หญ้าหวาน คือ สมุนไพร ประเภทไม้พุ่มทรงเตี้ย ถึงแม้จะเรียกว่าหญ้า แต่ไม่ได้เป็นพืชตระกูลหญ้า มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ระบบต่างๆ ได้แก่ บำรุงระบบประสาท บำรุงระบบกำจัดพิษในตับ บำรุงเลือด ลดไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่ต้องการบริโภคหวานใช้ทดแทนน้ำตาลได้ดี ใช้รักษาแผลให้หายเร็วขึ้น ให้พลังงานต่ำ จากสารสตีวิโอไซด์ ( Stevioside ) ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่า บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณและประโยชน์ของหญ้าหวานมาให้ทราบกัน

หญ้าหวาน สมุนไพรหญ้าหวาน ใบหญ้าหวาน ชาหญ้าหวาน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของหญ้าหวาน คือ Stevia rebaudiana (Bertoni) Bertoni

หญ้าหวาน เป็นพืชตระกูลเดียวกับทานตะวัน ( ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE ) ชื่อสามัญ คือ Stevia (สตีเวีย) มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ บริเวณประเทศบราซิล และทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัย และมีการปลูกทั่วโลกบริเวณเขตอบอุ่น ในประเทศไทยมีการปลูกมากในภาคเหนือตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา หญ้าหวานชอบอากาศที่ค่อนข้างเย็น แต่ไม่หนาวจัด ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส และพืชชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดี ในที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 600-700 เมตร โดยในใบหญ้าหวาน มีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า เรียกว่า สตีวิโอไซด์ ( Stevioside ) แต่ไม่ได้ให้พลังงาน ทำให้เหมาะสำหรับผู้ลดน้ำหนัก ที่ขาดการกินหวานไม่ได้

ลักษณะพฤษศาสตร์ของหญ้าหวาน

หญ้าหวาน เป็น สมุนไพรไม้พุ่ม มีความสูงไม่มาก ประมาณ 30-90 เซนติเมตร มีลำต้นสีเขียวอ่อน ตรงและค่อนข้างแข็ง แตกยอดชี้ขึ้น มีอายุประมาณ 3 ปี เป็นพืชล้มลุก ขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ดและชำกิ่ง ลักษณะใบ เป็นประเภทใบเดี่ยว ลักษณะของใบคล้ายรูปหอกแต่หัวกลับ ขอบใบมีหยักคล้ายกับฟันเลื่อย โดยมีรสหวานมาก ใช้ทดแทนน้ำตาลได้ มีความหวานมากกว่าน้ำตาล ลักษณะดอก เป็นช่อที่ออกปลายกิ่ง สีของดอกมีสีขาว ขนาดดอกเล็ก กลีบเป็นรูปคล้ายไข่ มีสีขาวเล็กมาก มีเกสรเพศผู้ เป็นสีขาวงอไปมา ยื่นออกมาจากกลีบดอกเล็กน้อย

สรรพคุณของหญ้าหวาน

นอกจากการใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาลแล้ว ยังมีการนำหญ้าหวานมาทำเป็นชา และการบริโภคหญ้าหวานยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นสมุนไพรมีสรรพคุณต่างๆ ได้แก่

  • หญ้าหวานช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มกำลังวังชา ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี่กระเปร่า
  • บำรุงช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ สมองแล่นทำงานได้ดีขึ้น
  • ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี นิยมใช้ในผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยสามารถบริโภคหวานได้แต่ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในร่างกาย
  • สรรพคุณช่วยลดไขมันในเลือด ให้มีระดับปกติ โดยลดระดับไขมันเลว (LDL) และช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ทำให้ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจ และโรคอัมพฤกอัมพาต
  • ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs: Non-connected diseases) ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน หรือน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน โรคภูมิแพ้
  • ช่วยบำรุงระบบการขับสารพิษออกจากร่างกายที่ตับ
  • มีการนำหญ้าหวานมาช่วยสมานแผลทั้งภายในและภายนอก ทั้งแผลสดและแผลแห้ง ให้หายได้เร็วขึ้น

ประโยชน์ของหญ้าหวาน

มีการนำญ้าหวานมาใช้ประโยชน์มาตั้งแต่โบราณ โดยในปัจจุบันมีการนำมาใช้ทดแทนน้ำตาลในอุตสหรรมต่างๆ ได้แก่

  • ใช้แทนน้ำตาลในการประกอบอาหาร เพิ่มรสชาติดับรสขม
  • ใช้เป็นสารให้ความหวานในเครื่อดื่มต่างๆ เช่น กาแฟ ชา สำหรับกลุ่มผู้ที่รักสุขภาพ
  • เป็นส่วนประกอบสำหรับอาหารคนที่ต้องการลดน้ำหนัก
  • นำมาสกัดเป็นสารให้ความหวาน เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม น้ำอัดลม เครื่องดื่มชาเขียว ขนมปังเบเกอรี แยม เยลลี ไอศกรีม ลูกอมหวาน หมากฝรั่ง ซอสปรุงรสต่างๆ
  • ทำให้แห้งเป็นชาจากหญ้าหวาน
  • นำมาใช้แทนน้ำตาลในกระบวนการผลิตยาสีฟันที่มีรสหวานสำหรับเด็ก

ผักกระเฉด คือ สมุนไพร ประเภทพืชน้ำ ที่มีสรรพคุณ บำรุงระบบต่างๆของร่างกายมากมาย ได้แก่ บำรุงระบบการมองเห็น ระบบขับพิษของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ระบบกระดูกและฟัน ระบบสืบพันธุ์ ระบบเลือดและการผลิตเม็ดเลือด บำรุงระบบขับถ่าย ผักกระเฉด ผักเฉด ผักกระเฉดน้ำ สรรพคุณผักกระเฉดบรรเทาอาการไข้ ปวดเมื้อย อาการปวดศีรษะ ป้องกันโรคท้องผูก ท้องอืดได้ดี ผักกระเฉดยังมีวิตามินและแร่ธาตุสูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณและประโยชน์ของผักกระเฉดมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของผักกระเฉด คือ Neptunia oleracea Lour.

ผักกระเฉด จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับถั่ว ( FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE ) มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษ คือ Water mimosa ชื่อท้องถิ่นภาษาไทยอื่นๆ ได้แก่ ผักรู้นอน หรือ ผักกระเฉด( ภาษาถิ่นใช้มากในภาคกลาง ) ผักกระเสดน้ำ ( ภาษาอีสาน ใช้มากในจังหวัดยโสธร, จังหวัดอุดรธานี และภาคอีสาน ), ผักหนอง ( ภาษาถิ่นใช้มากในภาคเหนือ ), ผักหละหนอง ( ภาษาถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ) ผักฉีด ( ภาษาถิ่นของภาคใต้ )  ผักกระเฉดจัดเป็น พืชที่เกิดตามผิวน้ำ ลำต้นเป็นปล้อง ใบคล้ายใบต้นกระถิน โดยในเวลากลางคืน ใบจะสามารถหุบได้ มีลำต้นลอยน้ำสีขาว เรียกว่านมผัก ผยุงให้ลอยน้ำได้ มีรากงอกออกมา เรียกหนวด มีดอกขนาดเล็กสีเลือง มีผักภายในมีเมล็ด ประมาณ 10 เมล็ด

ข้อควรระวังการรับประทานผักกระเฉด 

ผักกระเฉด พบได้ตามแหล่งน้ำต่างๆ ทำให้อาจจะมีการเข้าไปปะปนของพยาธิ สัตว์น้ำต่างๆ เช่น ปลิงน้ำ ซึ่งไข่สามารถทนความร้อนได้มาก แม้จะทำให้สุกก่อนรับประทาน ดังนั้น ควรล้างให้สะอาด และต้มให้สุกด้วยความร้อนก่อนรับประทาน นอกจากนั้น ในแหล่งน้ำใกล้เขตการเกษตร อาจจะมีสารเคมีการเกษตรปะปนได้ การรับประทานควรแน่ใจเรื่องความสะอาด และความร้อนที่พอเพียงในการประกอบอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทยำที่นิยมใส่ผักกระเฉด แต่การประกอบอาหารแค่ลวดพอสุกเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอต่อสุขอนามัย

สรรพคุณของผักกระเฉด 

ผักกระเฉดมีคุณค่าทางอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ธาตุแคลเซียม (Ca) สูงมาก นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย เส้นใย (Fiber) ธาตุเหล็ก (Fe) ธาตุฟอสฟอรัส (P) วิตามินเอ เบตาแคโรทีน วิตามินบี 3 วิตามินซี นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณอื่นอีกมากมาย ได้แก่

  • สรรพคุณบำรุงร่างกาย และช่วยขับสารพิษที่ตับได้ดี
  • รักษาอาการปวดศีรษะ วินเวียนศีรษะ
  • ผักกระเฉดมีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยดับพิษร้อนได้ เช่น อาการไข้สูง หรือ ตัวร้อน บรรเทาอาการได้เป็นอย่างดี
  • สรรพคุณช่วยแก้พิษไข้ เมื่อรับประทานผักกระเฉดจะช่วยลดพิษได้ดี
  • บรรเทาอาการปวดตามอวัยวะต่างๆ เช่น อาการปวดฟัน อาการปวดเมื้อยตามตัว อาการปวดหลัง
  • ช่วยขับเสมหะ ลดอาการได ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • ลดลมในกระเพาะ ลดอาการท้องอืด ท้องเฝ้อ
  • รักษาโรคกามโรค อาการคันในร่มผ้า
  • ลดอาการปวดแสบปวดร้อน จากแมลงสัตว์กัดต่อย
  • ใช้ถอนพิษเมื่อได้รับสารพิษ หรือเมื่อเกิดอาการเมาเมื่อได้รับสารพิษ
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ระบบการมองเห็นเนื่องจากผักกระเฉดมีวิตามินเอสูง
  • บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะในผักกระเฉดมีแคลเซียมสูง
  • ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงให้เป็นปกติ และช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ดี เนื่องจากมีธาตุเหล็กสูง
  • สามารถช่วยป้องกันโรคท้องผูกได้ดี เนื่องจากมีไฟเบอร์หรือกากใยสูง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคตับอักเสบเสริมสร้างภูมิต้านทาน
  • ปรับสมดุลร่างกายให้ปกติ ลดธาตุไฟลดความร้อนในร่างกาย

ประโยชน์ของผักกระเฉด

ผักกระเฉด มีรสชาติอร่อย นิยมใช้ในการประกอบอาหารโดยเฉพาะประเภทยำ เนื่องจากเป็นการเพิ่มสีสรร สร้างเนื้อสัมผัสกรอบ กลิ่นหอม เมนูที่นิยม ได้แก่ ผักกระเฉดทอดไข่สามรส ยำวุ้นเส้นผักกระเฉด  ผักกระเฉดผัดน้ำมันหอย  แกงส้มผักกระเฉดปลาช่อนทอด เส้นหมี่ผัดกระเฉดกุ้ง  ผัดหมี่กระเฉดผัดผักกระเฉดไฟแดง เป็นต้น

เคล็ดลับความอร่อยของผักกระเฉด

การใช้ผักกระเฉดประกอบอาหาร มีเคล็ดลับ คือ เลือกซื้อผักกระเฉดที่มียอดอ่อน เนื่องจากหากแก่มากไปจะเหนียวและเหม็ยเขียวได้ ยอดอ่อนจะมีความกรอบและอร่อยมากกว่าผักกระเฉดแก่มาก นิยมนำมาต้มก่อนนำไปประกอบอาหาร โดยควรใส่เกลือลงไปในน้ำเล็กน้อย ไม่ควรลวกนานเกินไป เพราะจะทำให้ผักกระเฉดเหนียวไม่อร่อย เมื่อลวกแล้วใส่ลงไปในน้ำเย็นทันที อาจจะใช้น้ำแข็งช่วยโปะ ทำให้ผักกระเฉดกรอบ นุ่มคงรสชาติอร่อยได้ดี