มะนาว คือ สมุนไพร ประเภทไม้ผล มีสรรพคุณบำรุงร่างกายหลายระบบ ให้รสเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมนำน้ำคั้นมาปรุงอาหาร เพิ่มความอร่อย สรรพคุณบำรุ่งระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินหายใจ ระบบภูมิต้านทานร่างกาย ระบบมะนาว ต้นมะนาว น้ำมะนาว สมุนไพรมะนาวทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบประสาท บรรเทาอาการอ่อนเพลีย แก้พิษต่างๆ นอกจากนั้น มะนาว ยังมีประโยชน์อื่นๆ มากมาย บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ของมะนาว มาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของมะนาว

คือ Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle จัดรวมอยู่ในวงศ์เดียวกับพวกส้ม ( RUTACEAE ) ชื่อสามัญ คือ Lime ไม่ใช่ Lemon ซึ่งจะเป็นตระกูลเดียวกัน แต่คนละชนิด โดยมะนาวจะให้รสเปรี้ยวกว่าเลม่อน และมีผลเล็กกว่า ในประเทศไทย มีการปลูกทั่วไปทุกภาค เป็นสมุนไพรประจำครัวเรือน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับอาหารไทย ที่ต้องการรสเปรี้ยว ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี

การบังคับมะนาวออกลูกนอกฤดู

ปกติมะนาวจะให้ลูกหน้าฝน แต่มีวิธีการบังคับให้มะนาวออกลูกหน้าร้อน เพื่อให้ได้คือการปลูกมะนาวในบ่อวงซีเมนต์ โดยจะคลุมพลาสติกบ่อที่โคนต้นในฤดูฝน เพื่อไม่ให้มะนาวรับน้ำจากฝน และจะเอาออกเมื่อหมดฤดูฝน จะทำให้มะนาวออกลูกในฤดูร้อนซึ่งมะนาวมีราคาแพงได้ เป็นการหลอกต้นมะนาว ว่ายังไม่ถึงฤดูฝน ทำให้การติดลูกของดอกมะนาวช้าลงนั่นเอง

สรรพคุณของมะนาว

มะนาว เป็นสมุนไพรใกล้ตัว ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี แต่น้อยคนที่จะทราบถึงสรรพคุณที่มะนาวมี สรรพคุณของมะนาว ได้แก่

  • บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการหน้ามืด วินเวียนศีรษะ ปวดห้ว แก้โรคเหน็บชา
  • แก้อาการเมาค้าง จากการดื่มสุรามากเกินไป ทำให้สร่างเมาเร็วขึ้น
  • ปรับความดันโลหิตให้เป็นปกติ ทำให้หลอดเลือดสะอาดมากขึ้น เลือดไหลเวียนเป็นปกติมากขึ้น ลดการทำงานหนักของหัวใจในการสูบฉีดเลือด
  • ช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้มากขึ้น ในผู้ป่วยที่มีอาการเบื่ออาหาร จากการป่วยติดต่อกันเป็นเวลา ร่างกายซูบผอม ให้รับประทานอาหารฟื้นฟูร่างกายได้มากขึ้น
  • ช่วยฟื้นฟูร่างกาย สตรีหลังคลอด ให้มีเรี่ยวแรงมากยิ่งขึ้น
  • ลดอาการไข้ และไข้ทับฤดูได้ดี แก้ธาตุไฟ ร่างกายร้อน โดยใช้ส่วนใบหั่นเป็นฝอย แล้วนำมาชงเป็นชา สามารถลดอาการไข้ได้ดี
  • บำรุงร่างกาย เพราะ ในน้ำมะนาว มีวิตามินซีสูง ช่วยแก้อาการขาดวิตามินซี บำรุงระบบภูมิคุ้มกัน รักษาโรคลักปิดลักเปิด และ เลือดออกตามลายฟันได้
  • ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอ มีอาการไอ มีเสมหะ สามารถดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง เพื่อรักษาอาการให้หายดีได้
  • บรรเทาอาการเสียงแหบ เจ็บคอจากการใช้เสียงมากเกินไป บำรุงเส้นเสียง นิยมดื่มในอาชีพที่ต้องใช้เสียงมาก เช่น นักร้อง
  • เมื่อเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ในลำคอ โดยเฉพาะ เชื้อแบคทีเรีย ในต่อมทอนซิล การดื่มน้ำมะนาว จะช่วยบรรเทาอาการบวมของต่อมทอนซิลได้ดี
  • บรรเทาอาการติดเชื้อในช่องปาก ตามซอกฟัน ทำให้เชื้อโรคลดลง ลดกลิ่นปาก โดยการน้ำน้ำมะนาวมากลั่วปาก ลดการบวมของเหงือก
  • แก้ลิ้นเป็นฝ้า ในผู้ที่ลิ้นมีฝ้าขาวเห็นชัดเจน น้ำน้ำมะนาวใส่สำลี มาเช็ดออก
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ และมีคราบบุหรี่ ติดฟัน สามารถใช้น้ำมะนาวเช็ดออกได้ เพราะ มีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้คราบลดลงได้ดี
  • บำรุงระบบทางเดินอาหาร ทำให้ทำงานเป็นปกติ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง จุกเสียด แน่นท้องจากการรับประทานมากเกินไป แก้อาการท้องร่วง จากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร หรือ จากอาหารเป็นพิษ
  • ผู้ป่วยที่ร่างกายซูบผอม ถึงแม้ว่าจะรับประทานอาหารจำนวนมาก ใช้น้ำผึ้งผสมมะนาว ดื่มเพื่อขับพยาธิออกจากร่ากาย
  • ช่วยโรคกระเพาะ โดยนำเปลือกมะนาวชง กับน้ำอุ่น ใช้ดื่มเป็นยา ลดอาการปวดแสบปวดร้อนท้องได้ดี
  • แก้อาการทางเดินปัสสาวะติดขัด และตกขาว โดยการดื่มน้ำมะนาวผสมเกลือกับน้ำตาลนิดหน่อย
  • บำรุงระบบโลหิต ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง ช่วยการฟอกโลหิต โดนการนำน้ำมะนาวผสม กับน้ำหวานและปรุงด้วยเกลือทะเลพอสมควร ใส่น้ำแข็งนำมาดื่ม
  • รักษาโรคผิวหนัง อาการคันจากเชื้อรา แก้สังคัง ปัญหา กาก เกลื้อน หิด แก้หูด แก้ฝี อาการปวดฝี ฝีมะตอย นำน้ำมะนาวมาทาบริเวณที่เป็น ก่อนเข้านอน และ หลังตื่นนอน ช่วยบรรเทาอาการคันได้ดี
  • รักษาโรคน้ำกัดเท้า ใช้น้ำมะนาวทาบริเวณดังกล่าว ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออก
  • แก้ผิวหนังฟกช้ำ หัวโนจากการกระแทก อาการปวดบวมโตปูด ปูดแดง โดยการนำน้ำมะนาวมาผสมกับ ดินสอพอง ให้เข้ากัน ทาบริเวณดังกล่าว วันละ 1-2 ครั้ง ช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ดี
  • แก้แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก แผลพุพองแสบร้อน เป็นหนอง ผิวหนังอักเสบ แก้แผลบาดทะยัก ใช้น้ำมะนาวชโลมบริเวณที่เป็น
  • ลดรอยแผลเป็น น้ำมะนาวผสมดินสอพอง ทาที่แผลเป็น ทำให้รอยแผลจางลงได้ ผิวหนังเรียบเป็นปกติ
  • ลดอาการคันหนังศีรษะจากเชื้อรา อาการคันจากรังแค โดยใช้น้ำมะนาวนวดศีรษะก่อนสระด้วยแชมพูปกติ ทำให้ลดอาการผิดปกติในหนังศีรษะได้ดี
  • ดับกลิ่นกาย โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ โดยใช้น้ำมะนาวมาทาบริเวณรักแร้ โคนขาหนีบ จุดซ่อนเร้นต่างๆ
  • แก้พิษจาก แมลง สัตว์ กัดต่อย ผึ้ง ต่อ แตน มด ตะขาบ แมงป่อง งู นำน้ำมะนาวมาทาลดอาการปวดบวม อาการเจ็บ
  • แมลงเข้าหู นำน้ำมะนาวหยอดหู เพื่อให้แมลงที่ติดออกมา ลดอาการปวดกกหูได้ดี
  • บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ดูอ่อนกว่าวัย เพราะ ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไป รักษาสิวฝ้า ลดการอุดตันรูขุมขนจากสิว ขจัดความมันของผิวหน้า ผิวแตก ขาลาย นำดินสอพองกับมะนาวมาผสมกันแล้วทาทิ้งไว้ก่อนนอน
  • บำรุงสายตาให้มองเห็นชัดเจน ตาใส
  • ลดความหบายกระด้าง ของผิวบริเวณข้อศอก หัวเข่า ส้นเท้า โดยให้เปลือกมะนาวมาถูเป็นประจำ

ประโยชน์ของมะนาว

นอกจากมะนาวจะใช้เป็นเครื่องปรุงรส ให้รสเปรี้ยวที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกมากมาย ได้แก่

  • ใช้หยดลงหม้อหุงข้าวประมาณ 2-3 ช้อน ขณะหุงข้าว จะช่วยทำให้ข้าวขาวขึ้น มีรสชาติอร่อยขึ้น
  • ใช้ทำให้ไข่เจียวฟูนิ่ม น่ารับประทาน โดยการหยดน้ำมะนาว 4-5 หยด ลงไข่ก่อนทอด
  • ใช้ผสมน้ำเพื่อล้างมือ ทำให้สิ่งสกปรก เล็บดำออกง่ายขึ้น มีกลิ่นหอมติดมือ
  • ใช้ป้องกันมอดในถังข้าวสาร โดยใส่มะนาว 2-3 ลูก ลงไปในถัง ทำให้มอดไม่มาในถังข้าว
  • ใช้ ทำความสะอาด เครื่องเงิน ทองเหลือง ทองแดง โลหะที่ต้องการความมันวาว โดยใช้เปลือกมะนาว มาขัดถู
  • นำมาใช้ประโยชน์ในการผสมเป็นน้ำยาทำความสะอาด มักจะมีน้ำมะนาวผสม เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาขัดพื้น
  • นำมาสกัดเพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหย ดับกลิ่นอับในห้อง
  • ใช้แต่งรสชาติให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผสมเครื่องดื่ม ให้กลิ่นหอม มีรสเปรี้ยว ดื่มง่ายขึ้น โดยเฉพาะ เครื่องดื่มคอกเทล
  • แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น มะนาวอบแห้ง มะนาวผง สำหรับส่งออกไปต่างประเทศ แยมนะนาวดอง มะนาวดองเค็ม

คุณค่าทางอาหารของมะนาว 

การบริโภคมะนาว 100 กรัม จะได้พลังงาน 30 กิโลแคลอรี มีคาร์ไฮเดตร ไขมัน เส้นใย โปรตีนเล็กน้อย แต่มีวิตามินต่างๆสูง ได้แก่ วิตามินบี1, 2, 3, 5, 6 และ 9 วิตามินซีสูงที่สุด ธาตุอาหารต่างๆ ได้แก่ Fe Mg P K และ Na

ขมิ้น คือ สมุนไพร ที่มีสรรพคุณ มากมาย เช่น บำรุงร่างกาย บำรุงระบบภูมิต้านทานร่างกาย บำรุงระบบเลือด บำรุงระบบทางเดินอาหาร แก้โรคผิวหนัง รักษาบาดแผลให้หายเร็ว ลดการอักเสบของบาดแผล ดีท็อกทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร รักษาขมิ้น ขมิ้นชัน ต้นขมิ้น เหง้าขมิ้นอาการตกขาว ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แสบร้อนท้อง ท้องอืดท้องเฝ้อ บำรุงสมอง ช่วยระบบความจำ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ โรคมะเร็งลำไส้ บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ ของ ขมิ้น มาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของขมิ้น

คือ Curcuma longa L. จัดอยู่ในวงศ์ขิง ( ZINGIBERACEAE ) มีอีกชื่อ คือ ขมิ้นชัน ชื่อสามัญ คือ Turmeric มีชื่ออื่น ๆ อีก เช่น ขมิ้นชัน ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว ขี้มิ้น หมิ้น มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค จัดเป็น สมุนไพร พืชล้มลุก  ที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อภายในเหง้า จะมีสีเหลืองเข้มจนถึงสีแสดจัด ขึ้นอยู่ความอ่อนแก่ มีกลิ่นหอมที่มีความเฉพาะตัว นิยมใช้ตกแต่งสีอาหาร เพิ่มกลิ่นหอม เช่น แกงไตปลา แกงกะหรี่

สารอาหารของขมิ้น

นอกจาก ขมิ้น จะเป็นสมุนไพร มีสรรพคุณ มากมายแล้ว ยังมีสารอาหาร ที่เป็น ธาตุอาหารจำเป็น ธาตุอาหารเสริม และ วิตามินอื่นๆอีกมกมาย ได้แก่ วิตามินA วิตามินB 1 วิตามินB 2 วิตามินB 3 วิตามินC วิตามินE ธาตุอาหารอื่น เช่น Ca P Fe และยังมี  คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ที่เป็นแหล่งพลังงาน เสริมสร้างร่างกายอีกด้วย

การนำขมิ้นมาใช้

เมื่อขมิ้นเริ่มแตกหน่อ ยังไม่ควรเก็บเกี่ยวมาใช้ เพราะ ยังมีตัวยาสารสำคัญอยู่น้อย การนำเหง้ามาใช้ ควรมีอายุอย่างน้อย 9-12 เดือน ไม่เก็บไว้ใช้นาน และไม่ให้ถูกแสงแดดนานเกินไป เพราะ น้ำมันหอมระเหย ของขมิ้น จะระเหยหมดไปเสียก่อน ก่อนรับประทานควรล้างให้สะอาดก่อน โดยต้องปอกเปลือก หั่นเป็นแว่นชิ้นความหนาบาง ๆ ตากแดดประมาณ 2 แดด นำมาบดให้ละเอียด หรือ ตำก็ได้ ผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นเม็ดเล็ก ๆ สามารถเก็บไว้รับประทานได้ วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 เม็ด หลังจากรับประทานอาหาร และ ก่อนนอน หรือ เติมน้ำแล้วคั้นเอาแต่น้ำ มารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง กษาอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย นำเหง้าขมิ้นมาฝนผสมกับน้ำต้มสุก แล้วทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 ครั้ง ก็จะบรรเทาอาการต่างๆได้ดี

สรรพคุณของขมิ้น

  • เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะ ขมิ้น มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย และ ชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้หน้าดูเด็กลง
  • เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ทำให้มีภูมิป้องกัน ไม่ให้เจ็บป่วย ติดเชื้อได้ง่าย
  • ป้องกันให้ผิวหนัง มีสุขภาพดีแข็งแรง ไม่เกิดอาการระคายเคืองง่าย
  • มีผลวิจัยการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก และ มะเร็งอื่นๆ
  • สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ โดยการบริโภคเป็นประจำ
  • ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ล้างพิษ ลดการเกิดพิษในร่างกาย
  • ลดอาการของโรคเบาหวาน เช่น น้ำตาลในเลือดลดลง ลดการเกิดต้อที่ตา ลดการเกิดแผลเบาหวาน
  • สามรถใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง ทำให้ความดันโลหิตลดลง
  • บรรเทาอาการของโรคเกาต์ ทำให้ระดับกรดยูริคในเลือดลดลง ลดอาการปวดบวมตามข้อ
  • เพิ่มน้ำนมมารดาหลังคลอดบุตร ทำให้มีน้ำนมมากขึ้น
  • สามารถใช้รักษาระบบทางเดินหายใจ ที่มีอาการผิดปกติ เช่น หายใจขัด ขายใจไม่เต็มปอด ให้หายดีได้
  • ช่วยบำรุงระบบสมอง ป้องกันการเกิดโรคความจำเสื่อม ทำให้เกิดการเชื่อมโยงของระบบประสาท ได้ดีขึ้น
  • สรรพคุณรักษาโรครูมาตอยด์ ลดอาการบวม อาการปวดได้ดี
  • ลดการอักเสบ บวมแดง ของร่างกาย ตามจุดต่างๆ ได้ดี
  • แก้อาการปวดหัว เวียนหัว อาการวิงเวียนศีรษะ ให้หายดี
  • นิยมใช้รักษาอาการแพ้ และ อาการไข้หวัด อาการน้ำมูกไหล แพ้อากาศ
  • ใช้ลดอาการไอ อาการเคืองในลำคอ อาการลำคออักเสบ
  • สามารถใช้รักษาอาการภูมิแพ้ อาการแพ้อากาศ หายใจติดขัด น้ำมูกไหลอุดตันทางเดินหายใจ
  • ป้องกันการแข็งตัว หลอดเลือด จากการอุดตัน การเกาะของไขมันในเส้นเลือด
  • นิยมใช้รักษาแผลที่ปาก แผลร้อนใน แผลกัดปากตัวเอง
  • ใช้บำรุงปอด ให้มีสุขภาพดี และ สุขภาพแข็งแรง มากยิ่งขึ้น ทำให้การทำงานของปอดเป็นปกติมากขึ้น
  • บรรเทาอาการปวดท้อง โดยใช้ น้ำมันหอมระเหยของขมิ้น
  • ช่วยรักษาอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ อาการอุจจาระร่วง รับประทานเป็นแคปซูล 3 เวลา หรือ ทำเองโดยใช้ผงขมิ้นผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลม
  • รักษาอาการจุดเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • สามารถใช้รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคแผลในลำไส้ ช่วยเรื่องการขับถ่ายให้เป็นปกติ
  • ลดการบีบตัวของลำไส้ ลดอาการเสียดท้อง อาการปวดท้อง
  • รักษาอาการลำไส้ใหญ่บวม อาการอุจจาระไม่ออก อาการท้องอืด
  • ในผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร ขมิ้นสามารถบรรเทาอาการนี้ได้ดี
  • ช่วยขับลม ในระบบลำไส้ ในกรณีที่มีแก๊ซในกระเพาะเยอะ
  • ลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี การเกิดตะกอนแคลเซียมในระบบทางเดินอาหาร ช่วยขับน้ำดี ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
  • ในกรณี เกิดแผลในระบบทางเดินอาหาร ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และ ทำความสะอาดลำไส้ ให้ทำงานเป็นปกติ
  • บำรุงตับให้แข็งแรงขึ้น ป้องกันการเกิดตับอักเสบ และตับอ่อนอักเสบ และป้องกันตับจากฤทธิ์ของยาพาราเซตามอล
  • บำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดกรดไหลย้อน
  • ป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร ทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ
  • แก้อาการตกเลือด
  • แก้อาการตกขาว
  • รักษาอาการไขข้ออักเสบ รักษาอาการปวดหรืออักเสบ
  • ช่วยแก้อาการน้ำเหลืองเสีย
  • แก้ผื่นคันตามร่างกาย รักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคัน
  • รักษากลาก เกลื้อน ด้วยการใช้ผงขมิ้นผสมกับน้ำ นำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนทุกวัน
  • บรรเทาโรคผิวหนังพุพอง ตุ่มหนองให้หายเร็วยิ่งขึ้น
  • ใช้รักษาแผลจากแมลงสัตว์กัดต่อย นำขมิ้นมาล้างน้ำ แล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาเฉพาะน้ำมาทาบริเวณที่โดยต่อย จะทำให้การหายเร็วขึ้น
  • ป้องกันการเกิดเชื้อรา หรือ ยีสต์ ที่เกิดขึ้นตามผิวหนัง เพราะ ใน ขมิ้น มีสารที่มีฤทธิ์ยังยั้ง
  • มีสารสำคัญ ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคบิด ในระบบทางเดินอาหาร การบริโภคขมิ้นเป็นประจำ จะทำให้ระบบทางเดินอาหารแข็งแรง ไม่เกิดอาการท้องร่วงได้ง่าย
  • มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
  • มีฤทธิ์ต้านสารก่อมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคต่างๆที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย
  • สรรพคุณสมานแผล ให้หายเร็วยิ่งขึ้น นำผงขมิ้นมาผสมกับน้ำแล้วทาลงบนบาดแผล และช่วยให้บาดแผลไม่ให้ติดเชื้อ
  • สามารถป้องกันการงอกของขน ใช้ทาบริเวณที่ไม่ต้องการให้ขนขึ้น
  • ใช้ขทิ้นขัดผิว จะทำให้ ผิวพรรณนุ่มนวล ขาวผ่องใส เต่งตึง รักษาสิวเสี้ยน สิวผด สิวอุดตัน

ข้อระวังการใช้ขมิ้น 

ถึงแม้ว่า ขมิ้น จะมีสรรพคุณต่างๆ มากมาย แต่การบริโภค ขมิ้น จะต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรรับประทานไปเรื่อย ๆ เพราะหากร่างกายได้รับสารในขมิ้นมากเกินความจำเป็น อาจจะกลายเป็นพิษเสียเอง ข้อระวังได้แก่

  • เมื่อเกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว หรือ นอนไม่หลับ เมื่อรับประทานขมิ้น ให้หยุดการรับประทานทันที
  • การรับประทานขมิ้น เพื่อบรรเทาอาการใดๆ เมื่ออาการหายดีแล้ว ให้เลิกรับประทาน ไม่ควรรับประทานต่อเนื่อง
  • เมื่อรับประทานขมิ้น ร่วมกับยาชนิดอื่น ควรสังเกตอาการของตัวคุณเอง ว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ ให้หยุดยาขมิ้น เพราะ อาจจะเกิดการลดทอนฤทธิ์ยาซึ่งกันและกันขนเป็นพิษได้