เห็ดเข็มทอง คือ สมุนไพร ประเภทเห็ด ที่มีสรรพคุณมากมาย ได้แก่ บำรุงร่างกาย มีโปรตีนช่วยเสริมสร้างส่วนสึกหรอของร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง บำรุงระบบเลือด ปรับสมดุลเลือด บำรุงตับ ช่วยให้การขับของเสียออกจากร่างกายเป็นปกติ บำรุงระบบย่อยเห็ดเข็มทอง เห็ดเข็มเงิน สมุนไพรเห็ดเข็มทอง ยาเห็ดเข็มทอง อาหาร ช่วยให้การย่อยอาหารเป็นปกติ ลดอาการท้ออืดท้องเฝ้อ ช่วยลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ลดโอกาสเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดเข็มทองมาให้ทราบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ของเห็ดเข็มทอง คือ Flammulina velutipes Sing.

เห็ดเข็มทองเจริญเติบโตได้ดีในที่อากาศหนาวเย็น จึงมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Winter mushroom หรือ เห็ดเหมันต์  นอกจากนั้นยังมีชื่อสามัญอื่นๆ เช่น Golden needle mushroom, The Golden Mushroom, Velvet stem collybia, Enoki, Enokitake หรือ Velvet agaric โดยในอดีตนิยมรับประทานกันมาหลายร้อยปีในประเทศ ญี่ปุ่น จีน ต่อมาแพร่หลายในหลายประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย

ลักษณะของเห็ดเข็มทอง

ดอกของเห็ดเข็มทองจะมีลักษณะเป็นกลุ่ม ขึ้นหลายดอกคล้ายช่อ หมวกดอกโค้งนูนลง สีเหลืองออกทอง ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-5 เซนติเมตร ก้านของดอกจะมีสีเหลือง โคนก้านจะมีสีน้ำตาลออกเข้มดำ ก้านยาว 3-12 เซนติเมตร พิมพ์สปอร์ (Spore print) หรือ ละออกสปอร์จะมี สีขาว สปอร์รูปทรงไข่ปลายมนมีสีขาว ขนาด 5-8 คูณ 3-4 ไมโครเมตร ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นสีขาว เจริญเติบโตดี ออกดอกง่าย ผลผลิตสูง มีอายุการตลาดอยู่ได้นาน ที่นิยมรับประทานกันในปัจจุบัน

การเพาะเห็ดเข็มทอง 

การเพาะเห็ดเข็มทอง นิยมใช้ใช้ขี้เลี่อย น้ำหนักประมาณ 600 กรัมต่อถุง ใช้เวลาประมาณ 45 วัน จะได้ดอกเห็ดเต็มถุงเพาะ โดยต้องควบคุมอุณหภูมิที่ 23±3 องศาเซลเซียส สำหรับหัวเชื้อเห็ดเข็มทอง เตรียมโดยการเลี้ยงเส้นใยเจริญบนอาหาร พี ดี เอ ให้เส้นใยมีสีขาวจนเต็มจานแก้วเลี้ยงเชื้อ ประมาณ 10 วัน ที่อุณหภูมิ 23±3 องศาเซลเซียส จากนั้นนำเส้นใยมาบ่มให้เจริญเต็มเมล็ดข้าวฟ่าง ที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ประมาณ 100 กรัม ในเวลาประมาณ 12 วัน ที่อุณหภูมิ 23±3 องศาเซลเซียส แล้วจึงนำเมล็ดข้าวฝ่างไปเพาะเลี้ยงในถุงเพาะต่อไป

สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง

นอกจากจะนิยมรับประทานเห็ดเข็มทองเป็นอาหารแล้ว การรับประทานเห็ดเข็มทองเป็นประจำจะมีสรรพคุณบำรุงระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่

  • จากงานวิจัยพบว่า ในเห็ดเข็มทองมีสารสำคัญมีฤทธิ์ในการป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง ในอวัยวะต่างๆได้ดี
  • มีธาตุเหล็กอยู่มาก จึงช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เกิดความสมดุลภายในร่างกาย โดยเฉพาะระบบเลือดต่างๆ การสร้างเม็ดเลือดแดง
  • บำรุงระบบขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยช่วยให้ระบบการทำงานของตับสามารถทำงานได้เป็นปกติดี ลดโอากาสการเกิดโรคตับแข็ง โรคตับโต โรคไขมันพอกตับ
  • ในเห็ดเข็มทองมีไฟเบอร์สูง ดังนั้นเมื่อรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันและรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้
  • บำรุงระบบน้ำย่อย ช่วยขับน้ำดี ทำให้กระเพาะสามารถย่อยอาหารได้ดีขึ้น และไม่เป็นกระเพาะอักเสบ ลดการเกิดอาการท้องอืดท้องเฝ้อได้ดี
  • ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห่างไกลจากโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่ายอย่างริดสีดวงทวาร เป็นต้น
  • ช่วยขับสารพิษออกจากลำไส้ ทำให้ลำไส้สะอาด
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันที่สะสมอยู่ในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด โรคอัมพฤกษ์อัมพาต
  • ช่วยลดความอ้วนได้ดี เหมาะสำหรับทำอาหารควบคุมน้ำหนัก สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน

ประโยชน์ของเห็ดเข็มทอง

มีการนำเห็ดเข็มทอง มาประกอบอาหาร และมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อมาใช้ประโยชน์มากมาย ได้แก่

  • นำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารเมนูต่างๆ เช่น ยำรวมมิตรเห็ดเข็มทอง ต้มยำทะเลเห็ดเข็มทอง ราดหน้าหมี่กรอบเห็ดเข็มทอง สุกี้เห็ดเข็มทอง กุ้งอบวุ้นเส้นเห็ดเข็มทอง แกงจืดเห็ดเข็มทอง โกยซีหมี่เห็ดเข็มทอง เป็นต้น
  • นำมาทำเป็นอาหารว่าง เช่น เห็ดเข็มทองอบเนย เห็ดเข็มทองทอดกรอบ เห็ดเข็มทองอบกรอบโรยผงปรุงรส เป็นต้น
  • นำมาทำเป็นยาลดความอ้วน บรรจุในรูปแคปซูล

ยี่หร่า คือ สมุนไพร สรรพคุณ บำรุงระบบต่างๆของร่างกาย ระบบทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบกระดูกและข้อ ระบบฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ ธาตุอาหารเสริมให้กับเซลล์ในร่างกาย มีผลต่อการยับยั้งและป้องกันการเกิดมะเร็ง ลดอาการผิด

ยี่หร่า สมุนไพรยี่หร่า ใบยี่หร่า ต้นยี่หร่า

ปกติของร่างกาย เช่น อาการปวดท้อง อาการเบื่ออาหาร อาการคลื่นไส้อาเจียน อาการปวดประจำเดือน นอกจากนี้ยังมีการนำยี่หร่ามาใช้ประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณและประโยชน์ของยี่หร่ามาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของยี่หร่า คือ Ocimum gratissimum L. โดยถูกรวมอยู่ในวงศ์เดียวกับพืชกลุ่มกะเพรา ( LAMIACEAE หรือ LABIATAE ) โดยมีชื่อสามัญอื่นๆอีกมากมาย ตามแต่ภูมิภาคและท้องถิ่นนั้นๆ ได้แก่ Kawawya, Tree basil, Wild basil,  Caraway friut, Caraway seed, Kummel, Caraway, Clove basil, African basil,  Shrubby basil เป็นต้น นอกจากนั้นมีชื่อท้องถิ่นภาษาไทยอื่นๆ ได้แก่ หอมป้อม ( ภาษาถิ่นของภาคเหนือ ), กะเพราญวณ ( ภาษาถิ่นกรุงเทพมหานคร ), จันทร์หอม เนียม ( ภาษาถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ ), จันทร์ขี้ไก่ เนียมต้น ( ภาษาถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ), สะหลีดี ( ภาษาถิ่นของกะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน ), โหระพาช้าง กะเพราควาย ( ภาษาถิ่นของภาคกลาง ), หร่า ( ภาษาถิ่นของภาคใต้ )

ประเภทของยี่หร่า

โดยยี่หร่าที่ใช้รับประทาน ประกอบอาหารที่เรารู้จักกันดีนั้น คือ  ยี่หร่าชนิดที่มีชื่อไทยอยู่หลากหลายชื่อ เช่น ยี่หร่าจันทร์หอม ยี่หร่าเนียมต้น เนียม กะเพราญวน และ โหระพาช้าง เป็นต้น ซึ่งชื่อ ที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษ ก็คือ Shrubby basil และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Ocimum gratissimum L. โดย จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา ซึ่งเป็นยี่หร่าแบบกินใบ ที่เรานิยม คุ้นเคยนำมาผัดรับประทานกัน ส่วนยี่หร่าอีกประเภท ชื่อเรียกว่า “เทียนขาว” โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Cuminum cyminum L. ยี่หร่าชนิดนี้ จะถูกจัดอยู่ในวงศ์ของผักชี ( APIACEAE ) โดยมีถิ่นกำเนิด ในบริเวณแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศอินเดีย และประเทศจีน ยี่หร่าชนิดนี้ จะมีผลแห้ง ที่เรานำมาใช้เป็นเครื่องเทศ หรือทำยาหอม คนละประเภทกับที่เราใช้รับประทานใบ

ลักษณะทางพฤษศาตร์ของยี่หร่า 

ต้นยี่หร่า ชอบความชื้นปานกลาง ในสภาพกลางแจ้ง แสงเข้าถึง ลำต้น เป็นไม้พุ่มมีทรงเตี้ย โดยมีความสูงไม่มากแค่ 50-80 เซนติเมตร ลำต้นสีน้ำตาลเข้ม ใบ เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของเป็นรูปกลมรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ดอก ออกดอกเป็นช่อ ที่ปลายยอด มีดอกย่อยขนาดเล็กประมาณ 50-100 ดอกใน 1 ช่อ ผล เป็นรูปทรงกลมยาวรี มีขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร สีดำหรือน้ำตาลเข้ม ภายในมีเมล็ดมากมาย อบให้แห้ง ใช้ดับกลิ่นคาว เป็นเครื่องเทศชั้นดี

สรรพคุณของยี่หร่า

นอกจากจะใช้ยี่หร่าเป็นอาหาร ดับกลิ่น ให้กลิ่นหอม ในอาหารไทยต่างๆแล้ว การรับประทานยี่หร่ายังมีระโยชน์ต่างๆมากมาย ได้แก่

  • บำรุงระบบทางเดินอาหาร ให้ย่อยอาหารได้เป็นปกติ ลดก๊าซในไส้
  • ลดอาการท้องอืดท้องเฝ้อ อาหารไม่ย่อย จุกเสียดแน่นท้อง ลดอาการปวดท้องจากอาหารไม่ย่อย
  • ช่วยให้เจริญอาหาร ในผู้ที่มีอาการเบื่ออาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น ใช้เป็นยาบำรุงในผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อย
  • ขับก๊าซในกระเพาะ และลำไส้ได้ดี ลดการจุกเสียดเมื่อรับประทานอาหาร
  • เมื่อเกิดอาการลำไส้หด การบีบตัวของลำไส้ ยี่หร่าสามารถลดอาหารต่างๆเหล่านี้ได้ดี
  • ในใบยี่หร่ามีธาตุอาหารรองต่างๆมากมาย ช่วยบำรุงแร่ธาตุในร่างกาย ให้สมดุล
  • เมื่อมีอาการปวดประจำเดือน จากการหดเกร็งของมดลูก ยี่หร่าสามารถบรรเทาอาการนี้ได้ดี
  • เมื่อเกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วงจากการติดเชื้อ สามารถใช้ผลยี่หร่าตากแห้งประมาณ 3-5 กรัม ชงกับน้ำเดือด ประมาณ 1 ลิตร ใช้ดื่มแก้อาการ
  • ผลการวิจัย พบว่า ยี่หร่ามีฤทธิ์ยับยั้ง หรือช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งในระยะต้นๆ ได้ดี
  • มีวิตามินซีสูง บำรุงระบบภูมิคุ้มกัน และลดการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงระบบกระดูกและฟันได้ดี เมื่อรับประทานเป็นประจำ

ประโยชน์ของยี่หร่า

คนไทยรับประทานยี่หร่ามาช้านาน เป็นส่วนประกอบในอาหารไทยหลากหลายชนิด ทั้งยังเป็นสมุนไพร มีสรรพคุณบำรุงร่างกายมากมาย มีการนำยี่หร่ามาใช้ประโยชน์ ได้แก่

  • มีการนำยี่หร่ามาผลิตเป็น น้ำมันยี่หร่า ( Caraway oil ) ใช้แต่งกลิ่นอาหาร สามารถนำมาใช้แต่งกลิ่นสบู่ แชมพู ครีมบำรุงผิว สร้างกลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็นอย่างมาก
  • เมล็ดยี่หร่ามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อโรคต่างๆ จึงมีการประยุกต์ใช้เป็นเครื่องหอมสำหรับถนอนอาหาร ใช้หมักอาหารประเภทเนื้อต่างๆ ให้สามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน โดยเฉพาะการทำเนื้อตากแห้ง ใช้ผสมเครื่องหมักเนื้อก่อนนำไปตาก พบว่านอกจากจะถนอมอาหารได้ดีแล้วยังดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างหนึ่ง
  • เมล็ดยี่หร่าแห้ง นิยมนำมาทำเครื่องแกง โดยโขลกรวมกับเครื่องแกงต่างๆ เช่น พริกแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน เพิ่มความหอม
  • ใช้ใบปรุงอาหาร ดับกลิ่นคาว นิยมรับประทนกับไส้อั่ว เพิ่มรสชาติและความหอม

คุณค่าทางอาหารสำคัญในยี่หร่า

เนื่องจากเป็นพืชที่สะสมแร่ธาตุและวิตามิน การรับประทานยี่หร่า จึงแทบจะไม่ให้พลังงาน แต่จะมีกากใยและวิตามินแร่ธาตุจำนวนมาก ได้แก่ วิตามินบี1-3 วิตามินซีสูง มีธาตุอาหารหลัก คือ แคลเซียมสูง และธาตุอาหารรอง คือ เหล็กและฟอสฟอรัส โดยมีโปรตีนและไขมันอยู่น้อย