อะโวคาโด คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ บำรุงระบบเลือด ลดไขมันเลว ( LDL ) บำรุงสุขภาพ มีสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงระบบภูมิต้านทาน บำรุงระบบประสาท บำรุงผิวพรรณ มีสารป้องกันการเกิดมะเร็ง รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันการเกิดโรคปากนกอะโวคาโด Avocado ลุกเนย อโวคาโด้ กระจอก มีโปรตีน วิตามิน มีเนื้อมัน สามารถใช้แทนเนยได้ นิยมใช้ลดน้ำหนัก ไม่มีรสหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ ของ อะโวคาโด มาให้ทราบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ของอะโวคาโด

คือ Persea americana Mill จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับอบเชย ( LAURACEAE ) ชื่อสามัญ ได้แก่ Avocado ภาษาไทย เขียนได้หลายแบบ เช่น อะโวคาโด อาโวคาโด อาโวกาโด อโวคาโด้ ภาษาถิ่น มีการเรียกว่า ลูกเนย มีถิ่นกำเนิดใน เม็กซิโก นำเข้ามาปลูกในไทย ครั้งแรก ที่จังหวัดน่าน และ แพร่หลายในทุกภาคของประเทศไทยในปัจจุบัน   

วิธีปลูกอะโวคาโด

นิยมใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ขั้นแรกคือ แกะเมล็ดโดยอย่าใช้ของมีคม เพราะ จะทำให้เมล็ดเสียหาย อาจจะไม่งอกได้ นำเมล็ดมาล้างด้วยน้ำอุ่น จนเหลือแต่เมล็ด นำกระชำระพรมน้ำให้ชุ่ม ใส่ถุงพลาสติก โดยไม่ต้องปิดปากถุง วางเมล็ดลงคอยสังเกตุอย่าให้กระดาษแห้ง จนรากงอกออกมา ประมาณ 3 นิ้ว ย้ายลงกระถางปลูก ให้กลบดินครึ่งลูก ให้เมล็ดโพล่พ้นดินครึ่งหนึ่ง รดน้ำให้ชุ่ม ครบ 3 เดือนให้ย้ายกระถางที่ใหญ่ขึ้น

สรรพคุณของอะโวคาโด

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย
  • มีสรรพคุณบำรุงพิวพรรณ ลดริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้หน้าสดใส
  • บำรุงระบบการมองเห็นและรักษาสายตาโดย ชะลอการเสื่อมของกระจกตา
  • สามารถใช้ อะโวคาโด ในการลดน้ำหนัก ลดไขมันเลว ( LDL ) ลดความเสี่ยงไขมันอุดตันเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
  • ลดโอกาสเสี่ยงการเกิด โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และ โรคหัวใจวาย เพราะ มีไขมันดี ( HDL )
  • มีสารต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม และ มะเร็งปากมดลูก
  • ป้องกันการเกิดโรคหวัด หรือ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เพราะ มีวิตามินซีสูง
  • ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ป้องกันการเกิดโรคปากนกกระจอก โดยเฉพาะในเด็ก ที่ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรง
  • มีเส้นใยสูง ทำให้บำรุงระบบขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายได้ง่าย ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้
  • มีสารเร่งการดูดซึม สารสำคัญต่อร่างกาย เช่น ไลโคปีน เบตาแคโรทีน หรือ ลูทีน ในผักผลไม้ต่าง ให้เข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น
  • ป้องกัน ลดความถี่ ลดคามเสี่ยง ของการเกิดโรคเหน็บชา ได้ดี
  • รับประทานเป็นอาหารเสริมได้ดี แคลอรีสูงแต่ก็อุดมไปด้วย DHA และไขมันดี (HDL) ในปริมาณที่สูง
  • มีโฟเลตสูง เหมาะสำหรับ หญิงตั้งครรภ์ สร้างความแข็งแรงให้กับบุตรในครรภ์
  • เมื่อสกัดน้ำมันจาก อะโวคาโด นิยม นำมาเป็นส่วนประกอบของครีม บำรุงผิว เพราะ สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีกว่าน้ำมันชนิดอื่น
  • รักษาโรคร่วง หรือ โรคศีรษะล้าน นำผลมานวดหัว หรือ ผสม กับครีมนวด ยาสระผม เร่งการงอกของเส้นผมได้ดี
  • สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ และ บำรุงเส้นผมได้ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีผิวแห้ง หนังศีรษะแห้ง ช่วยให้มีผิวพรรณที่ชุ่มชื้นขึ้น

ประโยชน์ของอะโวคาโด

  • รับประทานเป็นผลไม้สด ทำให้อิ่มท้อง ใช้เป็นอาหารลดน้ำหนักได้ดี
  • สกัดน้ำมัน เพื่อนำบริโภคได้
  • นำมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว สร้างความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี
  • นำมาเป็นส่วนผสมของแชมพูบำรุงเส้นผม ทำให้ผมดกดำ ไม่แห้ง

ข้อระวังการรับประทานอะโวคาโด

เนื่องจาก อะโวคาโด เป็นผลไม้ซึ่งมี สารแทนนินในปริมาณมาก ซึ่งสารนี้สร้างรสขมให้กับ อะโวคาโด แต่ในบางคนที่มีการแพ้สารนี้ หากรับประทานมากเกินไปจะมีอาการ ปวดศีรษะ ปวดท้อง อาเจียน ผื่นคัน ลมพิษ หากรุนแรงอาจจะเสียชีวิตได้ ผู้ที่จะบริโภคควรทราบว่าตนเองแพ้หรือไม่ โดยการเริ่มรับประทานในปริมาณน้อยๆก่อน

สารอาหารในอะโวคาโด

การรับประทาน อะโวคาโด 100 กรัม จะได้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี โดยพลังงานมาจาก คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล ไขมันค่อนข้างสูงถึง 16 เปอร์เซนต์ มีโปรตีน น้ำ เบตาแคโรทีน ลูทีนและซีแซนทีน วิตามินB 1, 2, 3, 5, 6 และ 9 วิตามินC วิตามินE วิตามินK ธาตุอาหารได้แก่ Ca Fe Mg Mn P K Na และ Zn

สูตรมาร์กหน้าอะโวคาโด

ควรทำการมาร์กหน้า ทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลควรทำต่อเนื่อง สูจรนี้เป็นสูตรกลาง สำหรับผิวทุกสภาพ สามารถเติมส่วนผสมเพิ่มเติมตามชอบใจได้

  • ผลอะโวคาโดสุก ประมาณ 2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไข่แดง 1 ฟอง
  • นำส่วนผสมทั้งหมดปั่นให้ละเอียด
  • ล้างหน้าให้สะอาดก่อนมาร์ก และเช็ดให้แห้ง
  • ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ จะทำให้หน้าตึง ชุ่มชื้น ดูอ่อนกว่าวัย

วิธีทำเครื่องดื่มอะโวคาโด

เครื่องดื่มอะโวคาโด ใช้ดื่มตอนเช้า บำรุงร่างกาย หรือ ใช้ดื่มดับกระหายได้ตามต้องการ มีประโยชน์ต่อร่างกาย

  • หั่นอะโวคาโดเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 กำมือ
  • หั่นมะเขือเทศล้างสะอาดเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ผล
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำแข็ง 2 ถ้วย
  • เกลือป่นนิดหน่อยประมาณ 1/4 ช้อนชา
  • ใส่อะโวคาโด และ มะเขือเทศ หั่นที่เตรียมไว้ ลงเครื่องปั่น
  • ใส่น้ำเปล่า และ น้ำแข็ง เติมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ปั่นจนละเอียด
  • เติมเกลือเล็กน้อย และปั่นนิดหน่อย เพื่อให้เข้ากัน
  • ใช้ดื่มดับกระหาย ดื่มเป็นประจำบำรุงร่างกาย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ทุเรียนเทศ สมุนไพร รักษามะเร็ง บำรุงน้ำนม... ทุเรียนเทศ (Soursop) คือ สมุนไพร มี สรรพคุณ ต้านเซลล์มะเร็ง การแพร่กระจายของมะเร็ง บำรุงระบบประสาท บำรุงระบบทางเดินอาหาร ลดอาการติดเชื้อ ทั้งจากอวัยวภายใน และ บนผิวหนัง สร้างภูมิต้...
ลำไย สมุนไพร สรรพคุณ รักษามะเร็งลำไส้... ลำไย คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ บำรุงและรักษาโรคในระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย รักษาโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สมานแผลทำให้แผลหายเร็วขึ้น บำรุงผิวพรรณ รักษาโรคผิวหนัง มีสารต้านอนุมู...
มังคุด สมุนไพร สรรพคุณ มหัศจรรย์ รักษามะเร็ง... มังคุด ( mangosteen ) คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ มากมาย นอกจากจะเป็น ผลไม้ ที่เป็นที่นิยมแล้ว ยังพบว่ามี สารสำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่สามารถบำรุงระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบกระดูก...

มะละกอ คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ บำรุงระบบขับถ่าย บำรุงระบบประสาท รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลอักเสบ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ผุพองเป็นหนอง บำรุงหัวใจ ต้านมะเร็ง รักษานิ่ว ช่วยย่อยอาหาร รักษาโรคท้องอืดท้องเฝ้อ รักษาพิษจากสัตว์ที่ทำให้เกิดอาการคัน มะละกอ, papaya, สมุนไพรมะละกอ, สรรพคุณมะละกอบำรุงผิวพรรณ มีสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงระบบภูมิคุ้มกัน เป็นแหล่งพลังงาน วิตามิน และแร่ธาตุ  กำเนิดในอเมริกากลาง ถูกนำเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ ของ มะละกอ มาให้ทราบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ของมะละกอ

คือ Carica papaya L. ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์ของมะละกอเอง ( CARICACEAE ) มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษ คือ papaya ภาษาถิ่นภาคอีสานเรียกบักฮุ่ง จัดเป็น สมุนไพร ประเภท ไม้ล้มลุก พบว่าถิ่นกำเนิดของมะละกอ ในลุ่มแม่น้ำอะเมซอล แต่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย ต้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการคัดเลือกพันธุ์จนได้พันธุ์ต่างๆจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ มะละกอแขกดำศรีสะเกษ พันธุ์ท่าพระ 1,2 และ 3 แขกดำดำเนิน แขกหลอด พันธุ์ปากช่อง 1 พันธุ์แขกนวล พันธุ์สายน้ำผึ้ง พันธุ์จำปาดะ พันธุ์โซโล มะละกอพันธุ์ครั่ง มะละกอฮอลแลนด์ ฟลอริด้า โทเลอแรนต์ พันธุ์ซันไรซ์ ซันเซ็ท เรดเลดี้  โนนยูเบอร์ 1

การปลูกมะละกอให้ต้นเตี้ยลูกดก

รดน้ำแปลงปลูกให้ชุ่ม ต้นกล้าที่จะลงปลูกให้ตัดปลายราก ประมาณ 2 นิ้ว หรือ 5 ซม. วางต้นกล้าเอียง 30-45 องศา หันหัวไปทางทิศตะวันออก กลบหลุมปลูกให้แน่น รดน้ำปกติ ต้นมะละกอ ที่ปลูกในสภาพนี้ จะมีการเจริญทางด้านเพศที่ดีกว่ามะละกอปลูกสภาพปกติ เพราะ การปลูกในสภาพนี้จะทำให้ ต้นมะละกอ ดูดสารอาหารจากดินมากผิดปกติ และ เร่งการออกดอกมากว่าปกติ ทำให้การติดลูกมีมากกว่าปกติ และ ต้นจะเตี้ยกว่าปกติอีกด้วย

มะละกอจีเอ็มโอ

เนื่องจากปัญหาที่พบของการปลูกมะละกอ ที่สำคัญ คือ โรคไวรัสวงแหวน ซึ่งไม่มีวิธีการรักษาหรือป้องกันได้ เกษตรกรทำได้เพียงการป้องกัน การแพร่กระจายโดยใช้วิธีการเผาทำลาย ทำให้เกิดความเสียหายต่อต้นทุนการปลูกที่เสียไป จึงเกิดการพัฒนาพันธุ์ มะละกอจีเอ็มโอ ซึ่งเป็นพันธุ์มะละกอ ที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม ในการปรับแต่งยีนในมะละกอ ให้สามารถต้านทานไวรัสในตัว แต่ปัจจุบันประเทศไทย ยังไม่มีกฏหมายความปลอดภัยทางชีวภาพ ทำให้ มะละกอจีเอ็มโอ ยังอยู่แค่ในโรงเรือนทดลอง ไม่สามารถผลิตเป็นการค้าได้

สรรพคุณของมะละกอ

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณเปร่งปรั่ง ดูสดใส ชะลอวัย ลดเลือน และป้องกันการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ
  • มีสารต้านมะเร็ง ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง เมื่อรับประทานมะละกอเป็นประจำ
  • สรรพคุณ ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
  • ช่วยป้องกันการเกิด โรคตับโต หรือ โรคที่เกี่ยวกับตับ เช่น ไขมันพอกตับ
  • ลดอาการปวดบวมของแผลสด ใช้ใบมะละกอสด ๆ นำไปย่างไฟ หรือ ใช้น้ำร้อนลวกใบ แล้วจึงนำมา ประคบที่บริเวณ ตรงที่แสดงอาการ หรือ ตำให้พอพยาบ แล้วห่อด้วยผ้า เพื่อทำเป็นลูกประคบก็ใช้ได้เช่นกัน
  • รักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใช้รากของมะละกอตัวผู้ นำมาแช่เหล้าขาว แล้วทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน จากนั้น นำมากรองเอาน้ำ ทาบริเวณที่กล้ามเนื้อ หรือ บริเวณที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง จะช่วยบรรเทาอาการได้ดี
  • สามารถใช้รักษาอาการปวดหลัง หรือ ปวดข้อต่าง ๆ โดยการรับประทานมะละกอสุกอย่างต่อเนื่อง ช่วยบรรเทาอาการได้ดี
  • นิยมใช้รักษาแผลไฟไหม้ หรือ แผลน้ำร้อนลวก โดยการใช้เนื้อมะละกอดิบ ๆ ต้มจนเปื่อย นำมาตำ พอกบริเวณที่เกิดบาดแผล บรรเทาอาการปวด และ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • สามารถช่วยรักษาแผลพุพอง ที่เกิดการอักเสบ โดยใช้ใบมะละกอที่แห้งกรอบ นำมาบดจนเป็นผง แล้วนำไปผสมกับน้ำกะทิผสมให้พอเหนียว นำมาทาแผลวันละ 3 ครั้ง สมานแผลได้ดี ช่วยให้แผลหายเร็ว
  • เมื่อโดนตะปูตำเท้า หรือ ขอมีคมบาดเท้า จนเป็นแผล ให้นำผิวของลูกมะละกอดิบ มาตำแล้วนำมาพอกที่แผล โดยเปลี่ยนใหม่วันละ 2 ครั้ง จนแผลหายดี
  • หากโดนเสี้ยนไม้ตำ หรือ หนามแหลมหักคาเนื้อใน ให้นำยางมะละกอดิบมาทา หนามจะหลุดออกมา แล้วรักษาให้แผลหายดีได้
  • สามารถช่วยรักษาอาการคัน ที่เกิดมาจากพิษของหอยคัน หรือ อาการคันอื่นๆ ใช้ยางมะละกอดิบ ๆ นำมาทาทั้งเช้า และ เย็น บรรเทาอาการคันได้ดี
  • สามารถช่วยรักษา โรคผิวหนังจากเชื้อรา โรคกลาก เกลื้อน โรคเท้าเปื่อย โดยการใช้ยางมะละกอดิบ ทาวันละ 3 ครั้ง จะสามารถช่วยฆ่าเชื้อราได้ดี จนอาการดีขึ้นให้หยุดทา
  • ช่วยรักษาอาการผดผื่นคัน ที่ขึ้นตามลำตัว และผิวหนัง โดยใช้ใบมะละกอ 1 ใบ เติมเกลือ 1 ช้อนชา และน้ำมะนาวจำนวน 2 ผล จากนั้นนำมาตำรวมกันจนละเอียด แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นผดผื่น จะทำให้อาการคันลดลง และ ผดผื่นหายเร็วขึ้น
  • นิยมใช้แก้อาการเคล็ดขัดยอก โดยใช้รากของมะละกอ นำมาตำให้แหลก แล้วเทผสมด้วยเหล้าขาว นำมาทาบริเวณนั้น ๆ บรรเทาอาการได้ดี
  • สามารถช่วยรักษาอาการเท้าบวม เทาโต ใส่รองเท้าเดิมไม่ได้ โดยนำใบมะละกอสด ๆ มาตำให้ละเอียด ผสมกับสุราขาว นำมาพอกบริเวณนั้น ๆ จนเท้ายุบตัว อาการดีขึ้นได้
  • ใช้ช่วยป้องกันการเกิด โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต
  • สรรพคุณ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา กรณีปัสสาวะแล้วแสบ โดยใช้รากมะละกอ
  • สามารถนำมาใช้เป็นยาฆ่าพยาธิ ยาขับพยาธิ โดยการใช้ยางจากผลดิบ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นยาช่วยย่อยโปรตีน
  • การรับประทานมะละกอเป็นประจำช่วยในการย่อยอาหารได้ดี
  • มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ สามารถแก้อาการท้องผูก โดยการกินเนื้อมะละกอสุกเป็นประจำ
  • ใช้ช่วยรักษาอาการขัดเบา ขณะปัสสาวะ เมื่อมีอาการให้ใช้ รากสดจำนวน 1 กำมือ และ รากแห้งอีกประมาณครึ่งกำมือ หั่นแล้วให้ละเอียดนำมาต้มกับน้ำสะอาด แล้วนำมาดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร ช่วยแก้อาการได้ดี
  • สรรพคุณช่วยป้องกัน การเกิดโรคลักปิดลักเปิด หรือ เลือดออกตามไรฟันได้ดี
  • ผลของมะละกอ มีเอนไซม์ปาเปน (papain) เป็นยาช่วยย่อยอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อ
  • การรับประทานมะละกอ ช่วยในการบำรุงประสาท และ สมอง ทำให้นอนหลับสบาย ไม่เครียด
  • ในผู้หญิงขณะให้นมบุตร ควรกินมะละกอเป็นประจำ เพราะ มีส่วนช่วยกระตุ้นให้มารดามีน้ำนมมากขึ้น

การใช้ประโยชน์ของมะละกอ

  • นำมาเป็นส่วนผสมของยาบำรุงผิวต่างๆ เช่น ครีมบำรุงผิว สบู่มะละกอ มาร์กหน้า เพื่อ ชะลอวัย ลดเลือน และป้องกันการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ
  • นำมาทำเป็นยาบำรุงร่างกาย เพราะ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด ซึ่งช่วยให้สุขภาพของคุณแข็งแรง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • ใช้เป็นอาหารยามว่าง นำมารับประทานเป็นผลไม้ หรือ ของว่างแทนขนมขบเคี้ยว เพื่อลดน้ำหนักได้ดี
  • นำมาเป็นวัตถุดิบของอาหารต่างๆ เช่น แกงส้ม ส้มตำ
  • ใช้เป็นส่วนประกอบของผงหมักสำเร็จรูป ที่เราเห็นขายกันอยู่ตามท้องตลาด ใช้หมักให้เนื้อนุ่มได้อีกด้วย เพราะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า Papain ซึ่งมีคุณสมบัติย่อยโปรตีนได้
  • นำมาแปรรูป เป็นอาหารแปรรูปเพื่อส่งออก หรือ ขายในประเทศ เช่น มะละกอแช่อิ่ม มะละกอแผ่น แยมมะละกอ มะละกอเชื่อม ซอสมะละกอ เยลลี่มะละกอ มะละกอแช่อิ่ม มะละกอสามรส มะละกอดอง มะละกอผง เป็นต้น

คุณค่าทางอาหารของมะละกอ

ในการรับประทานมะละกอ 100 กรัม จะได้พลังงานประมาณ 43 กิโลแคลอรี (ความต้องการพลังงานของร่างกาย เฉลี่ยไม่เกิน 2000 กิโลแคลอรี /วัน) พลังงานได้มาจาก คาร์โบไฮเดตร และ น้ำตาล ประมาณ 20 กรัม ไฟเบอร์ 1.7 กรัม ไขมัน 0.26 กรัม โปรตีน 0.47 กรัม วิตามินต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามิน บี 1 2 3 5 6 และ 9 เบตาแคโรทีน ลูทีนและซีแซนทีน ไลโคปีน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค ธาตุอาหารต่างๆ ได้แก่ Ca Fe Mg Mn P K Na Zn

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มะเขือเทศ สมุนไพร ความหวานมาจากไหน ความนิ่มมาได้ไง... มะเขือเทศ หรือ tomato ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Lycopersicon esculentum Mill. เป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานผล โดยมากแล้วจะมีรสหวานอมเปรี้ยว มีวิตามินต่างๆมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ...
จันทน์เทศ สรรพคุณ บำรุงร่างกาย ประโยชน์และสรรพคุณของจัน... จันทน์เทศ คือ สมุนไพร มีสรรพคุณ ขับพิษต่างๆ แก้อาการท้องเสีย รักษาโรคบิด ตามตำราการแพทย์แผนจีน มีสรรพคุณบำรุงไต ระงับอาการท้องร่วงเรื้อรังได้ดี เพื่อประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหาร ลดอ...
พลูคาว สมุนไพรต้านมะเร็ง สรรพคุณสร้างภูมิต้านทาน... พลูคาว คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณต้านการเกิด โรคมะเร็ง โรคจากการติดเชื้อต่างๆได้ดี โรคผิวหนัง สรรพคุณการบำรุงร่างกาย ช่วยให้ร่างกายหายจากการเจ็บป่วยในระยะพักฟื้น ได้ดีมากยิ่งขึ้น เส...