โรคไวรัสตับอักเสบ คือ โรคติดเชื้อที่ตับจากเชื้อไวรัสที่แฝงตัวในตับ โรคนี้ไม่แสดงอาการเจ็บป่วยอย่างชัดเจน ซึางสามารถแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้ทางเลือดและสารคัดหลั่ง อาการของโรค การรักษา และ แนวทางการป้องกัน บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบกัน

โรคไวรัสตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบ ตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบบี

โรคไวรัสตับอักเสบ เป็น โรคเรื้อรัง ที่มีพบมากใน ประเทศไทย แต่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญมาก เนื่องจาก อาการไม่แสดงออกมาทันทีทันใด อาการจะค่อยๆแสดงออก ใช้เวลานาน แต่เมื่อเป็นแล้ว มีโอกาสเสี่ยงสูงมาก ต่อการ เป็น โรคมะเร็งตับ ซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนั้น โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ และ ผู้เป็นพาหะโรค แทบจะไม่แสดงอาการเลยทำให้ ไม่ทราบว่าตนเองป่วย

ชนิดของไวรัสตับอักเสบ 

สสำหรับโรคนี้แบ่งได้ 4 ชนิด ได้แก่ เอ บี ซี ดี แต่ที่พบมาก และ เป็นสาเหตุของ โรคตับแข็ง หรือ โรคตับเรื้อรัง คือ ชนิด บี เนื่องจากไม่แสดงอาการแน่ชัด ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบ นึกว่า ตนเองเป็นไข้ ร่างกายอ่อนเพลียปกติ เมื่อทราบอีกว่าเป็น ก็อาการรุนแรงแล้ว

สาเหตุการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบ 

เกิดจาก เชื้อไวรัส โดย เชื้อไวรัส จะสามารถเจริญได้ดีในตับ เท่านั้น เมื่อรับเชื้อแล้ว จะแพร่กระจายทั่วร่างกายในกระแสเลือด แต่ จะเจริญสมบูรณ์ได้ในตับเท่านั้น เพราะ ไวรัส ชนิดนี้จะอาศัย นิวเคลีสของตับ ใน การเจริญเติบโต เมื่อไวรัสเติบโต จะยังไม่แสดง อาการเด่นชัด ทำให้ ผู้ป่วย ไม่ทราบว่าตนเองป่วย

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบ

เนื่องจากโรคนี้ไม่แสดงอาการออกมาชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยมักไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ จนถึงระยะสุดท้ายที่จำนวนเชื้อเพิ่มมากจนทำลายเซลล์ตับได้ ก็จะแสดงอาการต่างๆออกมา พร้อมการแทรกซ้อนของโรคตับอื่นๆ จนแสดงอาการผิดปกติออกมา ได้แก่

  • อาการตัวเหลือง
  • อาการปวดเมื้อยเนื้อตัว อ่อนแรง
  • อาการตาเหลือง
  • อาการตับแข็ง
  • เปลี่ยนเป็นโรคมะเร็งตับ
  • อาการโคม่าเสียชีวิตในที่สุด

การติดต่อโรคไวรัสตับอักเสบ

การติดต่อของโรคนี้ค่อนข้างง่าย หากไม่ระวัง การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันก็มีโอกาสติดต่อกันได้ ดังนั้นควรระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยส่วนตัวเป็นพิเศษ

  • ทางเพศสัมพันธ์ การไม่ป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • การรับเลือด หรือ สารคัดหลั่ง จากผู้ป่วย
  • การส่งต่อทางสายเลือด จากแม่สู่ลูก เด็กจะเป็นตั้งแต่กำเนิด

การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ

การระมัดระวังสุขลักษณะพื้นฐานของตนเอง การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง จากการรับประทานอาหารที่ถูกต้องและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรเฝ้าระวังด้วยการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันโรคนี้ได้เป็นอย่างดี

  • รักษาสุขภาพ พักผ่อนให้มาก นอนให้เพียงพอ
  • ติดตามอาการของตับ พบแพทย์ตามนัด และ ปฏิบัติตามคำแนะนำ อย่างเคร่งครัด
  • มีเพศสัมพันธุ์ อย่างปลอดภัย ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
  • ไม่ดื่มสุรา เพราะ สุรา มีพิษโดยตรงต่อตับ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 140 นาที ต่อสัปดาห์ เป็นอย่างน้อย ไม่หักโหมเกินไป เลือกให้เหมาะกับ อายุ และ ความถนัด ความชอบ เพราะ จะไม่ทำให้เบื่อเร็ว และ เลิกออกกำลังกายไป ในที่สุด
  • รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ ให้ครบ 5 หมู่ เน้น ผัก และ ผลไม้ ลดแป้ง ไขมัน ของทอด โปรตีนจากเนื้อปลา จะดีที่สุด
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว ร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะสิ่งของที่สามารถมีน้ำลาย ปะปนได้

อหิวาตกโรค โรคห่า ( Cholera ) โรคติดต่อร้ายแรง ท้องเสียอย่างรุนแรง อันตรายมาก สาเหตุจากนอาหารไม่สะอาด หรือ ดื่มน้ำไม่สะอาด อาการของโรค แนวทางการป้องกันโรค บทความนี้จะเสนอข้อมูลให้ทราบกัน

อหิวาตกโรค โรคระบบทางเดินอาหาร โรคท้องเสีย โรคติดต่อร้ายแรง

อหิวาตกโรค หรือ โรคห่า ศัพท์ทางการแพทย์คือ Cholera คือ โรคติดต่อร้ายแรง เกิดจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหาร ทำให้ท้องเสียอย่างรุนแรง โดยมีแมลงวันเป็นภาพะนำโรค โรคระบบทางเดินอาหาร เป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศด้อยพัฒนาที่การสาธารณะสุขยังไม่ดี

โรคอหิวาตกโรค เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่ลำไส้ใหญ่ ผ่านทางระบบทางเดินอาหาร มาจากน้ำดื่มและอาหารที่รับเข้าสู่ร่างกาย มีเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เสียชีวิตได้ ในอดีตมีการเสียชีวิตจากโรคนี้จำนวนมาก แต่ในปัจจุบันที่การสาธารณะสุขเข้าถึงทุกชุมชน ทำให้อัตราการเสียชีวิตน้อยมาก และยังไม่พบการระบาดเพราะมีการให้ความรู้กับประชาชนเรื่องสุขลักษณะเบื้องต้น การแพร่กระจายของเชื้อผ่านทางอุจจาระ ซึ่งสมัยก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะทำให้ผู้ที่นำน้ำมาอุปโภคบริโภคได้รับเชื้อโดยตรง

กลไกการเกิดอหิวาตกโรค

  • รับเชื้อผ่านทางน้ำดื่มหรืออาหารเข้าสู่ปากและระบบทางเดินอาหาร
  • เชื้อส่งผ่านเข้ากระเพาะอาหาร บางส่วนถูกกรดในกระเพาะทำลาย แต่ยังมีบางส่วนหลุดลอดเข้าสู่ลำไส้
  • เชื้อฝังตัวที่ลำไส้เล็กเพิ่มจำนวน ทำให้เกิดการอักเสบ
  • ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมอาหารและเกลือแร่ได้
  • น้ำในร่างกายถูกดึงออกมาลำไส้ และถ่ายออกเป็นอาการท้องเสีย ท้องร่วง
  • เชื้อไม่แพร่กระจายเข้าอวัยวะอื่น ทำให้ไม่มีไข้ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตจากการช็อค ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่

สาเหตุการเกิดอหิวาตกโรค

  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae
  • รับประทานอาหารไม่สะอาด หรือ ดื่มน้ำไม่สะอาด
  • รับประทานพืชน้ำ หรือ สัตว์น้ำ ที่มีเชื้อโรคนี้ปน จากการไม่ทำให้สุกหรือล้างไม่สะอาด

อาการอหิวาตกโรค 

  • 5 วันหลังจากรับเชื้อจะเพิ่มจำนวนจนก่อให้เกิดโรค
  • อาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ถ่ายมีกลิ่นเหม็นคาว สีขาว
  • ปวดท้องรุนแรงมาก
  • กระหายน้ำ
  • ร่างกายขาดน้ำ คอแห้ง
  • ปากแห้ง ผิวหนังแห้ง
  • อาการอ่อนเพลีย หมดแรง
  • ความดันเลือดต่ำ
  • อาการโคมา หมดสติ ไม่รู้สึกตัว
  • เสียชีวิต

การตรวจอหิวาตกโรค

  • ตรวจประวัติการรักษา
  • สอบถามอาการ
  • สอบถามอาหารที่รับประทานทาน แหล่งน้ำที่ดื่ม
  • สอบถามการเดินทางไปนอกสถาณที่
  • เก็บอุจจาระเพื่อส่งเข้าห้องปฏิบัติการทำการเพาะเชื้อ เพื่อจะได้ทราบชนิดของเชื้อที่แน่ชัด

การรักษาและป้องกันการเกิดอหิวาตกโรค

  • รับวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคที่สถาณพยาบาลตามคำแนะนำของแพทย์
  • ล้างมือก่อยรับประทานอาหาร รักษาความสะอาดเบื้องต้น
  • ปรุงอาหารให้สุกสะอาดทุกครั้งก่อนรับประทาน
  • ดื่มน้ำจากแหล่งที่แน่ใจว่าสะอาดเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำแข็งบด
  • ล้างผักผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทาน
  • อาหารทะเลควรทำให้สุกก่อนรับประทาน
  • เมื่อป่วยแล้วให้ดื่นน้ำมากๆ ดื่มผลน้ำตาลเกลือแร่แก้ท้องร่วง และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการดังกล่าว