โรคคาวาซากิ ( Kawasaki Disease ) คือ โรคติดเชื้อในเด็ก โดยอาการของโรค จะมีไข้สูง ผิวหนังมีผื่นแดง ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอจะโต โรคนี้พบมาในเอเชีย ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต เด็ก 1-5 ขวบ เสี่ยงเกิดโรค การรักษาและป้องกันทำอย่างไร

โรคคาวาซากิ โรคเด็ก โรคติดเชื้อ

โรคคาวาซากิ หรือ Kawasaki Disease โรคนี้จะประกอบด้วย อาการต่างๆ โดย จะมีไข้สูง มีการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุผิว และ ผิวหนัง นอกจากนั้น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอจะโต จะพบมาพบมากในเอเชีย หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะส่งผลให้ หลอดเลือดแดงหัวใจนั้น มีการโป่งและพองขึ้น จะเกิดเป็น ภาวะที่รุนแรง และ อาจจะร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต เป็นโรคร้ายในกลุ่มเด็ก 1-5 ขวบ และโอกาสที่จะเกิดซ้ำ ในผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคนี้ มีได้แต่น้อยมาก

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคคาวาซากิ

  • เด็กที่อายุตำกว่า 5 ปี ผู้ปกครองควรใส่ใจ ตั้งแต่แรกเกิด
  • จะมีโอกาสพบ ในเด็กผู้ชาย มากกว่า ในเด็กผู้หญิง
  • เด็กน้อยชาวเอเชีย อย่างเช่น เกาหลี และ ญี่ปุ่น จะพบได้บ่อยกว่าชาติอื่น
  • เด็กที่พ่อแม่เคยมีอาการ หรือ เป็นโรคนี้ เด็กจะมีความเสี่ยงสูง ถึงสองเท่าที่จะเป็นโรคนี้

สาเหตุของการเกิดโรคคาวาซากิ

ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐาน ดังนี้

  • เกิดจากปัจจัยเรื่องของ พันธุกรรม เด็กที่เคยมีประวัติญาติพ่อแม่พี่น้อง เคยป่วยโรคนี้ ต้องระวัดระวังเป็นพิเศษ
  • เกิดการติดเชื้อ แล้วเชื้อนั้นไปกระตุ้นให้ ร่างกายตอบสนอง ทางภูมิคุ้มกันไม่ปกติ และ จะส่งผลให้หลอดเลือกเกิด การอักเสบ

อาการโรคคาวาซากิ

  • ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงมาก ถ้าไม่ได้รับการรักษา ไข้ก็จะสูงขึ้น 1-2 สัปดาห์
  • ผื่นแดงๆ จำเกิดขึ้นเป็นจุดๆ ตามแขน และ ขา ส่วนมากแล้วจะเกิดหลังมีไข้ได้ 2-3 วัน ผื่นจะอยู่ถึง 1 สัปดาห์
  • ต่อมน้ำเหลืองข้างลำคอจะโตขึ้น พบได้ร้อยละ 60-70 ของผู้ป่วย มักจะโตข้างใดข้างหนึ่ง
  • ตาจะมีความแดง จะไม่มีขี้ตา เป็นนานโดยประมาณ 2 สัปดาห์
  • มีอาการปวดข้อ หรือ ข้อเท้าบวม นิ้วมือจะดูบวมๆขึ้น
  • อาการปวดท้องรุนแรง และ ถ่ายเหลว ท้องอืด
  • กล้ามเนื้อหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ หรือ ลิ้นชักหัวใจ จะมีการอักเสบ
  • โรคนี้อาการโดยหลักๆเลย ก็คือ หลอดเลือดโคโรนารี่ จะมีการโป่งพอง
  • ลิ้นเป็นตุ่มแดง ริมฝีปากแห้งแดง

การวินิจฉัยโรคคาวาซากิ

  • แพทย์จะประเมิน และ พิจารณา อาการ และ การแสดงอาการของผู้ป่วย
  • ตรวจร่างกาย สอบถามว่ามีไข้มานานแล้ว หรือยัง
  • การถ่ายภาพรังสีทรวงอก ในบางรายนั้นเงาหัวใจอาจจะขึ้น เพราะมีน้ำอยู่บิเวณช่องเยื่อหุ้มหัวใจ หรือ กล้ามเนื้ออักเสบ

การรักษาโรคคาวาซากิ

เนื่องจาก โรคนี้ยังหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ จึงยังไม่มี ยารักษาโดยเฉพาะ แต่ จะรักษาโดย อิมมูโนโกลบุลิน แบบฉีด (Intravenous Immunoglobulin, IVIG) โดย การให้ยาทางหลอดเลือดดำ มันจะช่วยลด ความรุนแรงของโรคลงได้ เหลือเพียง 5-7%  เท่านั้น การรักษาจะแบ่งออก 2 ระยะ ดังนี้

  • การรักษาช่วงเฉียบพลัน จะรักษาโดยให้ IVIG ขนาด 2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 kg. จะให้ รับประทานร่วมกับยาแอสไพริน ขนาด 80-120 กรัม
  • การรักษาไม่เฉียบพลันและต่อเนื่อง จะให้รับประทานยาแอสไพลิน ขนาด 3-5 มก/น้ำหนักตัว 1 kg. ให้รับประทานหลังจากที่ไข้ลดลงแล้ว 2 เดือน ถ้าหากพบว่าผู้ป่วยนั้นมีเส้นเลือดโป่งพอง จะต้องทานยานานไปจนกว่าเส้นเลือดนั้นจะกลับไปเป็นปกติ

การป้องกันโรคคาวาซากิ

  • ผู้ปกครอง ที่มีเด็กอ่อน ควรหมั่นสังเกตุอาการเด็ก เมื่อพบว่าตัวร้อน ซึม ร้องเสียงแปลก ร้องไห้ไม่หยุด ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะ หากนิ่งนอนใจ จะทำให้ไวรัสลุกลาม จนเสียชีวิตได้
  • เมื่อพบว่า เด็กมีอาการปวมตรงคอ ผื่นแดงทั่วตัว โดยเฉพาะบริเวณหลัง ผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์
  • ศึกษาวิธีการดูแลเด็กอ่อน อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ แรกเกินถึง 5 ปี
  • ให้เด็กดื่มนมแม่ เพราะ จะเป็นการส้รางภูมิคุ้มกัน ที่ดีที่สุดให้กับเด็กอ่อนแรกเกิด

โรคพยาธิเส้นด้าย โรคติดเชื้อพยาธิเข็มหมุด ( Enterobiasis ) ภาวะการติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหารจากพยาธิเส้นด้าย โรคทั่วไป พบได้ทั่วโลก โรคที่พบมากในเด็ก โรคในช่วงฤดูฝน สาเหตุ อาการและ การรักษาโรค ทำอย่างไร

โรคพยาธิเส้นด้าย โรคพยาธิ โรคติดเชื้อ

โรคพยาธิเส้นด้าย คือ โรคอะไร พยาธิเส้นด้ายเป็นอย่างไร ทำไมถึงติดเชื้อ กำจัดพยาธิเส้นด้ายอย่างไร เมื่อป่วยแล้วต้องทำอย่างไร รักษาหายขาดไหม ป้องกันได้ไหม บทความนี้จะเสนอข้อมูลให้ทราบ

โรคพยาธิเส้นด้าย หรือ โรคติดเชื้อพยาธิเข็มหมุด ( Enterobiasis ) หมายถึง การติดเชื้อของ ระบบทางเดินอาหาร จากพยาธิ ชื่อว่า พยาธิเส้นด้าย เป็น โรคที่พบได้ทั่วโลก พบได้ทั้งคนในเมือง และ ในชนบท พบได้มากในเด็ก และ มักมีการระบาดทั่วโลก พบมากใน เขตร้อนซึ่งมีฝนตกชุก เนื่องจาก สภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อ การเจริญเติบโตของพยาธิ  ลักษณะของพยาธิ เป็นพยาธิตัวกลมขนาดเล็ก ที่มีรูปรางคล้ายด้าย หรือ เข็มหมุด ตัวเมียใหญ่ กว่า ตัวผู้ เกือบเท่าตัว ตัวแก่ตัวเมียมีขนาดยาวประมาณ 1 เซนติเมตร อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ กับ ไส้ติ่ง และ เนื่องจาก ตัวพยาธิมีขนาดเล็ก จึงทำให้ ยากต่อ การตรวจพบในอุจจาระ ด้วยตาเปล่า

สาเหตุการเกิดโรคพยาธิเส้นด้าย

  • การติดจาก การรับประทานอาหาร โดยตรง เพราะ อาหารที่รับประทานนั้น อาจมี พยาธิปะปนอยู่ในอาหาร หากเกิด อาการคัน ก็มักจะ เกาบริเวณทวารหนัก ทำให้ไข่พยาธิติด หรือ ปนเปื้อนกับเล็บ หรือ นิ้วมือมา รวมถึงปนเปื้อนมากับ กางเกง และ เสื้อผ้าด้วย เมื่อเด็กไปหยิบจับข้าวของ หรือ รับประทานอาหาร ก็มักจะไม่ได้ล้างมือก่อน และ โดยธรรมชาตินั้น เด็กมักจะดูดนิ้ว หรือ อมนิ้วเล่น เป็นประจำ ทำให้ ไข่พยาธิเข้าร่างกายได้ง่าย และ เป็นเหตุให้แพร่ติดไปยังคนใกล้ชิดได้ง่าย
  • การติดเชื้อย้อนกลับ เป็น การติดเชื้อจากไข่ที่ติดอยู่รอบๆ ทวารหนักฟักออกมา เป็น ตัวอ่อนแล้วคลานกลับเข้าไปในลำไส้ทางทวารหนัก และ เจริญเป็นตัวเต็มวัยต่อไป
  • การติดเชื้อจากการร่วมเพศ เป็น การติดต่อพยาธิเส้นด้าย จากการมีเพศสัมพันธ์ การติดโรคพยาธิเส้นด้าย เป็น ไปโดยง่ายเนื่องจาก มักพบไข่พยาธิติดอยู่ตามเครื่อง ใช้ เครื่องนุ่งห่มของเล่นของผู้ติดเชื้อ แม้กระทั่งตามประตู การหยิบจับสิ่งของเหล่านี้จึงได้รับไข่ติดมาอยู่ที่นิ้วมือ เมื่อหยิบอาหารเข้าปากด้วยมือ หรือ อมนิ้วจึงได้รับไข่เข้าสู่ร่างกาย รวมทั้ง การรับประทานอาหาร และ น้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนของไข่พยาธิ
  • การติดพยาธิจากข้าวของ เป็น การติดไข่พยาธิที่เกิดต่อเนื่อง จากการแพร่ไข่พยาธิ จากการเกาของเด็ก ซึ่งเด็กมักจะไปหยิบจับข้าวของอย่างอื่น อาทิ ช้อน จาน เสื้อผ้า ที่นอน รวมถึงเครื่องใช้ภายในบ้านต่างๆ เมื่อ เด็ก หรือ ผู้ใหญ่ หยิบจับต่อก็จะทำให้ไข่พยาธิติดเล็บ หรือ นิ้วมือมาด้วย จนแพร่เข้าสู่ร่างกาย ผ่านการรับปะทานอาหาร หรือ น้ำดื่ม

อาการผู้ป่วยโรคพยาธิเส้นด้าย

  • หิวบ่อยกว่าปกติ และ มักจะทานอาหารในปริมาณมากๆ แต่ น้ำหนักกลับลดลง
  • บางรายอาจมี อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเสีย และ มีลมในท้อง
  • อ่อนเพลีย รู้สึกไม่ค่อยมีกำลังใน การทำกิจกรรมต่างๆ และ รู้สึกไม่สดชื่น
  • นอนไม่หลับ หรือ หลับแต่ไม่สบายตัว
  • บางรายอาจจะไม่มีอาการใดๆเลย

การวินิจฉัยโรคพยาธิเส้นด้าย

  • การตรวจสอบประวัติการรักษา โรคประจำตัว การสอบถามประวัติที่อยู่อาศัย สภาพสุขลักษณะ ชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพ อาหารการกิน อาการผิดปกติที่กังวล
  • แพทย์จะให้ตรวจอุจจาระ พบ ไข่พยาธิ ลักษณะเป็นสีน้ำตาลรูปคล้ายตัว D หรือ ตัวอ่อนที่ฟักตัวออกจากไข่ปนอยู่ในอุจจาระ การตรวจมัก จะเลือก เวลาเช้าก่อนอาบน้ำ เพราะ พยาธิมักออกไข่ตอนกลางคืน การตรวจในเวลานี้ก่อนอาบน้ำจึงมีโอกาสพบไข่ได้สูง
  • พบ ตัวแก่ขนาดโตเต็มที่ หลุดออกมากับ อุจจาระ โดยมากจะเป็น ตัวแก่ตัวเมีย ที่ตายแล้วหลังจาก การออกไข่ พบได้จาก การตรวจอุจจาระ ด้วย กล้องจุลทรรศน์ เพราะ พยาธิตัวนี้มีขนาดเล็ก มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าลำบาก

การรักษาโรคพยาธิเส้นด้าย

  • การรักษาอาการ แพทย์มักจะ รักษาอาการโดย การกินยาถ่ายพยาธิ เช่น ยา Thiabendazole หรือยา Albendazole เพื่อ ขับพยาธิออกมา
  • การปรับพฤติกรรมต่างๆ เช่น การกิน การขับถ่าย ความสะอาดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การทำกิจวัตรประจำวัน การป้องกันโรคจากเพศสัมพันธ์

การป้องกันโรคพยาธิเส้นด้าย

  • ควรทำความสะอาดภาชนะใส่อาหาร และ ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร
  • ขับถ่ายให้ถูกสุขลักษณะ และ ทำความสะอาดหลังขับถ่าย
  • ดื่มน้ำที่สะอาดปราศจากสิ่งเจือปน
  • รักษาความสะอาดในบ้าน และ บริเวณรอบๆบ้านให้สะอาด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 140 นาที ต่อ สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
  • ไม่บริโภคอาหารดิบ หรือ อาหารสุกๆดิบๆ