โรคตาแดง คือ การติดเชื้อที่ดวงตา ทำให้เกิดอาการผิดปรกติ คือ คือ ดวงตาบวม แดง แสบ และ มองเห็นไม่ชัดเจน สาเหตุของอาการตาแดง อาการของโรค การรักษาและแนวทางการป้องกัน ทำอย่างไร บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบกัน

โรคตาแดง โรคตาอักเสบ ตาติดเชื้อ ตาแดง

โรคตาแดง ( Pink eye / Conjunctivitis ) เป็นโรคตาที่พบบ่อยมาก เกิดมากในช่วงหน้าฝนเนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยจะอยู่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุด ส่วนมากจะเกิดในสถาณที่ชุมชุนแออัดหรือสถาณที่ที่มีคนอยู่รวมกันมาก โรคนี้จะเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตาทำให้สังเกตุจากภายนอกเป็นสีแดง จึงเรียกว่าโรคตาแดง การระบาดในเด็กก็พบได้บ่อยเนื่องจากเด็กต้องไปโรงเรียนและสามารถได้รับเชื้อจากเพื่อน เพราะการติดเชื้อจะเป็นเชื้อไวรัสสามารถติดได้ทั้งทางอากาศ การหายใจ การใช้สิ่งของร่วมกัน การสัมผัสกัน ซึ่งเด็กส่วนมากจะไม่ระวัง เมื่อทำการรักษาแล้วสามารถหายได้ภายในสองสัปดาห์

สาเหตุการเกิดโรคตาแดง

สาเหตุหลักของโรคตาแดง คือ การติดเชื้อที่ดวงตา ซึ่งสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัย กิจกรรมในชีวิตประจำวัน มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ต่อความเสี่ยงการเกิดโรคตาแดง

  • การใช้ของใช้ร่วมกับผู้ป่วย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องการรักษาสุขอนามัยส่วนตัว
  • การอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ทำกิจกรรมร่วมกัน พบมากในโรงเรียน โดยเฉพาะเด็กเล็ก
  • เชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย สามารถแพร่กระจายได้ในอากาศ ทั้งจากการไอ การจาม ทำให้ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  • ร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พบมากในผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังกาย นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การไอ และจาม โดยไม่ใช้ผ้าปิดปาก ทำให้เชื้อฟุ้งกระจายไปในอากาศ แพร่เชื้อให้กับผู้อื่น
  • พักผ่อนน้อย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
  • ที่อยู่อาศัยไม่ถูดสุขลักษณะ เช่น ไม่ซักผ้าปลูกที่นอน ปลอกหมอน เสื้อผ้า เป็นต้น
  • ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ ไม่ยอมถอดขณะนอน หรือไม่ล้างทำความสะอาด ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

อาการของโรคตาแดง 

อาการของโรคตาแดงจะเกิดขึ้นที่ดวงตาที่มีความเบาะบาง อ่อนไหวต่อการระคายเคืองจากการติดเชื้อ ทำให้เส้นเลือดพองตัว เห็นเป็นสีแดง นอกจากนั้นต่อมน้ำตาจะผลิตน้ำตาออกมาเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกตลอดเวลา ไม่ควรขยี้ตา เพราะ จะทำให้ดวงตาบอบช้ำ และติดเชื้อมากขึ้น ลักษณะที่พบ ได้แก่

  • เคืองตา แสบตา กระพริบตาบ่อยมากกว่าปกติ
  • น้ำตาไหล ตลอดเวลา เหมือนร้องไห้ตลอดเวลา
  • อาการตาบวม ตาตูบ ตาโตกว่าปกติ เห็นจากภายนอกได้ชัดเจน
  • ไม่มีขี้ตา แต่จะพบว่าเป็นเมือกใสๆแทน มีความเหนียว ติดอยู่ตามขอบตา
  • หากรับเชื้อแบคทีเรียเพิ่ม จะมีอาการต่อมน้ำเหลืองข้างหูโต กดแล้วเจ็บ แสดงถึงการติดเชื้อรุนแรง
  • มีขี้ตามากขึ้น หากได้รับเชื้อแบคทีเรียเพิ่มเติมจากการติดเชื้อไวรัส
  • ตาแดงก่ำเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก
  • อาการแทรกซ้อนกระจกตาอักเสบ กระพริบตาแล้วรู้สึกเจ็บ
  • หากรุนแรงจะกระทบการมอง มองภาพมัว ให้รีบพบจักษุแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษา
  • หากปล่อยไว้อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหาย ควรพบจักษุแพทย์ดีกว่า

การรักษาและป้องกันโรคตาแดง

นอกจากการพบจักษุแพทย์ ปฏิบัติตามคำแนะนำ รักษาความสะอาด ที่อยู่อาศัย ของใช้ส่วนตัวแล้ว การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายตนเอง ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคตาแดง และโรคติดเชื้ออื่นๆได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ป่วยโรคตาแดงควรพึงระวังการแพร่เชื้อ เพราะ โรคตาแดงสามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้

  • การรักษาความสะอาดส่วนตัว โดยเฉพาะใบหน้า และบริเวณรอบดวงตา ใช้น้ำสะอาด สบู่ โพมล้างหน้าที่ใช้ประจำที่ไม่มีอาการแพ้ ทำความสะอาดวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น
  • การรับยาแก้ปวด นิยมใช้พาราเซตามอน เพื่อลดอาการปวดจากการอักเสบ
  • หากอักเสบมากแพทย์จะให้ยาหยอดตา ลดอาการอักเสบ ให้ใช้ตามปริมาณ และ จำนวนครั้งตาม จักษุแพทย์สั่งเท่านั้น
  • งดรับแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะ แสงกลางแจ้ง ตอนกลางวัน หากจำเป็นต้องใช้สายตากลางแจ้ง ให้ใส่แว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตาจากรังสียูวี ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดโรคตาแดงจากการอักเสบแล้ว อาจจะรุนแรงถึงเป็นโรคต้อเนื้อได้
  • เช็ดขี้ตาด้วยผ้าสะอาด ไม่ขยี้ตา ตอนตื่นนอน เพราะ จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  • หากเป็นโรคตาแดงแล้ว ควรหยุดงานหยุดเรียนจนกว่าจะหายดี เพราะจะได้ไม่แพร่ไปติดคนอื่น เป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ
  • งดใช้ของใช้ส่วนตัวทุกชนิดร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะของใช้ที่มีโอกาสสัมผัสกับดวงตา เช่น ผ้าเช็ดหน้า แว่นตา
  • หากเป็นโรคตาแดงแล้วไม่ควรซื้อยามาหยอดเอง ควรรีบพบจักษุแพทย์ เพราะหากรักษาเองแล้วอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจก โรคต้อหิน โรคต้อเนื้อ โรคต้อลม ซึ่งจะทำให้การรักษายากมากยิ่งขึ้นได้

โรคตากุ้งยิง คือ การติดเชื้อที่เปลือกตา เป็นโรคผิวหนังติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการอักเสบและบวมมากกว่าปกติ สาเหตุเกิดจากอะไร อาการของโรคเป็นอย่างไร การรักษาทำได้ไหม การป้องกันอย่างไร บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบกัน

โรคตากุ้งยิง ตากุ้งยิง เปลือกตาอักเสบ เปลือกตาติดเชื้อ

โรคตากุ้งยิง  ( Hordeolum ) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อชนิดหนึ่งไม่ได้เกี่ยวของกับการแอบดูคนอาบน้ำแต่อย่างใด สามารถพบได้ทั่วไปทุกเพศทุกวัย ไม่ได้เป็นโรคอันตรายรุนแรง รักษาหายได้

เมื่อมีอาการไม่ต้องตกใจ เนื่องจากร่างกายคนเรามีต่อมไขมันใต้ผิวหนังมากมายรวมทั้งใต้เปลือกตาด้วย ปกติแล้วจะมีการระบายไขมันออกได้ตามรูขุมขนต่างๆทั่วร่างกาย บางครั้งจะพบการอุดตัรของรูขุมขนทำให้ไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ เมื่อเจอกับเชื้อโรคจะเกิดการสะสมของเชื้อโรคภายใต้รูขุมขน เกิดการอักเสบเกิดขึ้น จะเห็นการบวมแดงเป็นตุ่มเกิดขึ้น กินระยะเวลาอักเสบประมาณ 4-5 วัน เมื่อกดจะมีอาการเจ็บ เมื่อปล่อยไว้หนองจะออกมา

แต่ถ้าไม่ออกมาจะแข็งเป็นไตและอาจกลับมาเป็นอีกได้ เมื่อเกิดขึ้นที่เปลือกตาเราจึงเห็นการบวมแดงเป็นตุ่มที่เปลือกตาและเรียกว่าตากุ้งยิง

สาเหตุการเกิดโรคตากุ้งยิง

สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมส่วนตัว การรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐานของแต่ละบุคคล สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย อาชีพการทำงานที่จำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อสุขภาพ ลักษณะผิวของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันรวมถึงภูมิคุ้มกัน ทำให้ตอบสนองต่อเชื้อโรคได้ไม่เท่ากัน

  • การไม่รักษาความสะอาด และพฤติกรรมที่เมื่อระคายเคืองตาใช้มือที่ไม่สะอาดขยี้ตาทำให้เชื้อโรคติดที่เปลือกตา
  • การใส่คอนเทคเลนส์ด้วยมือที่ไม่สะอาดหรือไม่ล้างคอนแทคเลนส์ หรือใส่เป็นเวลานานเกินไป
  • การไม่ล้างหน้าหลังจากแต่งหน้าทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคบริเวณใบหน้าและรอบดวงตา
  • การทำงานที่ต้องเจอฝุ่นระอองมากๆ เช่น บนท้องถนน โรงงานอุตสาหกรรม ไร่นา เป็นต้น
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายน้อย เนื่องจากไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

อาการของโรคตากุ้งยิง 

อาการของโรคตากุ้งยิง แบ่งได้เป็นอาการภายนอก ได้แก่ อาการบวม แดง เต่ง มองเห็นได้จากภายนอก และอาการภายใน ได้แก่ การอักเสบ การติดเชื้อ อาการไข้ มีหนอง เป็นต้น

  • อาการคันบริเวณเปลือกตา ระคายเคืองตารุนแรง มีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่สามารถหยุดไหลได้
  • อาการปวด เจ็บบริเวณเปลือกตา มีการกระพริบตามากกว่าปกติ
  • อาการบวม นูนเป็นตุ่มสีแดงเห็นได้ชัดบริเวณเปลือกตา กดแล้วเจ็บ เต่ง ทำให้รูปตาเปลี่ยนไป
  • อักเสบ มีไข้ หากปล่อยไว้ จะมีหนองออกมาจากตุ่มสีแดง

การรักษาโรคตากุ้งยิง 

การรักษาสามารถทำได้เองในเบื้องต้นกรณีที่อาการไม่รุนแรงมาก สามารถหายเองได้ แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น มีอาการปวดอย่างรุนแรง มองเห็นภาพพร่ามัว หนองไหลออกมา ให้รีบพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา ไม่ควรปล่อยไว้จนเกิดเป็นโรคตาแดง หรือโรคตาอื่นๆ

  • ประคบตาด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นให้รูขุมขนเปิด เพื่อไขมันและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อุดตันจะได้ออกมาได้ง่ายขึ้น
  • ปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับยาหยอดตา เพื่อบรรเทาอาการปวด บางรายอาจจะได้รับยาปฏิชีวนะขึ้นอยู่กับอาการ
  • แพทย์จะใช้อุปกรณ์เพื่อเจาะหนองออกมาจากนั้นจะให้รับประทานยาต่อ 3-5 วัน และกลับมาตรวจซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าหนองออกหมดแล้ว ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก
  • ห้ามขยี้ตาหลังจากได้รับการเจาะหนองเด็ดขาด ถึงแม้ว่าจะมีอาการคันมากแค่ไหนก็ตามจนกว่าจะหายดี
  • รับประทานยาแก้ปวด และยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์แนะนำเมื่อมีอาการปวด
  • ใช้ผ้าปิดตาข้างที่เป็นตากุ้งยิง เพื่อป้องฝุ่นละอองเข้าตา และสิ่งสกปรกอื่นๆรวมทั้งฝุ่นควันเข้าตา

การป้องกันโรคตากุ้งยิง

เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ดังนั้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัว การรักษาความสะอาด สุขอนามัยพื้นฐาน โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เมื่อทำได้ดังต่อไปนี้ ก็จะทำให้ความเสี่ยงต่อการป่วยโรคตากุ้งยิงลดลงได้

  • อย่าขยี้ตา หากระคายเคืองให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาล้างตาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาเท่านั้น
  • ล้างมือเป็นประจำให้เป็นนิสัย เมื่อหยิบจับสิ่งของ ออกไปนอกบ้าน ก่อนรับประทานอาหาร และอย่าสัมผัสตาโดยใช้มือที่ยังไม่ได้ล้าง
  • รักษาความสะอาดบริเวณใบหน้าและใกล้เคียงดวงตา ใช้สบู่อ่อนหรือโฟมล้างหน้าทั่วไป ให้สะอาดโดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและใต้คิ้ว
  • หลังจากแต่งหน้าให้ล้างหน้าออกทุกครั้งอย่าปล่อยไว้ค้างคืน ใช้น้ำยาล้างเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน หรือ น้ำสะอาดเช็ดหน้า ก่อนล้างออกตามปกติ
  • ทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ทุกครั้งและเปลี่ยนเมื่อครบกำหนดการเปลี่ยน อย่าสวมคอนแทคเลนส์ข้ามคืน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย