โรคเครียด ( Acute Stress Disorder ) คือ ภาวะที่ต้องเจอแรงกดดันจากหลายๆด้าน เจอเหตุการณ์ร้ายแรงมากๆเข้ามาในชีวิต เข้ามาเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว อาจะส่งผลโดยตรงทางด้านของจิตใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเครียดนั้น จะมีอาการกลัว ผวา หรือแม้กระทั่งรู้สึกวิตกกังวลในทุกเรื่อง คืออะไร ทำไมเครียด รักษาโรคเครียด โรคจิตไหม อาการโรคเครียด ผลข้างเคียง หายเองได้ไหม ป้องกันอย่างไร ฆ่าตัวตาย ครอบครัวต้องทำอย่างไร บทความนี้จะเสนอข้อมูลให้ทราบ

โรคเครียด ภาวะเครียด โรคทางจิตรเวช การรักษาโรคเครียด

โรคเครียด ( Acute Stress Disorder ) คือ ภาวะที่ต้องเจอแรงกดดันจากหลายๆด้าน เจอเหตุการณ์ร้ายแรงมากๆเข้ามาในชีวิต เข้ามาเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว อาจะส่งผลโดยตรงทางด้านของจิตใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเครียดนั้น จะมีอาการกลัว ผวา หรือแม้กระทั่งรู้สึกวิตกกังวลในทุกเรื่อง เก็บไปนอนฝันเกี่ยวกับเหตุการณ์ร้ายๆ

สาเหตุของโรคเครียด

  • ผู้ป่วยเคยมีประวัติป่วยเป็น โรคเครียด หรือ เกิดความเครียด หลังจากเจอสถานการณ์ที่สะเทือนขวัญมากๆ
  • ผู้ป่วยมีประวัติป่วย โรคทางจิตมาก่อน
  • เคยคาดหวังกับเรื่องบางเรื่องมากจนเกินไป พอไม่ได้ตามอย่างที่หวัง เกิดอาการรับไม่ได้ ทำให้เกิดภาวะความเครียดได้ ถ้าหากไม่มีสติมากพอ และ พยามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิด อาจจะชักนำไปถึงขั้น การฆ่าตัวตายเลยก็ได้
  • พึ่งเจอเรื่องราว หรือ เจอเหตุการณ์ที่รุนแรงมากๆในชีวิต
  • ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้ผู้ป่วยนั้นอยู่ในสภาวะโรคเครียดได้

อาการของโรคเครียด

  • จะแยกตัวออกมาจากคนหมู่มาก มีความรู้สึกว่าทำไมเวลามันเดินช้าลง
  • จะเกิดภาพเหตุการณ์ร้ายๆ ซ้ำไป ซ้ำมา ถึงขั้นเก็บเอาไปฝัน เป็นเรื่องเป็นราว
  • อารมณ์ของผู้ป่วยจะหม่นหมองอยู่ตลอดเวลา
  • ความคิดของผู้ป่วยจะคิดออกไปในแนวเชิงลบ มากกว่าเชิงบวก
  • ดวงตาเต็มไปด้วยความทุกข์ อารมณ์ไม่แจ่มใส อารมณ์ไม่ดีอยู่ตลอดเวลา
  • ผู้ป่วยจะมีอาการนอนหลับยากมาก ต้องใช้ยา เป็นตัวช่วยในการนอนหลับ
  • เวลาโมโห จะแสดงอารมณ์ก้าวร้าวออกมา
  • ไม่มีสมาธิที่จะจดจ่ออยู่กับอะไรนานๆ ไม่มีสมาธิในการทำงาน
  • เบื่ออาหาร หรือ บางรายจะกินมากกว่าปกติ

ความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย

  • อารมณ์ทางเพศจะลดน้องลง จนน่าตกใจ เป็นโรคนกเขาไม่ขัน
  • มีความรู้สึกอ่อนเพลียได้ง่าย
  • กล้ามเนื้อแต่ละส่วนจะหดตัว ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดหลัง จะมีความรู้สึกเจ็บขากรรไกร
  • จะมีความรู้สึกไม่สบายท้อง ซึ่งเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร อย่างเช่น การเป็นกรดไหลย้อน
  • แน่นอนว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับการนอน จะนอนหลับยากมาก

ความเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรม

  • รับประทานอาหาร ได้น้อยลงกว่าเดิม
  • อาละวาดได้ง่ายๆ กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ
  • ไม่เข้าสังคม เพราะ ไม่อยากพบปะผู้คน

ความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์

  • จะมีช่วงเวลาซึมเศร้า
  • ในเวลา 1 วัน ใช้ไปหมดกับ การวิตกกังวลเรื่องต่างๆนาๆ
  • กดดันตัวเองตลอดเวลา
  • ไม่มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่างๆ
  • รู้สึกว่าทุกวันนี้เครียดมาก ต้องนอน นอนอย่างเดียว เพราะ คิดว่าการนอนนั้น จะทำให้เวลาผ่านไปเร็ว
  • อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดาไม่ได้

การรักษาโรคเครียด

  • ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อช่วยกันหาแนวทางการรักษา
  • เข้ารับการบำบัด ทั้งในเรื่องของความคิด และ พฤติกรรม
  • แพทย์จะใช้ยารักษา ซึ่งแพทย์จะให้เฉพาะผู้ป่วยบางรายเท่านั้น และ ผู้ป่วยจะได้รับยาในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น เพื่อช่วยในเรื่องของการนอนหลับ หรือ รักษาอาการปวดตามร่างกาย

ยาที่ใช้รักษาโรคเครียด ได้แก่

  1. ไดอะซีแพม Diazepam ซึ่งจัดเป็นยาที่ระงับระบบประสาท ส่วนมากแล้วแพทย์จะไม่นิยมนำมารักษาผู้ป่วย ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็น
  2. เบต้า บล็อกเกอร์ Beta-Blocker เป็นยาที่ช่วยบรรเทา อาการเจ็บปวดตามร่างกาย ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนในร่างการนั้นหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา อย่างเช่น มีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดกว่าปกติ

การป้องกันการเกิดโรคเครียด

  • ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ ที่สำคัญเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
  • หลังจากเจอสถานการณ์ที่รุนแรง ต้องรีบเข้าพบแพทย์ เพื่อป้องกันไว้ก่อน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • พบปะสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง แลกเปลี่ยนความคิดกัน เพราะ ยังไงถ้าหากเราเกิดความเครียด คนที่จะรับฟังเราได้ดีที่สุด ก็คือ คนในครอบครัว และ เพื่อน
  • หางานอดิเรกที่ตัวเองสนใจทำ

โรควิตกกังวล Anxiety Disorder โรคที่เกิดจากการคิด กลัว ระวังตัว มากเกินไป ปกติแล้วธรรมชาติของมนุษย์มักจะมีพฤติกรรมการระวังตัวอยู่แล้ว โรควิตกกังวล คือ โรคอะไร เป็นโรคจิตไหม ทำไมนอนไม่หลับ ทำอย่างไรให้เลิกวิตกกังวล คิดมากทำอย่างไร รักษาอย่างไร ยาคลายเครียด ยาแก้เครียด บทความนี้จะเสนอข้อมูลให้ทราบ

โรควิตกกังวล เครียดนอนไม่หลับ คิดมาก กระวนกระวาย

โรควิตกกังวล หรือ Anxiety Disorder เป็นโรคที่เกิดจากการคิด กลัว ระวังตัว มากเกินไป ซึ่งโดยปกติแล้วธรรมชาติมนุษย์ หรือ สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็มักจะมีพฤติกรรมการระวังตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะ เมื่ออันตรายกำลังมาใกล้ตัว หรือ อยู่ในสภาวะทีความไม่แน่นอนสูง ในสิ่งแวดล้อมใหม่ มักจะเกิดการตื่นตัว ระวังภัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลต่อ การดำรงชีวิต สิ่งที่แสดงออกมามักจะไม่เป็นตัวของตัวเอง กระทบการกิน การนอน หากติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจจะเป็นโรคเรื้อรัง ต้องได้รับการรักษาที่ถูกวิธี นอกจากนั้นแล้ว ความกลัวที่เกิดขึ้นอาจจะมีปมมาจากในอดีตตอนเด็ก เช่น กลัวหมา กลัวงู กลัวสัตว์เลื้อยคลาน เพราะตอนเด็กถูกผู้ใหญ่สอนให้ระวัง หรือ อาจจะเคยถูกกัดมา ทำให้เกิดความกลัว ความไม่ไว้ใจในสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ เมื่อเห็นสิ่งกระตุ้น จะเกิดอาการใจเต้นแรง เหงื่อออกมาก ความดันเลือดเพิ่มขึ้น เตรียมพร้อมในการระวังภัย สมองมักจะคิด จินตนาการไปล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เกิดอาการของโรควิตกกังวลนั่นเอง

สาเหตุของโรควิตกกังวล 

  • ปัจจัยภายใน เช่น ยีน หรือ กรรมพันธุ์ พบว่าสามารถมีการถ่ายทอดส่งต่อกัน จากพ่อแม่สู่ลูกได้
  • ปัจจัยภายนอก เช่น สิ่งแวดล้อมรอบตัว การเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ การย้ายห้องนอน การย้ายที่ทำงาน การย้ายโรงเรียน
  • ความกดดันต่างๆ เช่น การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การสอบเข้าทำงาน

อาการของโรควิตกกังวล 

  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • ใจเต้นเร็ง แรง
  • อาการเกร็ง ที่ปลายมือ
  • เป็นลม หน้ามืด หมดสติ
  • คิดวนไปวนมา
  • คิดเกี่ยวกับความเชื่องมงาย เรื่องลี้ลับ
  • อาการใจสั่น รุนแรงอาจจะเป็น
  • กระวนกระวาย นอนไม่หลับ
  • ภาวะซึมเศร้า
  • อาการย้ำคิดย้ำทำ
  • เก็บตัว มีความคิดด้านลบต่อคนรอบข้าง
  • ไม่อยากทำงานที่เคยทำอยู่
  • กัดล็บ บ่อย

การตรวจวินิจฉัยโรควิตกกังวล

  • สอบถามอาการความผิดปกติทางกาย เบื้องต้น
  • ตรวจร่างกาย การเต้นของหัวใจ เจาะเลือดตรวจค่าการทำงานของอวัยวะต่างๆ
  • ตรวจสุขภาพจิต โดยมีเกณฑ์มาตรฐานการวัดว่า เข้าข่าย โรควิตกกังวลหรือไม่
  • พบจิตรแพทย์เพื่อทำการรักษา

การรักษาโรควิตกกังวล

การรักษาขึ้นอยู่กับ ความรุนแรงที่เป็น บางรายอาศัยการพูดคุย ก็สามารถรักษาหายได้ บางรายมีการให้ยาคลายเครียด ร่วมกับการทำจิตบำบัด ในบางรายที่อาการหนักอาจจะต้องใช้เวลานานในการรักษา โดยการรักษาจะต้องเป็นแบบ ค่อยเป็นค่อยไป

  • การทำจิตบำบัด ให้เจอกับสิ่งเร้าที่ทำให้กังวล หรือ Systematic Desensitization โดยการเพิ่มสิ่งเร้า จากน้อยๆ ไปหามากๆ ค่อยๆฝึกการควบคุมการหายใจ ลดภาวะตื่นเต้น อธิบายถึงความปลอดภัย จนผู้ป่วยเลิกกลัว เลิกวิตกกังวลไปเลย
  • การปรับความคิดเพื่อปรับพฤติกรรม หรือ Cognitive Behavioral Therapy ปรับความคิดด้านลบ ที่มีมาแต่เดิม การเพิ่มบทเรียน ประสบการณ์ให้ผู้ป่วยเผชิญด้วยตนเอง และ นำกลับมารายงานให้จิตรแพทย์ทราบ จดจำ จดบันทึกอารมณ์ เพื่อสังเกตุการเปลี่ยนแปลงตนเองของผู้ป่วย
  • ยาลดความเศร้า หรือ Antidepressant มีผลออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาท ที่เรียกว่า Serotonin นิยมใช้ ยาSertraline และ ยาFluoxetine รับประทานตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น
  • ยาคลายความกังวล หรือ Anxiolytic ได้แก่ ยาClonazepam ยา Lorazepam  ยาAlprazolam ลดการกระวนกระวาย การตื่นตัว ทำให้นอนหลับได้ มีฤทธิ์ทำให้ง่วง หลีกเลี่ยงขณะขับรถ

การป้องกันโรควิตกกังวล

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยออกนอกสถาณที่ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ การเข้าร่วมงานเดินวิ่งเพื่อสุขภาพต่างๆ เพื่อพบปะเพื่อนใหม่
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เล่นมือถือขณะนอน
  • ฝึกเข้าสังคม การเปิดใจ อย่าเก็บไว้เพียงลำพัง
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และ สารเสพติดทุกชนิด
  • หากิจกรรมอื่นๆนอกจากงานประจำที่ทำอยู่ เช่น การออกท่องเที่ยว การชิมอาหารอร่อยๆ