โรคซึมเศร้า ( Depression ) คือ ภาวะทางจิตลักษณะหนึ่ง สามารถจะเกิดขึ้นได้ ในทุกช่วงเวลาชีวิตหนึ่งของคนเรา คือ เป็นการป่วยทั้งร่างกาย และ จิตใจ ซึ่ง การเป็นโรคซึมเศร้านั้น ไม่ได้หมายความว่า จะ เป็นคนที่อ่อนแอ หรือ ไม่มีความสามารถ โรคซึมเศ้รา คือ โรคอะไร ใครสามารถเป็นโรคนี้ สาเหตุการเกิดโรคจากอะไร อาการที่พบมีอะไรบ้าง เมื่อป่วยแล้วต้องทำอย่างไร รักษาหายขาดไหม ป้องกันได้อย่างไร บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอ

โรคซึมเศ้รา โรค การรักษาโรคซึมเศร้า อาการโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า หรือ Depression เป็น โรคที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ ในทุกช่วงเวลาชีวิตหนึ่งของคนเรา คือ เป็นการป่วยทั้งร่างกาย และ จิตใจ ซึ่ง การเป็นโรคซึมเศร้านั้น ไม่ได้หมายความว่า จะ เป็นคนที่อ่อนแอ หรือ ไม่มีความสามารถ แต่มันเป็นเพียง การเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง มีสาเหตุ เช่น การหย่าร้าง การสูญเสีย การที่ผิดหวังมากๆ ความบาดหมางในครอบครัว การรู้สึกว่า ตนเองไม่มีตัวตนในสังคม ซึ่งปัจจุบัน สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ โดย การใช้ยา หรือ การรักษาทางจิตใจ

ชนิดของโรคซึมเศร้า มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่

  1. Major Depression ผู้ป่วยจะมี อาการเกิดเป็นครั้งคราว และก็จะหายไป สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆ
  2. Dysthymia เป็น ภาวะที่มีความรุนแรง และ เรื้อรัง จะทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความรู้สึกที่ดีและสูญเสียความสามารถในการทำงาน
  3. Bipolar Disorder หรือ Manic-Depressive Illness ผู้ป่วยจะมี การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ อย่างรวดเร็ว จะมีผลกระทบต่อความคิด หากไม่รักษาภาวะนี้อาจกลายเป็น โรคจิต ได้

โรคซึมเศร้าในเด็ก

เด็กก็สามารถเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกับผู้ใหญ่ได้เหมือนกัน โดย มีอาการ แกล้งป่วย เพราะ ไม่อยากไปโรงเรียน กังวลว่าพ่อแม่จะไม่รัก มีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน เพราะ อยู่บ้านพ่อแม่เคร่งครัดจนเกินไป พ่อแม่ตั้งความหวังที่ลูกมากเกินไป เพราะความฝันของพ่อแม่ ที่ตนเองทำไม่ได้ จะถ่ายทอดให้ลูกเติมเต็มความฝันของตนเอง ตัวเด็กเก็บกด จะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในโรงเรียน

โรคซึมเศร้าในผู้หญิง

ผู้หญิงนั้นจะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน อย่างเช่น การมีประจำเดือน การแท้ง การตั้งครรภ์ การเกิด โรคประจำเดือนเป็นพิษ เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว ยังเกิดจาก ความเครียด ที่จะต้อง รับผิดชอบทั้งงานในบ้าน และ งานนอกบ้าน เป็นบริบทางสังคม ที่ผู้หญิงถูกกำหนดให้รับผิดชอบงานบ้าน งานทำกับข้าว ทำให้ผู้หญิงต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า เพราะ ในปัจจุบัน รายได้ในครอบครัว หากมาจากทางสามีทางเดียวมักจะไม่พอ ภรรยาจึงต้องทำงานเพื่อเพิ่มรายรับในครัวเรือนด้วย เท่ากับเป็น การเพิ่มความเครียด ให้กับ ผู้หญิง

โรคซึมเศร้าในผู้ชาย

แม้ โรคซึมเศร้า นั้นจะพบได้น้อยใน ผู้ชาย แต่ว่า อัตราการฆ่าตัวตาย จะเยอะกว่า ผู้ป่วยนั้น มักที่จะใช้ สารเสพติด และ สุรา เป็นตัวแก้ปัญหา จะมีความท้อแท้ และ สิ้นหวัง จากสภาวะกดดันทางสังคม เพราะ เพศชาย ถูกมองว่าต้องเป็นผู้นำครอบครัว จึงมักจะถูกคาดหวังจากผู้คนรอบข้าง และ มักจะถูกเปรียบเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน การที่ต้องทำงานหนัก หารายได้มาจุนเจือครอบครัว ปัญหาต่างๆ ทั้งทางครอบครัว การไม่เข้าใจกันในครอบครัว ล้วนทำให้เกิด โรคซึมเศร้าได้ทั้งสิ้น

โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

ผู้ป่วยมักจะมาด้วย อาการทางกาย อาการต่างๆ อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยา ที่ใช้รักษาโรค ความท้อแท้ จากการเจ็บป่วยของร่างกาย การรักษาที่ต้องใช้เงิน ความน้อยใจลูกหลาน ที่ไม่เหลวแล การไม่อยากตกเป็นภาระของใคร ทำให้เกิด โรคซึมเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง อยากตาย เพื่อให้ปัญหาต่างๆหมดไป

สาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้า

  • พันธุกรรม โรคซึมเศร้า ชนิด Bipolar Disorder มักจะพบว่าคนในครอบครัวเดียวกันจะเป็น และ จะต้องมีสิ่งที่กระตุ้น เช่น เรื่องของความเครียด ปัยหาการทะเลาะวิวาท การถูกหลอ ถูกโกง
  • คนที่มองโลกในแง่ร้าย และ ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ขาดความนับถือในตนเอง
  • ความเครียดที่เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาในครอบครัว การคาดหวัง การสูญเสีย การเงิน หรือ แม้กระทั่งการงานก็สามารถเป็น สาเหตุให้เกิด โรคซึมเศร้า ได้
  • ผู้ที่ด้อยทักษะด้านต่างๆ จะต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่เสมอ เช่น ผู้พิการ ผู้ป่วย ผู้ชรา
  • การเก็บกด และ ไม่สามารถแสดงอารมณ์ออกมาได้ เช่น อารมณ์เสียใจ ดีใจ หรือ อารมณ์โกรธ
  • มีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง มีการเปลี่ยนแปลง หรือ การทำงานของระบบสมอง ที่ไม่ปกติ อาจจะมาจากการถูกกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ หรือ การกระทบกระเทือนทางจิตใจ การถูกทำร้าย การถูกข่มขู่
  • การที่มี โรคทางกาย ก็ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ เช่น อัมพาต โรคหัวใจ เพราะ การเป็น โรคทางกาย ทำให้เกิดความเครียด เพราะ การใช้เงินรักษา การรักษาที่ต้องใช้เวลามาก การไม่อยากเป็นภาระใคร

อาการของโรคซึมเศร้า

อาการของ Depression การซึมเศร้า

  1. การเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง พยายามฆ่าตัวตาย การอยากตาย รู้สึกสิ้นหวัง มองโลกแต่ในแง่ร้าย หดหู่ รู้สึกว่าตัวเองไร้ค้า ไม่มีตัวตนในสังคม รู้สึกขาดการนับถือตนเอง
  1. การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างแย่ลง ไม่มีใครอยากยุ่งด้วย ถูกทำให้โดดเดี่ยว นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก แล้ว นอนต่อไม่ได้ หรือ บางราย อาจจะ หลับนานมากเกินไป มี อาการเบื่ออาหาร ทำให้น้ำหนักลดลง บางรายกินเยอะมาก จนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก
  1. การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ อยู่ไม่สุข กระวนกระวานทุกอย่าง ทุกเวลา เวลาอยู่คนเดียวจิตจะตก รู้สึกเคว้ง อยู่ดีๆก็ร้องไห้ หงุดหงิด พร้อมระเบิดอารมณ์ได้ทุกเวลาเมื่อมีอะไรที่ไม่เป็นไปตามต้องการ โกรธง่าย รู้สึกกังวลทุกอย่าง กังวลตลอดเวลา

อาการของ Mania อาการร่าเริงผิดปกติ

  • นอนน้อยลง นอนไม่หลับบ้าง บางเวลา
  • พูดมาก พูดไม่หยุด คึกตลอดเวลา ต้องการหาคนคุยด้วยตลอดเวลา
  • มีความคิดชอบแต่แข่งขัน และ ต้องชนะ ไม่ยอมแพ้ ตายเป็นตาย
  • มีพลังเยอะมาก บ้าพลัง ชอบโชว์พลัง
  • หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย เห็นอะไร ไม่ถูกหูถูกตาไปหมด
  • บางครั้งมี อาการร่าเริงจนเกินเหตุ จนเหมือนแสร้งทำ
  • ชอบคิดว่าตัวเองใหญ่ ตัวเองนั้นเก่งกว่าคนอื่น คนอื่นต้องก้มหัวให้ตนเอง
  • มีความต้องการทางเพศมากขึ้น บ้าเซกซ์ ชอบเรื่องลามก ทะลึ่ง

การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า

  • พบแพทย์ทั่วไป เพื่อตรวจสาเหตุ
  • สอบถาม ประวัติการรักษา
  • สอบถาม ประวัติการดื่มสุรา การเสพยาเสพติด
  • สอบถาม ความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
  • หากสงสัยเป็น โรคซึมเศร้า จิตแพทย์จะประเมินสภาวะจิตใจ เพื่อทำการรักษาต่อไป

การรักษาโรคซึมเศร้า

  • การใช้ยาต้านโทมนัส ยาตัวนี้จะออกฤทธิ์เต็มที่เมื่อได้รับยาไป 8 สัปดาห์ เมื่อ อาการดีขึ้น ก็ อย่าพึ่งหยุดจนกระทั่งแพทย์จะสั่งให้หยุดทานยา
  • การช็อตไฟฟ้า สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง เพื่อกระตุ้น กระแสประสาทในร่างกาย
  • พบจิตแพทย์ เพื่อ ตรวจสภาพจิตใจ
  • นอนพักอย่างเพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองทำได้ แต่ อย่าให้เกินความสามารถของตัวเอง เพราะ ถ้าทำไม่ได้อาจจะกลับมาเครียดเหมือนเดิม และ จะกลับไปเป็น โรคซึมเศร้า อีก
  • อย่าทำงานใหญ่จนเกินไป เพราะจะทำให้ผิดหวังได้ ให้จัดลำดับความสำคัญของงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • กินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด อย่าขาดยา เพราะจะทำให้การรักษายากขึ้น

การป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า

  • อย่าเครียดจนเกินไป ควรมีเวลาผ่อนคลายบ้าง ไม่คาดหวังมากเกินไป
  • พบแพทย์ หากคิดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง อย่างเช่น คนที่มีความเครียดบ่อยๆ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ควรไปพบแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำ ไม่ต้องอาย ถือเป็นเรื่องปกติ ทุกคนสามารถป่วยโรคนี้ได้
  • การทำสมาธิ เพราะ การนั่งสมาธินั้นลดความเครียดได้เป็นอย่างดี และ ทำให้จิตใจสงบ มีสมธิในการทำงานมากขึ้น
  • ออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อน เพื่อ ความสนุกสนานบ้าง เพื่อ หลีกเลี่ยงภาวะของ โรคซึมเศร้า เปลี่ยนสถาณที่ ออกต่างจังหวัดบ้าง เพื่อ คลายเครียดจากการทำงาน
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำอาหารรับประทานเอง เช่น อาหารคลีน

ทรงนักเรียน เกิดขึ้นเมื่อใด ทำไมต้องบังคับให้ไว้ทรงนักเรียน กฏกระทรวงศึกษาธิการว่าอย่างไรบ้าง การลงโทษนักเรียนทำได้แค่ไหน ป้องกันโรคอะไรบ้าง บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอ

ทรงนักเรียน 

ทรงนักเรียน มีจุดเริ่มต้น ประมาณปี ค.ศ. 1940 ช่วง สงครามมหาเอเชียบูรพา ต่อเนื่องถึง สงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจาก ช่วงนั้น กองกำลังจักรพรรษ ของญี่ปุ่น ออกกฏเกณฑ์บังคับเรื่อง การตัดผมสั้นเกรียน เพื่อการป้องกัน โรคเหา ที่ระบาดหนัก ในช่วงนั้น อีกทั้ง เครื่องแบบนักเรียน ให้ใช้เหมือนกัน เพื่อปลูกสำนึกการเสียสละชีวิต การรักชาติ รับใช้ชาติ เป็น ทหารให้กองกำลังจักรพรรษ เมื่อ กองกำลังญี่ปุ่นลุกคืบยึด ประเทศจีน เกาหลี และ ขยายอำนาจมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อปลดแอก ชาติเอเชีย จาก การตกเป็นเมืองขึ้น ของ ประเทศมหาอำนาจในยุโรป ไทยตกเป็นฐานที่มั่นสำคัญ ของ กองกำลังญี่ปุ่น ในการเป็น จุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อไปยัง พม่า และ อินเดีย อิทธิพลเรื่องทรงผม และ เครื่องแบบ จึงเกิดขึ้น ตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา การบังคับให้ เด็กนักเรียน ต้องไว้ทรงผมสั้นเกรียน สวมเครื่องแบบนักเรียน จึงเกิดขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ป้องกันโรคเหา และ เพื่อความเป็นระเบียบเรียนร้อย สะอาด ทำความสะอาดง่าย ช่วงที่มี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะราษฎร จึงออกกฏเรื่อง ทรงนักเรียน และ บังคับใช้ตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา จึงถือ เป็นเอกลักษณ์ ของนักเรียนไทย ที่ไปไหนทั่วโลกก็ทราบเพราะมีทรงผมและเครื่องแบบ เป็นเอกลักษณ์ ลักษณะเด่น

ทรงนักเรียนที่ถูกต้อง มีลักษณะดังนี้

  • ความยาวผมข้างหน้า และ กลางศีรษะ ห้ามยาวเกิน 5 เซนติเมตร
  • ผมรอบศีรษะตัดเกรียน ชิดผิวหนังศีรษะ เมื่อยาวห้ามเกิน 5 เซนติเมตร
  • ห้ามไว้หนวดเครา
  • ห้ามย้อมสี

กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการลงโทษนักเรียน และ นักศึกษา พ.ศ. 2548  

กรณีพบนักเรียน และ นักศึกษา ฝ่าฝืนกฏ ข้อห้าม สิ่งที่ครู อาจารย์ สามารถลงโทษได้ โดย ผู้ที่จะลงโทษจะต้องได้รับ หน้าที่หมอบหมาย หน้าที่ชัดเจน จากบังคับบัญชา โดยมีลำดับขั้นตอนการทำโทษ ได้แก่

  • การเตือน เรียกพบ อธิบายเหตุผล กฏเกณฑ์ให้ทราบ
  • เมื่อทำผิดซ้ำ ให้ทำทัณฑ์บน เรียกผู้ปกครองเข้าพบ พูดคุย หาทางออกร่วมกัน
  • เมื่อยังทำผิดซ้ำซาก ให้ตัดคะแนนความประพฤติ เข้าอบรม งดกิจกรรม
  • หากยังเกิดการกระทำผิดอีก ให้ ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดย หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ของกระทรวงศึกษาธิการ
  • การเชิญออก จากสถาณศึกษา

ทรงผม กับ การตีกรอบความคิด 

ร่างกายของมนุษย์ ถือ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เจ้าของร่างกายพึงมี การจำกัดเสรีภาพ เรื่องทรงผมนั้น ถึงแม้ว่า ผู้ใหญ่จะมองเป็นเรื่องเล็กน้อย และ ถือปฏิบัติต่อๆ กันมา ทำอย่างไรมา ก็ทำอย่างนั้นต่อไป เพราะ คนสมัยก่อนคิดมาดีแล้ว  แต่ นี่คือจุดกำเนิด ของ การตีกรอบความคิดให้กับเด็ก เราจะสังเกตุได้ว่า เด็กก่อนเข้าโรงเรียน จะมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ มากมาย แต่พอเข้าโรงเรียน และ เรียนในชั้นสูงขึ้น จะพบว่า ความคิดสร้างสรรค์หมดไป เพราะ กฏ ระเบียบ กรอบความคิดเดิม ปัญหาที่พบ คือ เด็กไม่สามารถตั้งคำถามได้ การตั้งคำถาม กลับเป็นการท้าทายอำนาจครู ถือว่าเป็น ความคิดที่ล้าหลัง เด็ก ควรมี สิทธิ์ตั้งคำถาม หากไม่มีคำตอบที่ดีพอ ก็สมควรที่จะเกิด การเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์ต่างๆ ให้ทันยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เด็กที่ถูกตีกรอบมากๆ มักจะหลีกเลี่ยงทำลายกฏ แหกกฏ เกิดเป็นปัญหาสังคม โรคซึมเศร้า โรคต้อต้านสังคม