
  • ต้อหินขั้นสอง หรือ ต้อหินที่มีสาเหตุการเกิดจากการเป็นโรคตาชนิดอื่นๆอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคเบาหวาน โรคต้อกระจก โรคเนื้องอกที่ตา โรคตาอักเสบ การใช้ยาสเตียรอยด์บางชนิด รวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุที่ตา ทั้งจากแรงกระแทก หรือ จากบาดแผล ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต้อหินได้ทั้งนั้น
  • ต้อหินมุมเปิด พบบ่อยมาก เกิดจากการอุดตันของท้อระบายน้ำเลี้ยงในลูกตา เมื่อของเหลวไหลออกไม่ได้หรือได้ไม่ดี จึงทำให้ความดันในลูกตาเพิ่มขึ้นจนเกิดเป็นโรคต้อหินซึ่งทำให้ระบบประสาทการรับรู้การมองเห็นถูกทำลายไปด้วย เมื่อพบในระยะแรกจะพบว่าการมองเห็นเริ่มลดลง มองไม่ห็นขอบของภาพ เมื่อไม่ได้ทำการรักษาจะค่อยๆลดการมองเห็นลง จนบอดสนิทในที่สุด โดยมากแล้วผู้ป่วยมักมีประวัติครอบครัวเคยป่วยโรคนี้มาก่อน อีกทั้งส่วนมากจะมีโรคประจำตัวเกี่ยวข้องกับความดัยโลหิต
  • ต้อหินมุมปิด ชนิดนี้พบได้ไม่มาก เกิดจากการที่มุนของลูกตาถูกม่านตาปิดกั้นทำให้ความดันเปลี่ยนแปลงคือมากขึ้น ของเหลวในตาไม่สามารถไหลเวียนออกไปได้ อาการมีหลายแบบ คือ แบบฉุกเฉิน เกิดจากการที่ความดันในตาเพิ่มสูงมากอย่างรวดเร็ว ทำให้มีอาการวินเวียนศีรษะ ปวดลูกตาอย่างแรง ตาแดงกล่ำ อาการคลื่นไส้อาเจียน แบบเรื้อรังคือ อาการค่อยๆเกิด แบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นๆหายๆ

การตรวจวินิจฉัยโรคต้อหิน

การตรวจวินิจฉัยโรคนี้ จะต้องทำโดยจักษุแพทย์ผู้เชียวชาญ เพราะ หากผิดพลาดก็จะทำให้การรักษาผิดพลาดได้ และตาเป็นอวัยวะสำคัญ เมื่อเกิดความเสียหายก็ยากที่จะรักษาให้กลับมาเป็นเหมือนเิมได้ ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยโรค ได้แก่

  • การตรวจตาผู้ป่วยเพื่อดูลักษณะมุมตา ว่ามีความผิดปกติมากน้อยเพียงใด
  • การตรวจขั้วประสาทตา ดูความเสียหาย การตอบสนองต่อแสง ว่ายังมีการตอบสนองของเซลล์ประสาทตามากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินการรักษาตามความรุนแรง
  • การตรวจวัดความดันภายในตา การใช้ slit-lamp microscopy ตรวจดูตาอย่างละเอียด เพื่อประเมินการอักเสบที่เกิดขึ้น
  • การตรวจลานสายตา บ่งชี้ถึงโรคต้อหินโดยละเอียด

การรักษาโรคต้อหิน

การรักษาขึ้นอยู่กับ ระดับความรุนแรงของโรคต้อหินที่ผู้ป่วยเป็น โดยมากแล้วหากไม่จำเป็น จักษุแพทย์จะไม่นิยมให้มีการผ่าตัด หากยังอยู่ในขั้นต้นขิงการป่วย ก็จะใช้ยารักษา แต่หากรุนแรงจนไม่สามารถใช้ยาได้ จะพิจารณาทางเลือดสุดท้ายคือการผ่าตัด

  • การใช้ยารักษา เนื่องจากโรคต้อหิน เป็นโรคที่ประสาทตาถูกทำลายถาวรเลย ดังนั้นการรักษาหากกำจัดสิ่งอุดตันออกไปเลยจะทำให้ประสาทตาเสียหายมากขึ้น การรักษาจะต้องค่อยๆ เพื่อประคองประสาทตาที่เหลืออยู่ให้สามารถทำงานได้นานที่สุด ทั้งนี้การรักษาจะได้ผลเพียงใดขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่ผู้ป่วยเป็นด้วย โดยยาที่จะช้รักษาจะมีฤทธิ์ลดการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงตา หรืออีกประเภทคือช่วยให้ของเหลในตามีการไหลเวียนที่ดีขึ้น โดยการรับการรักษาด้วยยาจะต้องหยอดตา ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและติดตามอาการอย่าสม่ำเสมอเพื่อประเมินการรักษา
  • การใช้เลเซอร์รักษา เลเซอร์ที่ใช้รักษามีหลายประเภทขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหินที่เป็น และ ระยะของโรคที่เป็น เช่น Selective laser trabeculoplasty ใช้รักษาต้อหินมุมเปิด ร่วมกับการใช้ยารักษา Laser peripheral iridotomy ใช้รักษาต้อหินมุมปิด  Argon laser peripheral iridoplasty หรือ Laser cyclophotocoagulation ใช้ร่วมกับเลเซอร์ชนิดอื่นๆ
  • การผ่าตัด ใช้การรักษาด้วยวิธีนี้ในกรณีที่การรักษาวิธีอื่นไม่สามารถทำได้แล้ว เช่น การระบายของเหลวออกจากลูกตา เพื่อลดความดันภายในตา เรียกว่าTrabeculectomy  การใส่ท่อระบายของเหลวออกจากลูกตา เพื่อระบายลดความดันในกรณีที่การผ่าตัดวิธีแรกไม่ได้ผล เรียกว่า Aqueous shunt surgery