เจาะเลือดตรวจต่อมไทรอยด์ ตรวจไทรอยด์ ตรวจไทรอยด์เป็นพิษ ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ ตรวจเลือดคอพอก เจาะเลือดตรวจคอพอก เจาะเลือดตรวจไทรอยด์เป็นพิษ บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลให้ทราบ

เจาะเลือดตรวจต่อมไทรอยด์ ตรวจไทรอยด์ ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ เจาะเลือดตรวจคอพอก

เจาะเลือดตรวจต่อมไทรอยด์ เป็นเทคนิคการแพทย์ที่ใช้ตรวจระดับฮอร์โมน ของต่อมไทรอยด์ และ ต่อมใต้สมอง ที่ก่อให้เกิดโรคในระบบต่อมไร้ท่อ โดยต่อมไทรอยด์มีความสำคัญต่อการควบคุม การเผาพลาญพลังงานของร่างกาย ภูมิคุ้มกันของร่างกาย เนื่องจากต่อมไทรอยด์ ทำงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน ที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland) ซึ่งฮอร์โมนนี้ชื่อว่า Thyroid stimulating hormone ใช้ตัวย่อว่า TSH ในขณะที่ต่อมไทรอยด์ สร้างฮอร์โมนสองชนิด คือ triiodo thyronine ย่อว่า T3 และ  thyroxine ย่อว่า T4 ซึ่งระดับของฮอร์โมนจากสองแหล่งนี้จะสวนทางกัน เช่น กรณี TSH มาก จะทำให้ T3 และ T4 น้อย เรียกว่า โรคไฮโปไทรอยด์ ในขณะที่หาก TSH น้อย จะทำให้ T3 และ T4 มาก เรียกว่า โรคไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือ คอพอก เพื่อประโยชน์ในการประเมินการรักษา กรณีผ่าตัดต่อมไทรอยด์ หรือ ฉายรังสีไอโอดีน การเจาะเลือดตรวจต่อมไทรอยด์ ไม่จำเป็นต้องงดน้ำ งดอาหาร แต่ควรงดยาที่เกี่ยวข้องกับโรคไทรอยด์

ค่าฮอร์โมนที่ทำการตรวจ

เนื่องจากร่างกาย มีกลไกการควบคุมสมดุล ของฮอร์โมนไทรอยด์ จาก ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์เอง และ โปรตีนจากตับ ดังนั้น การตรวจโรคที่เกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ สามารถตรวจได้จาก ฮอร์โมนต่อมใต้สมอง ฮอร์โมนไทรอยด์ และโปรตีนจากตับ ได้แก่

ฮอร์โมนTSH หรือ Thyroid stimulating hormone เป็นฮอร์โมนที่สร้างจาก ต่อมใต้สมอง ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์ ระดับของTSH จะสวนทางกับ ระดับฮอร์โมน T3 และ T4

  • ค่ามาตรฐาน ของฮอร์โมนTSH 0.5-5.0 mU/L
  • กรณีเสี่ยงเป็น”ไฮโปไทรอยด์ หรือ ไทรอยด์สร้างฮอร์โมนไม่เพียงพอ จะมีค่าฮอร์โมนTSH 15-20 mU/L หรือมากกว่า 20 mU/L จัดว่าอันตราย ในขณะทีค่าฮอร์โมน T3 และ T4 จะต่ำกว่ามาตรฐาน
  • กรณีเสี่ยงเป็นคอพอกเป็นพิษ หรือ ไฮเปอร์ไทรอยด์ จะมีค่าฮอร์โมน TSH น้อยกว่า 0.3 mU/L และค่าฮอร์โมน T3 และ T4 สูงกว่ามาตรฐาน

ฮอร์โมนT3 และ T4 หรือ triiodo thyronine และ thyroxine นอกการการป่วยเป็นโรคไฮโปไทรอยด์ และ ไฮเปอร์ไทรอยด์แล้ว ค่าฮอร์โมนT3 และ T4 ยังผันแปรตามยาที่เกี่ยวข้อง ยาเสพติดบางชนิด ภาวะการตั้งครรภ์ ยาฮอร์โมนทางเพศบางชนิด

  • ค่ามาตรฐานของฮอร์โมนT3 และ T4  ในผู้ใหญ่อายุ 12 ปีขึ้นไป คือ 110-230 ng/dl
  • ค่ามาตรฐานของฮอร์โมนT3 และ T4  ในเด็กแรกเกิด ถึงอายุ 12 ปี คือ 115-190 ng/dl
  • ค่ามาตรฐานของฮอร์โมนT3 และ T4  ในเด็กแรกเกิด คือ 90-170 ng/dl

โปรตีนTBG หรือ 5-Thyroxine-binding globulin สร้างจากตับหน้าที่ จับตัวกับ ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ เพื่อ ป้องกันการขับออกทางไตมากเกินไป  ในสถาณการที่ ฮอร์โมนไทรอยด์ ในกระแสเลือดมีน้อยลง ร่างกายจะมีปฏิกิริยาย่อยสลายพันธะที่โปรตีนTBG จับกับฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์ T3 และ T4 หลุดออกมา และอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้น เป็นการรักษาสมดุลฮอร์โมน แบบfeedback control หรือ การควบคุมย้อนกลับ

  • ค่ามาตรฐาน ของโปรตีนTBG ในผู้ใหญ่ คือ 1.5-3.4 mg/dl
  • ค่ามาตรฐาน ของโปรตีนTBG ในเด็ก คือ 2.9-5.4 mg/dl

ตรวจเลือดเพื่อดูค่าไต คืออะไร เจาะเลือดดูค่าไต ตรวจการทำงานของไต ตรวจค่าไต ตรวจโรคไต ตรวจไตแพงไหม ตรวจไตราคาเท่าไหร่ ค่าไตจากผลเลือด ไตเสื่อม ไตวาย เปลี่ยนไต บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลให้ทราบ

ตรวจเลือดดูค่าไต เจาะเลือดดูไต ตรวจการทำงานไต ตรวจไต

ไต ถือเป็นอวัยวะสำคัญอย่างหนึ่งของร่างกาย เพราะ ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย ออกทางปัสสาวะ นอกจากนั้น ยังผลิตฮอร์โมนที่สำคัญต่างๆ เกี่ยวข้องกับสมดุลน้ำในร่างกาย ในไตจะมีหน่วยไต หรือ Nephrons ในร่างกายของเรามีไต 2 ข้าง ซึ่งหากข้างไตข้างหนึ่งไม่ทำงาน อีกข้างหนึ่งก็สามารถทำงานแทนได้ สภาพไตที่เสียไปแล้ว 80 เปอร์เซนต์ ก็ยังไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ดังนั้น การทราบค่าไต หรือ ค่าการทำงานของไต ตั้งแต่ยังไม่เสื่อม ในระยะต้นๆ จะเป็นการป้องกันการเสียไตได้ดีที่สุด หากไตเสื่อมไม่สามารถทำงานได้ จะต้องทำการฟอกเลือด เพื่อทดแทนการทำงานของไตที่เสียไป

อาการบ่งบอกความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไต

การสังเกตุอาการตนเอง เบื้องต้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ หากทราบเร็วเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่ามีโอกาสเข้ารับการรักษา การดูแลป้องกันการเสื่อมของไต มากขึ้นเท่านั้น โรคไต มักมีความสำพันธ์กับ โรคเบาหวาน และ ระดับไขมันในเลือด  อาการเบื้องต้นได้แก่

  • อ่อนเพลียง่าย ไม่ทราบสาเหตุ
  • คันยุบยิบตามเนื้อตัว
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ปัสสาวะผิดปกติ ปริมาณลดลง มีเลือดปน สีเข้มผิดปกติ
  • เท้าบวม

การตรวจเลือดค่าไต ได้แก่

การเจาะเลือด ก่อนเจาะจะต้องมีการเตรียมตัว งด น้ำอาหาร หรือ ยาประจำตัว ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งคัด เพราะ อาจจะทำให้ผลการวิเคราะห์คาดเคลื่อนได้ ค่าไต จากการเจาะเลือดที่จะนำมาใช้วิเคราะห์ ได้แก่

  • การตรวจอัตราการกรองของไต Estimated Glomerular Filtration Rate (eGFR) ค่าปกติ คือ 100 millilitres per minute per 1.73m² (mL/min/1.73m²) ถือว่าการทำงานของไต 100 เปอร์เซนต์ หาก เท่ากับ 50 mL/min/1.73m² แสดงว่าการทำงานของไตเหลือ 50 เปอร์เซนต์ ระดับความรุนแรงของค่าไตที่ลดลงแบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่
    • ระดับที่ 1: 90 หรือ มากกว่า (normal kidney function) ปกติ ไม่มีความเสียหายใดๆเกิดขึ้น
    • ระดับที่ 2: 60-90  (mild decline in kidney function) ค่าตำกว่าปกตินิดหน่อย แต่ยังไม่ถือว่าอันตราย
    • ระดับที่ 3: 30-59 (moderate decline in kidney function) ค่าการทำงานของไตกลางๆ เฝ้าระวังการเกิดโรคไต
    • ระดับที่ 4: 15-29 (severe decline in kidney function) การทำงานของไตลดลงอย่างมาก ต้องเข้ารับการรักษา
    • ระดับที่ 5: น้อยกว่า 15 (kidney failure, usually requiring dialysis) การทำงานของไตล้มเหลว ต้องรับการรักษาโดยด่วน
  • การตรวจ Creatinine คือ ของเสียที่ร่างกายขับออกมาทางไต ทุกวันในปริมาณที่เท่าๆกัน หากมีปริมาณที่ลดลงก็สามารถบ่งบอก ถึงการทำงานของไตที่ลดลงได้ ค่ามาตรฐาน ได้แก่
    • ผู้ชาย คือ 0.7- 1.3 mg/dL
    • ผู้หญิง คือ 0.6- 1.1 mg/dL
  • การตรวจ ยูเรีย (urea) ค่าที่วัดคือ Blood Urea Nitrogen (BUN) เป็นการวัดไนโตรเจนในกระแสเลือด ที่มาจากการย่อยสลายโปรตีน และขับออกทางไตในรูปของยูเรีย แต่หากการทำงานของไตลดลง ก็จะเกิดการคลั่งของไนโตรเจน ค่ามาตรฐาน คือ
    • ผู้ใหญ่ คือ 10–20 mg/dL
    • เด็ก คือ 5–18 mg/dL