ฟักแม้ว คือ สมุนไพร ประเภท ไม้เลื้อย ไม้เถา เป็นพืชล้มลุกระยะสั้น มีสรรพคุณบำุงระบบต่างๆของร่างกาย เช่น บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงเลือด ปรับสมดุลเลือดในร่างกาย ลดความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง บำรุงระบบขับถ่าย บำรุงไต เพิ่มฟักแม้ว มะระหวาน สมุนไพรฟักแม้ว สมุนไพรมะระหวานวิตามินให้กับร่างกาย บำรุงการทำงานของหัวใจ บำรุงหลอดเลือดให้แข็งแรง ลดไขมันในเลือด นอกจากนั้น ยังใช้ฟักแม้วเป็นอาหารต่างๆมากมาย บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณของสมุนไพรฟักแม้วมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของฟักแม้ว 

คือ Sechium edule (Jacq) Swartz. จัดรวมอยู่ในวงศ์ไม้เถา CUCURBITACEAE ชื่อสามัญ คือ ชาโยเต้ (Chayote) โดยมีชื่อเรียกท้องถิ่นอื่นๆ ได้แก่ มะเขือนายกมะเขือฝรั่ง  ฟักญี่ปุ่น  บ่าเขือเครือ แตงกะเหรี่ยง ฟักม้ง  มะระญี่ปุ่น ที่นิยมเรียกกันอีกชื่อคือ มะระหวาน มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง และมีการนำมาปลูกในประเทศไทย แห่งแรกในจังหวัดแพร่ และปลูกแพร่หลายทั่วโลก พบมากในแถบภาคเหนือ

ลักษณะพฤษศาสตร์ของฟักแม้ว 

ลักษณะต้นฟักแม้ว เป็นไม้เถา ลำต้นไม่ใหญ่ สีเขียว เลื้อยและมีมือจับ มีความสูงไม่มาก ลักษณะเป็นเหลี่ยม เจริญเป็นเถา มีเถาแขนง 3-5 เถา ลักษณะใบ มีรูปร่างเป็นเหลี่ยม 3-5 เหลี่ยม ลักษระคล้ายกับใบตำลึงแต่มีจะขนาดใหญ่กว่าพอสมควร ใบมีขนระคายขนาดเล็กทั้งด้านบนและด้านล่าง ลักษณะดอก กลีบใบสีขาวปนเขียว ออกดอกเป็นช่อ มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกจากกัน แต่พบในต้นเดียวกัน จัดเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ลักษณะผล มีรูปร่างคล้ายผลมะระ แต่สั้นและอ้วนกว่า คล้ายลูกแพร์ สีออกเขียวอ่อน รสไม่ขม เนื้อผลมีรสหวาน รสคล้ายกับฝรั่งปนกับแตงกวา

สรรพคุณของฟักแม้ว

นอกจากนิยมนำฟักแม้วมาประกอบอาหารแล้ว การรับประทานฟักแม้วยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรในตัว ได้แก่

  • มีการใช้ผลและใบมาดองเป็นยา เพื่อบำรุงหัวใจและหลอดเลือด ทำให้การทำงานเป็นปกติ หัวใจเต้นปกติและการไหลเวียนเลือดเป็นปกติ
  • ลดการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด ทำให้ลดการฉีกขาดของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • มีการนำผลและใบมาต้มเป็นเครื่องดื่ม เพื่อลดความดันโลหิต เมื่อดื่มเป็นประจำ จะป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
  • ฟักแม้วมีวิตามินซีสูง จึงมีสรรพคุณในการป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • บำรุงระบบขับถ่ายของร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดท้องผูก ท้องเฟ้อ
  • บำรุงระบบขับถ่ายโดยเฉพาะของเหลวที่ผ่านทางไต ลดความเสี่ยงการเกิดโรคนิ่วในไต
  • สลายนิ่วในไตโดยการดิ่มน้ำฟักแม้วเป็นประจำ
  • บำรุงส่วนสึกหรอของร่างกาย ลดการอักเสบตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายชะลอวัย ดูอ่อนกว่าวัย
  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ
  • ช่วยป้องกันการพิการของทารกแต่กำเนิด ให้มารดารับประทานขณะตั้งครรภ์
  • มีแคลเซยมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

ประโยชน์ของฟักแม้ว

  •  มีประโยชน์ในการนำมาประกอบอาหาร ทั้งผลและใบ นำมาผัดกับไข่ ใช้ทำเป็นยำ หรือส้มตำแทนมะละกอได้
  • รับประทานเป็นเครื่องเคียง นำมาต้มกินกับน้ำพริก ใช้ทำต้มจืด แกงเลียง ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ผัดกับหมู ผัดน้ำมันหอย ลาบ ยำยอดฟักแม้ว แต่ส่วนใหญ่แล้วจะนำมาผัดน้ำมันหอย เรียกว่าผัดฟักแม้ว
  • ส่วนรากมีแป้งเป็นส่วนประกอบมาก สามารถนำมารับประทานเป็นแหล่งพลังงานได้
  • ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ทุกส่วนของต้นฟักแม้ว เป็นแหล่งพลังงาน วิตามิน ธาตุอาหารต่างๆ

คุณค่าทางอาหารของฟักแม้ว 

การรับประทานฟักแม้ว 100 กรัม จะได้พลังงานน้อยเพียง 19 กิโลแคลลอรี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักตัว ประกอบด้วย เส้นใย วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 7 และ 9 วิตามินซี วิตามินอี และวิตามินเค มีธาตุอาหารต่างๆ เช่น ธาตุเหล็ก (Fe) ธาตุแมกนีเซียม (Mg) ธาตุฟอสฟอรัส (P) ธาตุโพแทสเซียม (K) และสังกะสี (Zn)

มังคุด ( mangosteen ) คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ มากมาย นอกจากจะเป็น ผลไม้ ที่เป็นที่นิยมแล้ว ยังพบว่ามี สารสำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่สามารถบำรุงระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบกระดูก ระบบประสาท ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบสายตาและการมองมังคุด ครีมมังคุด น้ำมังคุด สมุนไพรมังคุด เห็น ระบบขับถ่าย ระบบภูมิคุ้มกัน โดยพบว่าใน มังคุด มี สารแซนโทน (Xanthone) มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น มีฤทธิ์ ต้านมะเร็ง สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และ พลังงาน แร่ธาตุ วิตามิน ต่างๆมากมาย บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณของมังคุด และ ประโชยน์ของมังคุด ให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของมังคุด คือ Garcinia mangostana L. จัดอยู่ในวงศ์ ของมังคุดเอง ( CLUSIACEAE หรือ GUTTIFERAE ) เป็นผลไม้ ที่ มีถิ่นกำเนิดในเอเชีย ในหมู่เกาะซุนดา และ หมู่เกาะโมลุกกะ นิยมทานคู่กับ ทุเรียน ที่ได้ชื่อว่าเป็น ราชาแห่งผลไม้ ( King of fruit ) จึงนิยมเรียก มังคุด ว่า ราชินีแห่งผลไม้ ( Queen of fruit ) และ ลักษณะภายนอกยังเหมือนกับ มีมงกุฏที่เป็นกลีบบน ครอบไว้ จึงเหมือนเป็นราชินี ที่สวมมุงกุฏไว้

การปลูกมังคุด

ต้นมังคุด นิยมซื้อต้นพันธุ์จากเรือนเพาะชำทั่วไป โดยเลือกต้นที่แข็งแรง สภาพพื้นที่ ควรเป็นดินร่วนปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี หน้าดินลึกกว่า 50 เซนติเมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากกว่า 1 เมตร มี ความเป็นกรดด่างของดิน ประมาณ 5.5-6.5 พื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล  ไม่เกิน 650 เมตร ความลาดเอียงประมาณ 1-3% สภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ ระหว่าง 25-35 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนควรมีมากกว่า 2,000 มิลลิเมตร/ปี การ การกระจายตัวของฝนค่อนข้างดี มีช่วงแล้งต่อเนื่องน้อยกว่า 3 เดือน/ปี และความชื้นสัมพัทธ์ 70-80% แหล่งน้ำ ควรมีปริมาณเพียงพอตลอดปี ไม่มีสารอินทรีย์ และ อนินทรีย์ที่เป็นพิษปนเปื้อน มี ความเป็นกรด-ด่างของน้ำ ระหว่าง 6.0-7.5 การวางผังปลูก มี 2 ระบบ คือ ระบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ สามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะระหว่างแถว และ ต้น คือ 8×8 เมตร หรือ 10×10 และ ระบบแถวกว้างต้นชิด ระยะปลูกระหว่างแถว 8×3 เมตร หรือ 10×5 เมตร

สรรพคุณของมังคุด

นอกจากการรับประทาน มุงคุด เป็นผลไม้เพื่อความอร่อยแล้ว เนื้อ และ เปลือก ของมังคุด ยังมี ฤทธิ์ทางยา ที่มี สรรพคุณ มากมายได้แก่

  • ป้องกัน การเกิดอาการไข้ ได้ดี
  • สร้างกระดูก และ ฟันให้แข็งแรง ไม่แตก หักง่าย
  • สร้างพลังงานแก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า เพราะ มีความหวาน และ รสเปรี้ยว
  • สรรพคุณทำให้หน้าใส โดย ยับยั้งการเจริญเติบโตของ เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว และ ยังต้านการอักเสบของสิวได้อีกด้วย
  • สามารถป้องกันการเกิด อาการทางจิต โรคซึมเศร้า ลดความเครียด ทำให้อารมณ์ดีขึ้น ส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตดี อารมณ์ดีอยู่เสมอ
  • บำรุงระบบประสาท ป้องกันการเกิด โรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน อาการหลงๆลืมๆ เมื่ออายุมากขึ้น
  • สามารถช่วยกำจัด และ ป้องกันการก่อเกิด การเปลี่ยนแปลงจากเซลล์ปกติ เป็น เซลล์มะเร็ง เสริมสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดทีเอช 1 และทีเอช 17 ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้ทุกชนิด เช่น เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร
  • ป้องกันการเกิด โรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยเพิ่มการขยายตัวของหลอดเลือด
  • ลดความดันโลหิต โดยการทำให้ไขมันที่เกาะในผนังหลอดเลือดลดลง
  • รักษาไทรอยด์เป็นพิษ หรือ ไฮเปอร์ไทรอยด์
  • สรรพคุณ ลดระดับ คอเลสเตอรอล ในร่างกาย และ ลดไขมัน ( LDL ) ที่ไม่ดีในเส้นเลือด
  • สามารถป้องกัน การเกิดเนื้องอก ในอวัยวะภายในต่างๆ
  • สามารถลด และ ควบคุมระดับน้ำตาล จึงป้องกันการเกิด โรคเบาหวาน โรคอ้วน และ โรคNCDs ได้ดี
  • สรรพคุณป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ สร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
  • บรรเทาอาการของโรคหอบหืด ให้หายใจสะดวกขึ้น หายใจคล่องขึ้น
  • บำรุงสุขภาพช่องปาก ทำให้ ฟันและเหงือกแข็งแรง ไม่เป็นโรคเลือดออกตามลายฟัน
  • สรรพคุณ รักษา และ สมานแผลในช่องปาก แผลร้อนใน กักปากตัวเอง หรือ ปากแตก
  • ช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องผูก เพราะ มีไฟเบอร์ ทำให้ถ่ายท้องได้ง่ายขึ้น ไม่แน่นท้อง
  • สรรพคุณช่วยบำรุง และ ฟื้นฟูความสมดุล ของกระเพาะอาหาร โดยสามารถยับยั้งการเจริญเติบโต ของ เชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องร่วง จุกเสียด เกิดแก๊สในกระเพาะและการดูดซึมอาหารบกพร่อง
  • สามารถแก้ อาการท้องเสีย ด้วยการใช้เปลือกมังคุด นำมาตากแห้ง แล้วต้มกับน้ำสะอาด แล้วจึงนำมาฝนกับน้ำปูนใส
  • สรรพคุณ แก้อาการท้องร่วงเรื้อรัง โดยเฉพาะอาการถ่าย ออกมาเป็นมูกเลือด สมารถใช้เปลือกสด หรือ เปลือกอบแห้ง นำมาฝนกับน้ำ ใช้รับประทาน หรือ จะใช้เปลือกแห้งนำมาต้มกับน้ำดื่มก็สามรถใช้ได้เช่นกัน
  • บำรุงระบบทางเดินปัสสาวะ ให้อยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีการถ่ายปัสสาวะขัด
  • ป้องกัน การเกิดโรคนิ่วในไต หรือ โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ป้องกันการเกิดไตวาย
  • ป้องกันอาการตับเสื่อม ช่วยให้ตับทำงานน้อยลง
  • รักษาอาการข้อเข่าอักเสบ อาการข้อบวม ปวดตาข้อ
  • เปลือกของมังคุด ใช้เป็นยา ทำให้บาดแผลหายเร็วขึ้น
  • เปลือก และ ผล มีสารสำคัญต่อต้าน และ ป้องกัน การติดเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ และ ไวรัสต่าง ๆ เช่น เชื้อวัณโรค ลดอาการอักเสบอันเนื่องมาจากการติดเชื้อ
  • ยับยั้งการเกิด และ รักษา โรคผิวหนัง ต่าง ๆ เช่น กลากเกลื้อน ผดผื่นคัน ต่าง ๆ โดย การใช้เปลือกมังคุดอบแห้ง ต้มน้ำอาบกับแช่ตัว หรือ ใช้น้ำต้มเปลือก นำมาทาบริเวณที่ติดเชื้อบนผิวหนัง
  • สามารถใช้รักษา อาการน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย โดย การใช้เปลือกแห้งนำมาฝน กับ น้ำปูนใส ใช้ทาให้แผลสมานเร็วขึ้น

ประโยชน์ของมังคุด

นอกจากการรับประทานเป็นผลไม้ คู่กับการรับประทานทุเรียนแล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปใช้ประโยชน์ต่างๆได้อีกมากมาย ได้แก่

  • ทำเป็นน้ำผลไม้ เช่น น้ำมังคุดสด และ น้ำเปลือกมังคุด
  • นำมาทำเป็นยาอายุวัฒนะ เพราะ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยในการชะลอวัย และ การเกิดริ้วรอย
  • นำมาทำครีมบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่งสดใส แข็งแรง ป้องกันการเกิดสิวได้ดี
  • นำมาทำยาบำรุง เสริมสร้างระบบภูมิต้านทาน ป้องกันโรค ให้แข็งแรงขึ้น
  • ดับกลิ่นปาก ลดอาการปากเหม็น ใช้ลดกลิ่นปากได้ดี
  • มีสารช่วยป้องกันเชื้อรา สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักได้
  • เป็นส่วนประกอบของอาหาร สามารถทำได้ ทั้งอาหารคาว และ อาหารหวาน เช่น แกง ยำ มังคุดลอยแก้ว ซอสมังคุด
  • สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานได้ต่าง ๆ อย่าง มังคุดกวน แยมมังคุด มังคุดแช่อิ่ม ทอฟฟี่มังคุด
  • มีสารจีเอ็ม-1 ซึ่งใช้ในเครื่องสำอาง สำหรับผู้มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรังจากสิว และ อาการแพ้สารเคมีต่าง
  • นำมาแปรรูปเป็น สบู่เปลือกมังคุด ซึ่งช่วยดับกลิ่นเต่า กลิ่นอับ รักษาสิวฝ้า บรรเทาอาการของ โรคผิวหนัง

คุณค่าทางโภชนาการกระป๋องและสารสำคัญของมังคุด

มังคุด มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามินบี1 2 3 5 9 วิตามินซี Ca Fe Mg Mn P K Na Zn การรับประทาน มังคุด 100 กรัม จะให้พลังงาน 73 กิโลแคลอรี นอกจากนั้นยังมี มีสารแซนโทน ( Xanthone ) ในปริมาณมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ช่วยลดการอักเสบ ลดความดันโลหิต ช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งและอาการแพ้ต่าง ๆ และ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัยได้ดี

ข้อควรระวังการบริโภคมังคุด

มังคุด มี สารแทนนิน ( Tannin ) ที่อยู่ในเปลือกของมังคุด หากบริโภคมากเกินไป และ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดเป็นพิษ โดยตรงต่อ ตับ ไต อาจจะเกิดมะเร็งในร่องแก้มบนใบหน้า ในทางเดินอาหารส่วนบน และ ยังมีฤทธิ์ ลดจำนวนของเม็ดเลือดขาวทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดต่ำลง จากปกติ ดังนั้น ควรเลือกรับประทานผลไม้ให้หลากหลาย ไม่ซ้ำกันนานๆ และ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็จะดีต่อสุขภาพ