อะโวคาโด คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ บำรุงระบบเลือด ลดไขมันเลว ( LDL ) บำรุงสุขภาพ มีสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงระบบภูมิต้านทาน บำรุงระบบประสาท บำรุงผิวพรรณ มีสารป้องกันการเกิดมะเร็ง รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันการเกิดโรคปากนกอะโวคาโด Avocado ลุกเนย อโวคาโด้ กระจอก มีโปรตีน วิตามิน มีเนื้อมัน สามารถใช้แทนเนยได้ นิยมใช้ลดน้ำหนัก ไม่มีรสหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ ของ อะโวคาโด มาให้ทราบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ของอะโวคาโด

คือ Persea americana Mill จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับอบเชย ( LAURACEAE ) ชื่อสามัญ ได้แก่ Avocado ภาษาไทย เขียนได้หลายแบบ เช่น อะโวคาโด อาโวคาโด อาโวกาโด อโวคาโด้ ภาษาถิ่น มีการเรียกว่า ลูกเนย มีถิ่นกำเนิดใน เม็กซิโก นำเข้ามาปลูกในไทย ครั้งแรก ที่จังหวัดน่าน และ แพร่หลายในทุกภาคของประเทศไทยในปัจจุบัน   

วิธีปลูกอะโวคาโด

นิยมใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ขั้นแรกคือ แกะเมล็ดโดยอย่าใช้ของมีคม เพราะ จะทำให้เมล็ดเสียหาย อาจจะไม่งอกได้ นำเมล็ดมาล้างด้วยน้ำอุ่น จนเหลือแต่เมล็ด นำกระชำระพรมน้ำให้ชุ่ม ใส่ถุงพลาสติก โดยไม่ต้องปิดปากถุง วางเมล็ดลงคอยสังเกตุอย่าให้กระดาษแห้ง จนรากงอกออกมา ประมาณ 3 นิ้ว ย้ายลงกระถางปลูก ให้กลบดินครึ่งลูก ให้เมล็ดโพล่พ้นดินครึ่งหนึ่ง รดน้ำให้ชุ่ม ครบ 3 เดือนให้ย้ายกระถางที่ใหญ่ขึ้น

สรรพคุณของอะโวคาโด

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย
  • มีสรรพคุณบำรุงพิวพรรณ ลดริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้หน้าสดใส
  • บำรุงระบบการมองเห็นและรักษาสายตาโดย ชะลอการเสื่อมของกระจกตา
  • สามารถใช้ อะโวคาโด ในการลดน้ำหนัก ลดไขมันเลว ( LDL ) ลดความเสี่ยงไขมันอุดตันเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
  • ลดโอกาสเสี่ยงการเกิด โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และ โรคหัวใจวาย เพราะ มีไขมันดี ( HDL )
  • มีสารต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม และ มะเร็งปากมดลูก
  • ป้องกันการเกิดโรคหวัด หรือ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เพราะ มีวิตามินซีสูง
  • ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ป้องกันการเกิดโรคปากนกกระจอก โดยเฉพาะในเด็ก ที่ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรง
  • มีเส้นใยสูง ทำให้บำรุงระบบขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายได้ง่าย ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้
  • มีสารเร่งการดูดซึม สารสำคัญต่อร่างกาย เช่น ไลโคปีน เบตาแคโรทีน หรือ ลูทีน ในผักผลไม้ต่าง ให้เข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น
  • ป้องกัน ลดความถี่ ลดคามเสี่ยง ของการเกิดโรคเหน็บชา ได้ดี
  • รับประทานเป็นอาหารเสริมได้ดี แคลอรีสูงแต่ก็อุดมไปด้วย DHA และไขมันดี (HDL) ในปริมาณที่สูง
  • มีโฟเลตสูง เหมาะสำหรับ หญิงตั้งครรภ์ สร้างความแข็งแรงให้กับบุตรในครรภ์
  • เมื่อสกัดน้ำมันจาก อะโวคาโด นิยม นำมาเป็นส่วนประกอบของครีม บำรุงผิว เพราะ สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีกว่าน้ำมันชนิดอื่น
  • รักษาโรคร่วง หรือ โรคศีรษะล้าน นำผลมานวดหัว หรือ ผสม กับครีมนวด ยาสระผม เร่งการงอกของเส้นผมได้ดี
  • สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ และ บำรุงเส้นผมได้ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีผิวแห้ง หนังศีรษะแห้ง ช่วยให้มีผิวพรรณที่ชุ่มชื้นขึ้น

ประโยชน์ของอะโวคาโด

  • รับประทานเป็นผลไม้สด ทำให้อิ่มท้อง ใช้เป็นอาหารลดน้ำหนักได้ดี
  • สกัดน้ำมัน เพื่อนำบริโภคได้
  • นำมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว สร้างความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี
  • นำมาเป็นส่วนผสมของแชมพูบำรุงเส้นผม ทำให้ผมดกดำ ไม่แห้ง

ข้อระวังการรับประทานอะโวคาโด

เนื่องจาก อะโวคาโด เป็นผลไม้ซึ่งมี สารแทนนินในปริมาณมาก ซึ่งสารนี้สร้างรสขมให้กับ อะโวคาโด แต่ในบางคนที่มีการแพ้สารนี้ หากรับประทานมากเกินไปจะมีอาการ ปวดศีรษะ ปวดท้อง อาเจียน ผื่นคัน ลมพิษ หากรุนแรงอาจจะเสียชีวิตได้ ผู้ที่จะบริโภคควรทราบว่าตนเองแพ้หรือไม่ โดยการเริ่มรับประทานในปริมาณน้อยๆก่อน

สารอาหารในอะโวคาโด

การรับประทาน อะโวคาโด 100 กรัม จะได้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี โดยพลังงานมาจาก คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล ไขมันค่อนข้างสูงถึง 16 เปอร์เซนต์ มีโปรตีน น้ำ เบตาแคโรทีน ลูทีนและซีแซนทีน วิตามินB 1, 2, 3, 5, 6 และ 9 วิตามินC วิตามินE วิตามินK ธาตุอาหารได้แก่ Ca Fe Mg Mn P K Na และ Zn

สูตรมาร์กหน้าอะโวคาโด

ควรทำการมาร์กหน้า ทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลควรทำต่อเนื่อง สูจรนี้เป็นสูตรกลาง สำหรับผิวทุกสภาพ สามารถเติมส่วนผสมเพิ่มเติมตามชอบใจได้

  • ผลอะโวคาโดสุก ประมาณ 2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไข่แดง 1 ฟอง
  • นำส่วนผสมทั้งหมดปั่นให้ละเอียด
  • ล้างหน้าให้สะอาดก่อนมาร์ก และเช็ดให้แห้ง
  • ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ จะทำให้หน้าตึง ชุ่มชื้น ดูอ่อนกว่าวัย

วิธีทำเครื่องดื่มอะโวคาโด

เครื่องดื่มอะโวคาโด ใช้ดื่มตอนเช้า บำรุงร่างกาย หรือ ใช้ดื่มดับกระหายได้ตามต้องการ มีประโยชน์ต่อร่างกาย

  • หั่นอะโวคาโดเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 กำมือ
  • หั่นมะเขือเทศล้างสะอาดเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ผล
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำแข็ง 2 ถ้วย
  • เกลือป่นนิดหน่อยประมาณ 1/4 ช้อนชา
  • ใส่อะโวคาโด และ มะเขือเทศ หั่นที่เตรียมไว้ ลงเครื่องปั่น
  • ใส่น้ำเปล่า และ น้ำแข็ง เติมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ปั่นจนละเอียด
  • เติมเกลือเล็กน้อย และปั่นนิดหน่อย เพื่อให้เข้ากัน
  • ใช้ดื่มดับกระหาย ดื่มเป็นประจำบำรุงร่างกาย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หญ้าปักกิ่ง สมุนไพร สรรพคุณ ต้านมะเร็งทุกชนิด... หญ้าปักกิ่ง คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ ช่วยป้องกันการเกิด โรคมะเร็ง ได้หายชนิด เช่น มะเร็งในลำคอ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง แล...
มะละกอ สมุนไพร สรรพคุณ ต้านมะเร็ง บำรุงผิวพรรณ... มะละกอ คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ บำรุงระบบขับถ่าย บำรุงระบบประสาท รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลอักเสบ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ผุพองเป็นหนอง บำรุงหัวใจ ต้านมะเร็ง รักษานิ่ว ช่วยย่อยอาหาร รักษา...

ดีปลี คือ สมุนไพร ประเภทไม้เถา มี สรรพคุณ มากมาย เช่น บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุไฟ  บำรุงสตรี ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ รักษาโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ แก้หวัด รักษาโรคในระบบทางเดินอาหาร รักษาอาการผิดปกติของดีปลี long pepper สมุนไพรดีปลี ลูกดีปลีร่างกาย แก้นอนไม่หลับ แก้พิษ แก้อัมพาต รักษาอาการอาหารไม่ย่อย เป็นตัวยาสำคัญในสูตรยา สมุนไพรไทย โบราณ เช่น พิกัดเบญจกูล พิกัดตรีสันนิบาตผล ยาเหลืองปิดสมุทร ยาธาตุบรรจบ มีถิ่นกำเนิดใน เกาะโมลัคคาส ในมหาสมุทรอินเดีย บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ ของ ดีปลี มาให้ทราบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ของดีปลี

คือ Piper retrofractum Vahl จัดรวมอยู่ในวงศ์พริกไทย ( PIPERACEAE ) เพราะ มีลักษณะคล้ายกันกับพริกไทย ชื่อสามัญถาษาอังกฤษ คือ  Long pepper หรือ Indian long pepper หรือ Javanese long pepper มีชื่อท้องถิ่น ภาษาไทย อื่น ๆ ได้แก่ ดีปลีเชือก (ภาคถิ่นภาคใต้) ปานนุ ประดงข้อ (ภาษาถิ่นภาคกลาง) พิษพญาไฟ ปีกผัวะ มีการนำเข้ามาปลูกมากใน ประเทศอินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ในประเทศไทย พบว่า ภาคใต้เป็นแหล่งผลิตใหญ่  นิยมใช้แทนพริกไทย ให้รสชาติคล้ายกัน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของดีปลี

ดีปลี เป็น สมุนไพร ประเภท ไม้เลื้อย โดยลำต้น เป็นเถา พันกับต้นไม้ใหญ่ ค่อนข้างเหนียว มีรากฝอย งอกออกบริเวณข้อปล่อง เพื่อใช้ยึดเกาะ และ เลื้อยพัน กับต้นไม้ใหญ่ เจริญเติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น ที่มีความชื้นสูง มีแสงแดดรำไร ไม่ชอบแดดแรง ใบมีสีเขียวเข้มเป็นออกมัน ใบปลายแหลม ยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ผลสดมีสีเขียว สุกแล้วจะเป็นสีแดงสด ผลย่อยจะมีเมล็ดเดียว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสชาติเผ็ดร้อน สามารถเก็บผลมาใช้ โดยเมื่อผลเริ่มเป็นสีน้ำตาล จะนำมาตากแดดให้แห้ง ใช้เป็นยาหรือประกอบอาหารได้

สรรพคุณของดีปลี 

  • ดีปลี มีสรรพคุณ บำรุงระบบสืบพันธุ์ ช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
  • ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ โดยใช้ ดอกดีปลีประมาณ 10 ดอก เพิ่มหัวแห้วหมู 10 หัว และพริกไทย 10 เม็ด นำมาตำรวมกันให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้ เพื่อใช้รับประทานก่อนนอนทุกคืน จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
  • ดอกดีปลีช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย เพิ่มความอบอุ่นของร่างกาย ในฤดูหนาว แก้ธาตุไฟหย่อนหรือพิการ
  • สรรพคูรเป็นยากระจายลม ระบายความเจ็บปวด ตามส่วนต่างๆของร่างกาย
  • ใช้ช่วยทำให้เจริญอาหาร ให้รับประทานได้มากขึ้น ในผู้ที่ร่างกายซูบผอม
  • สรรพคุณขับน้ำลาย ทำให้น้ำลายออกมามาก ป้องกันมะเร็งต่อมน้ำลาย
  • ใช้ส่วนเถาเพื่อแก้ลมอัมพฤกษ์
  • แก้วิงเวียนศีรษะหน้ามืดจะเป็นลม โดยใช้ดอกแก่นำมาต้มน้ำดื่มเมื่อมีอาการ
  • แก้อาการนอนไม่หลับ ลดความเครียด ทำให้หลับสบายขึ้น
  • ใช้ส่วนรากเพื่อบรรเทาอาการตัวร้อน
  • เมื่อมีอาการไข้ แบบเป็น ๆ หาย ๆ ใช้ดอกดีปลีล้างจนสะอาด นำมาบด ประมาณครึ่งแก้ว ต้มกับน้ำ 4 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 1 แก้ว กรองดื่มกินขณะท้องว่าง วันละ 2 ครั้ง และ ยานี้ยังมีสรรพคุณช่วยลดอาการม้ามโตได้
  • แก้อาการหวัด คัดจมูกน้ำมูกไหล
  • แก้อาการหืด หืดหอบ อาการไอ าการระคายคอจากเสมหะ โดยใช้ส่วนดอกและราก
  • แก้อาการหลอดลมอักเสบ อาการเจ็บในลำคอ ลดอาการเสียงแหบแห้ง โดยใช้ผลแก่จัด
  • ใช้ส่วนผลแก้โรคลมบ้าหมู
  • เถา และ ผล ใช้แก้เสมหะพิการ น้ำลายเหนียว ขับเสมหะ นำมาฝนใส่น้ำมะนาวเล็กน้อย แทรกเกลือนิดหน่อย ใช้กวาดคอ หรือใช้จิบบ่อย ๆ แก้อาการได้ดี
  • ดอกดีปลี แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน ทำให้รู้สึกดีขึ้น
  • เถา และ ผล แก้อาการปวดฟัน
  • ผลดีปลีแก่แห้ง ช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง
  • ใช้ผลแก่จัด เถา ราก นำมาช่วยแก้อาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องขึ้น ช่วยขับลมในลำไส้ให้ผายลม และ ช่วยให้เรอ บรรเทาโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร โดยใช้ผลดีปลีแก่แห้ง 1 กำมือ ( ประมาณ 10-15 ผล ) นำมาต้ม เอาน้ำดื่ม 2 ถ้วยแล้วเคี่ยวประมาณ 15 นาที ใช้ดื่ม วันละ 3 เวลาหลังอาหาร
  • ใช้ส่วนผล เป็นยาสมุนไพร ขับพยาธิ
  • สรรพคุณ แก้โรคริดสีดวงทวารหนัก ใช้ดอกประมาร 10 ดอก ผสมเมล็ดงาดำดิบประมาณ 20 กรัม บดให้ละเอียด ผสมกับนม ใช้ดื่มวันละ 1 แก้วตอนเช้า ติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน
  • ผลแก่จัดใช้เป็นยาขับระดูของสตรี และ ยาขับรก หลังคลอดบุตร กระตุ้นการบีบตัวของมดลูก
  • ส่วนรากสามารถแก้เส้นแก้พิษอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • สมัยโบราณใช้เถาดีปลีแก้พิษงู
  • ใช้ส่วนใบ บดระเอียด ทาแก้อาการปวดเมื่อย แก้เส้นเอ็น ช่วยให้มีเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น บรรเทาโรคข้ออักเสบ โรคเกาต์ โรครูมาตอยด์
  • ใช้ผลแก้อาการฟกช้ำบวม ตามร่างกาย และส่วนต่างๆได้

ข้อควรระวังการใช้ดีปลี

เนื่องจาก ดีปลี มีฤทธิ์ ทางยาต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดปริมาณไขมัน น้ำตาลในเลือด สารคลายกล้ามเนื้อ สารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์มีฤทธิ์ทำให้แท้ง การบริโภคควรระมัดระวัง ได้แก่

  • ห้ามหญิงมีครรภ์บริโภค ยาสมุนไพร หรือ ยาปรุงสูตรใดๆ ที่มีส่วนผสมของดีปลี
  • ห้ามบริโภคมากเกินขนาด เพราะ จะมีฤทธิ์กัดกระเพาะ ทำให้แสบร้อนท้อง แสบขณะถ่าย
  • เนื่องจากดีปลี มีสรรพคุณเสริมธาตุไฟ ในหน้าร้อน หรือ ขณะมีไข้ ไม่ควรบริโภค เพราะ จะทำให้อาการแย่ลง หรือ ตัวร้อนมากเกินไป

ประโยชน์อื่นๆของดีปลี

  • ใช้รับประทานเป็นผักสด เพิ่มรสชาติ ความเผ็ดร้อน
  • ใช้แทนพริกไทยในการปรุงอาหาร
  • ในภาคใต้ เมนู ข้าวยำ มีการใส่ยอดอ่อนดีปลี เป็นเครื่องชนิดหนึ่งที่ขาดไม่ได้
  • ใช้ดับกลิ่นคาวของเนื้อปลา หรือ เนื้อสัตว์ได้ดี ใช้ในการหมักเนื้อสัดว์ เพราะ ดีปลีมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
  • ใช้ประกอบการถนอมอาหาร พวกของหมัก ของดอง แต่งรสการหมักได้ดี
  • ปลูกไว้เป็นไม้ประดับ ไม้เลื้อยตามต้นไม้ใหญ่ เพิ่มความเย็น ชมใบสีเขียวสดดูชุ่มชื่น มีผลสีแดง สวยงาม
  • สกัดเป็นสารกำจัดแมลง เพราะ ดีปลีมีน้ำมันหอมระเหย ที่สามารถฆ่าแมลงด้วงงวง และ ด้วงถั่ว ได้ดี

ตำรับยาที่มีการใช้ดีปลี

ในตำรับยาโบราณ พบว่า มีการใช้ดีปลี เป็นส่วนผสมมากมาย ได้แก่

  • พิกัดเบญจกูล ประกอบไปด้วย ดอกดีปลี รากช้าพลู เหง้าขิงแห้ง เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง  แก้ในกองฤดู กองสมุฎฐานต่าง ๆ ช่วยกระจายกองลมและโลหิต แก้คูถเสมหะ แก้ลมพานไส้ ช่วยระงับโรคอันบังเกิดแต่ทวัตติงสาหาร
  • พิกัดตรีสันนิบาตผล ประกอบไปด้วย ผลดีปลี รากพริกไทย และรากกะเพราแดง ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย แก้ในกองลม
  • พิกัดตรีกฎุก ประกอบไปด้วย ดีปลี ขิงแห้ง และพริกไทย แก้โรคที่เกี่ยวกับลม ดี ฤดู
  • พิกัดตัวยาเผ็ดร้อน 6 ชนิด ดีปลี พริกไทย ใบแมงลัก ผลกระวาน ใบโหระพา ผลผักชีลาว โดยมีสรรพคุณช่วยในการย่อยอาหาร แก้ลมจุกเสียด ช้ำบวม
  • ยาอาภิสะ แก้อาการไอ ผอมแห้ง แก้เสมหะในทรวงอกและลำคอ และช่วยแก้ริดสีดวงทวาร
  • ยาหอมนวโกฐ แก้ลมวิงเวียน อาการหน้ามืดตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียนอาเจียน และช่วยแก้ลมจุกแน่นในท้อง
  • ยาประสะกานพลู แก้อาการในช่องท้อง บรรเทาอาการปวดท้อง อาการจุกเสียด แน่นท้องน้อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อยปกติ สาเหตุเนื่องจากธาตุไม่ปกติ
  • ยาประสะไพล เกี่ยวกับสตรี แก้ระดูมาไม่สม่ำเสมอ หรือ มาน้อยของสตรี ฤทธิ์กระตุ้นมดลูก
  • ยาเหลืองปิดสมุทร แก้อาการอุจจาระแปลกไม่เป็นมูก หรือ มีเลือดปะปน หรือ อาการท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้ ไม่มีการติดเชื้อ
  • ยาธาตุบรรจบ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง ท้องโต ลงพุง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มังคุด สมุนไพร สรรพคุณ มหัศจรรย์ รักษามะเร็ง... มังคุด ( mangosteen ) คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ มากมาย นอกจากจะเป็น ผลไม้ ที่เป็นที่นิยมแล้ว ยังพบว่ามี สารสำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่สามารถบำรุงระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบกระดูก...
ฝาง สมุนไพรบำรุงเลือด สรรพคุณรักษาอาการผิดปกติต่างๆในสต... ฝาง คือ สมุนไพร ไม้ยืนต้น ที่ใช้เปลือกไม้นำมาทำเป็นยาสมุนไพร สรรพคุณมากมาย เช่น บำรุงร่างกาย บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ บำรุงสตรี แก้อาการผิดปกติต่างๆ แก้ไข้ แก้พิษต่างๆ แก้ปวด แก้ประจำ...
สมุนไพรต่างๆ
หมามุ่ย เม็ดหมามุ่ย เมล็ดหมามุ่ย ต้นหมามุ่ย
หมามุ่ย
หญ้าแพะหงี่ สมุนไพรหญ้าแพะหงี่ Horny goat weed ยาหญ้าแพะหงี่
หญ้าแพะหงี่
ว่านชักมดลูก สมุนไพรชักมดลูก ยาว่านชักมดลูก ต้นว่านชักมดลูก
ว่านชักมดลูก
มะเขือเทศ สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรถคุณของมะเขือเทศ
มะเขือเทศ
ม้ากระทืบโรง สมุนไพรม้ากระทืบโรง ยาม้ากระทืบโรง ยาดองม้ากระทืบโรง
ม้ากระทืบโรง
โสม โสมเกาหลี โสมขาว สมุนไพรโสม
โสม
กวาวเครือขาว กวาวเครือ หัวกวาวเครือขาว สมุนไพรกวาวเครือขาว
กวาวเครือขาว
โด่ไม่รู้ล้ม ว่านโด่ไม้รู้ล้ม สมุนไพร สมุนไพรไทย
โด่ไม่รู้ล้ม
ถั่งเช่า ตังถั่งเช่า สมุนไพร สมุนไพรจีน
ถั่งเช่า
โรคและการรักษาโรค
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคอ้วน
โรคอ้วน
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคระบบประสาทและสมอง
โรคระบบประสาทและสมอง
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคตา
โรคตา
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคหูคอจมูก
โรคหูคอจมูก
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคทางเดินอาหาร
โรคระบบทางเดินอาหาร
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคติดเชื้อ
โรคติดเชื้อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคติดต่อ
โรคติดต่อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคระบบฮอร์โมน
โรคระบบต่อมไร้ท่อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคไต
โรคไต
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคข้อและกระดูก
โรคข้อและกระดูก
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคมะเร็ง
โรคมะเร็ง
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคในช่องปาก
โรคในช่องปาก
แนะนำโรคน่าสนใจ
โรคมะเร็ง มะเร็งตับ โรคตับ โรคมะเร็งตับ
โรคมะเร็งตับ
โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็ง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไม่ติดต่อ
โรคมะเร็งปอด
มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคมะเร็ง
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คอบวม โรคมะเร็ง โรคระบบต่อมไร้ท่อ
โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็ง โรคไม่ติดต่อ โรคระบบเลือด
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งกระเพาะอาหาร โรคมะเร็ง โรคระบบทางเดินอาหาร โรคไม่ติดต่อ
โรคมะเร็งกระเพาอาหาร