ขมิ้น คือ สมุนไพร ที่มีสรรพคุณ มากมาย เช่น บำรุงร่างกาย บำรุงระบบภูมิต้านทานร่างกาย บำรุงระบบเลือด บำรุงระบบทางเดินอาหาร แก้โรคผิวหนัง รักษาบาดแผลให้หายเร็ว ลดการอักเสบของบาดแผล ดีท็อกทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร รักษาขมิ้น ขมิ้นชัน ต้นขมิ้น เหง้าขมิ้นอาการตกขาว ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แสบร้อนท้อง ท้องอืดท้องเฝ้อ บำรุงสมอง ช่วยระบบความจำ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ โรคมะเร็งลำไส้ บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ ของ ขมิ้น มาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของขมิ้น

คือ Curcuma longa L. จัดอยู่ในวงศ์ขิง ( ZINGIBERACEAE ) มีอีกชื่อ คือ ขมิ้นชัน ชื่อสามัญ คือ Turmeric มีชื่ออื่น ๆ อีก เช่น ขมิ้นชัน ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว ขี้มิ้น หมิ้น มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค จัดเป็น สมุนไพร พืชล้มลุก  ที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อภายในเหง้า จะมีสีเหลืองเข้มจนถึงสีแสดจัด ขึ้นอยู่ความอ่อนแก่ มีกลิ่นหอมที่มีความเฉพาะตัว นิยมใช้ตกแต่งสีอาหาร เพิ่มกลิ่นหอม เช่น แกงไตปลา แกงกะหรี่

สารอาหารของขมิ้น

นอกจาก ขมิ้น จะเป็นสมุนไพร มีสรรพคุณ มากมายแล้ว ยังมีสารอาหาร ที่เป็น ธาตุอาหารจำเป็น ธาตุอาหารเสริม และ วิตามินอื่นๆอีกมกมาย ได้แก่ วิตามินA วิตามินB 1 วิตามินB 2 วิตามินB 3 วิตามินC วิตามินE ธาตุอาหารอื่น เช่น Ca P Fe และยังมี  คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ที่เป็นแหล่งพลังงาน เสริมสร้างร่างกายอีกด้วย

การนำขมิ้นมาใช้

เมื่อขมิ้นเริ่มแตกหน่อ ยังไม่ควรเก็บเกี่ยวมาใช้ เพราะ ยังมีตัวยาสารสำคัญอยู่น้อย การนำเหง้ามาใช้ ควรมีอายุอย่างน้อย 9-12 เดือน ไม่เก็บไว้ใช้นาน และไม่ให้ถูกแสงแดดนานเกินไป เพราะ น้ำมันหอมระเหย ของขมิ้น จะระเหยหมดไปเสียก่อน ก่อนรับประทานควรล้างให้สะอาดก่อน โดยต้องปอกเปลือก หั่นเป็นแว่นชิ้นความหนาบาง ๆ ตากแดดประมาณ 2 แดด นำมาบดให้ละเอียด หรือ ตำก็ได้ ผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นเม็ดเล็ก ๆ สามารถเก็บไว้รับประทานได้ วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 เม็ด หลังจากรับประทานอาหาร และ ก่อนนอน หรือ เติมน้ำแล้วคั้นเอาแต่น้ำ มารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง กษาอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย นำเหง้าขมิ้นมาฝนผสมกับน้ำต้มสุก แล้วทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 ครั้ง ก็จะบรรเทาอาการต่างๆได้ดี

สรรพคุณของขมิ้น

  • เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะ ขมิ้น มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย และ ชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้หน้าดูเด็กลง
  • เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ทำให้มีภูมิป้องกัน ไม่ให้เจ็บป่วย ติดเชื้อได้ง่าย
  • ป้องกันให้ผิวหนัง มีสุขภาพดีแข็งแรง ไม่เกิดอาการระคายเคืองง่าย
  • มีผลวิจัยการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก และ มะเร็งอื่นๆ
  • สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ โดยการบริโภคเป็นประจำ
  • ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ล้างพิษ ลดการเกิดพิษในร่างกาย
  • ลดอาการของโรคเบาหวาน เช่น น้ำตาลในเลือดลดลง ลดการเกิดต้อที่ตา ลดการเกิดแผลเบาหวาน
  • สามรถใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง ทำให้ความดันโลหิตลดลง
  • บรรเทาอาการของโรคเกาต์ ทำให้ระดับกรดยูริคในเลือดลดลง ลดอาการปวดบวมตามข้อ
  • เพิ่มน้ำนมมารดาหลังคลอดบุตร ทำให้มีน้ำนมมากขึ้น
  • สามารถใช้รักษาระบบทางเดินหายใจ ที่มีอาการผิดปกติ เช่น หายใจขัด ขายใจไม่เต็มปอด ให้หายดีได้
  • ช่วยบำรุงระบบสมอง ป้องกันการเกิดโรคความจำเสื่อม ทำให้เกิดการเชื่อมโยงของระบบประสาท ได้ดีขึ้น
  • สรรพคุณรักษาโรครูมาตอยด์ ลดอาการบวม อาการปวดได้ดี
  • ลดการอักเสบ บวมแดง ของร่างกาย ตามจุดต่างๆ ได้ดี
  • แก้อาการปวดหัว เวียนหัว อาการวิงเวียนศีรษะ ให้หายดี
  • นิยมใช้รักษาอาการแพ้ และ อาการไข้หวัด อาการน้ำมูกไหล แพ้อากาศ
  • ใช้ลดอาการไอ อาการเคืองในลำคอ อาการลำคออักเสบ
  • สามารถใช้รักษาอาการภูมิแพ้ อาการแพ้อากาศ หายใจติดขัด น้ำมูกไหลอุดตันทางเดินหายใจ
  • ป้องกันการแข็งตัว หลอดเลือด จากการอุดตัน การเกาะของไขมันในเส้นเลือด
  • นิยมใช้รักษาแผลที่ปาก แผลร้อนใน แผลกัดปากตัวเอง
  • ใช้บำรุงปอด ให้มีสุขภาพดี และ สุขภาพแข็งแรง มากยิ่งขึ้น ทำให้การทำงานของปอดเป็นปกติมากขึ้น
  • บรรเทาอาการปวดท้อง โดยใช้ น้ำมันหอมระเหยของขมิ้น
  • ช่วยรักษาอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ อาการอุจจาระร่วง รับประทานเป็นแคปซูล 3 เวลา หรือ ทำเองโดยใช้ผงขมิ้นผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลม
  • รักษาอาการจุดเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • สามารถใช้รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคแผลในลำไส้ ช่วยเรื่องการขับถ่ายให้เป็นปกติ
  • ลดการบีบตัวของลำไส้ ลดอาการเสียดท้อง อาการปวดท้อง
  • รักษาอาการลำไส้ใหญ่บวม อาการอุจจาระไม่ออก อาการท้องอืด
  • ในผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร ขมิ้นสามารถบรรเทาอาการนี้ได้ดี
  • ช่วยขับลม ในระบบลำไส้ ในกรณีที่มีแก๊ซในกระเพาะเยอะ
  • ลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี การเกิดตะกอนแคลเซียมในระบบทางเดินอาหาร ช่วยขับน้ำดี ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
  • ในกรณี เกิดแผลในระบบทางเดินอาหาร ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และ ทำความสะอาดลำไส้ ให้ทำงานเป็นปกติ
  • บำรุงตับให้แข็งแรงขึ้น ป้องกันการเกิดตับอักเสบ และตับอ่อนอักเสบ และป้องกันตับจากฤทธิ์ของยาพาราเซตามอล
  • บำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดกรดไหลย้อน
  • ป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร ทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ
  • แก้อาการตกเลือด
  • แก้อาการตกขาว
  • รักษาอาการไขข้ออักเสบ รักษาอาการปวดหรืออักเสบ
  • ช่วยแก้อาการน้ำเหลืองเสีย
  • แก้ผื่นคันตามร่างกาย รักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคัน
  • รักษากลาก เกลื้อน ด้วยการใช้ผงขมิ้นผสมกับน้ำ นำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนทุกวัน
  • บรรเทาโรคผิวหนังพุพอง ตุ่มหนองให้หายเร็วยิ่งขึ้น
  • ใช้รักษาแผลจากแมลงสัตว์กัดต่อย นำขมิ้นมาล้างน้ำ แล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาเฉพาะน้ำมาทาบริเวณที่โดยต่อย จะทำให้การหายเร็วขึ้น
  • ป้องกันการเกิดเชื้อรา หรือ ยีสต์ ที่เกิดขึ้นตามผิวหนัง เพราะ ใน ขมิ้น มีสารที่มีฤทธิ์ยังยั้ง
  • มีสารสำคัญ ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคบิด ในระบบทางเดินอาหาร การบริโภคขมิ้นเป็นประจำ จะทำให้ระบบทางเดินอาหารแข็งแรง ไม่เกิดอาการท้องร่วงได้ง่าย
  • มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
  • มีฤทธิ์ต้านสารก่อมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคต่างๆที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย
  • สรรพคุณสมานแผล ให้หายเร็วยิ่งขึ้น นำผงขมิ้นมาผสมกับน้ำแล้วทาลงบนบาดแผล และช่วยให้บาดแผลไม่ให้ติดเชื้อ
  • สามารถป้องกันการงอกของขน ใช้ทาบริเวณที่ไม่ต้องการให้ขนขึ้น
  • ใช้ขทิ้นขัดผิว จะทำให้ ผิวพรรณนุ่มนวล ขาวผ่องใส เต่งตึง รักษาสิวเสี้ยน สิวผด สิวอุดตัน

ข้อระวังการใช้ขมิ้น 

ถึงแม้ว่า ขมิ้น จะมีสรรพคุณต่างๆ มากมาย แต่การบริโภค ขมิ้น จะต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรรับประทานไปเรื่อย ๆ เพราะหากร่างกายได้รับสารในขมิ้นมากเกินความจำเป็น อาจจะกลายเป็นพิษเสียเอง ข้อระวังได้แก่

  • เมื่อเกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว หรือ นอนไม่หลับ เมื่อรับประทานขมิ้น ให้หยุดการรับประทานทันที
  • การรับประทานขมิ้น เพื่อบรรเทาอาการใดๆ เมื่ออาการหายดีแล้ว ให้เลิกรับประทาน ไม่ควรรับประทานต่อเนื่อง
  • เมื่อรับประทานขมิ้น ร่วมกับยาชนิดอื่น ควรสังเกตอาการของตัวคุณเอง ว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ ให้หยุดยาขมิ้น เพราะ อาจจะเกิดการลดทอนฤทธิ์ยาซึ่งกันและกันขนเป็นพิษได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ตังกุย สมุนไพร บำรุงมดลูก สรรพคุณบำรุงเลือด... ตังกุย คือ สมุนไพร สำคัญในตำรับสมุนไพรจีนโบราณ มีสรรพคุณบำรุงร่างกายมากมาย บำรุงกำลังวังชา บำรุงเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ บรรเทาอาการปวดเมื้อยร่างกาย ลดอาการปวดประจำเดือน แก้อาการไข้ อา...
บัวบก สมุนไพร แก้ช้ำใน ขับร้อน บำรุงร่างกาย... บัวบก คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณของบัวบก มากมาย ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ช้ำในตามที่ทราบกันดี แต่ยังมีสรรพคุณอื่นๆอีกมากมาย เช่น รักษาโรคต่างๆ เช่น โรคชัก โรคผิวหนังต่างๆ รักษา อาการผิดปกต...
มะระ สมุนไพร สรรพคุณ ต้านมะเร็ง รักษาเบาหวาน... มะระ ( Bitter melon ) คือ สมุนไพร สรรพคุณของมะระ รักษาโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความอ้วน บำรุงระบบเลือด ปกป้องเซลล์จากโรคมะเร็ง ป้องกันโรคมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ( เบตา...

อะโวคาโด คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ บำรุงระบบเลือด ลดไขมันเลว ( LDL ) บำรุงสุขภาพ มีสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงระบบภูมิต้านทาน บำรุงระบบประสาท บำรุงผิวพรรณ มีสารป้องกันการเกิดมะเร็ง รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันการเกิดโรคปากนกอะโวคาโด Avocado ลุกเนย อโวคาโด้ กระจอก มีโปรตีน วิตามิน มีเนื้อมัน สามารถใช้แทนเนยได้ นิยมใช้ลดน้ำหนัก ไม่มีรสหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ ของ อะโวคาโด มาให้ทราบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ของอะโวคาโด

คือ Persea americana Mill จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับอบเชย ( LAURACEAE ) ชื่อสามัญ ได้แก่ Avocado ภาษาไทย เขียนได้หลายแบบ เช่น อะโวคาโด อาโวคาโด อาโวกาโด อโวคาโด้ ภาษาถิ่น มีการเรียกว่า ลูกเนย มีถิ่นกำเนิดใน เม็กซิโก นำเข้ามาปลูกในไทย ครั้งแรก ที่จังหวัดน่าน และ แพร่หลายในทุกภาคของประเทศไทยในปัจจุบัน   

วิธีปลูกอะโวคาโด

นิยมใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ขั้นแรกคือ แกะเมล็ดโดยอย่าใช้ของมีคม เพราะ จะทำให้เมล็ดเสียหาย อาจจะไม่งอกได้ นำเมล็ดมาล้างด้วยน้ำอุ่น จนเหลือแต่เมล็ด นำกระชำระพรมน้ำให้ชุ่ม ใส่ถุงพลาสติก โดยไม่ต้องปิดปากถุง วางเมล็ดลงคอยสังเกตุอย่าให้กระดาษแห้ง จนรากงอกออกมา ประมาณ 3 นิ้ว ย้ายลงกระถางปลูก ให้กลบดินครึ่งลูก ให้เมล็ดโพล่พ้นดินครึ่งหนึ่ง รดน้ำให้ชุ่ม ครบ 3 เดือนให้ย้ายกระถางที่ใหญ่ขึ้น

สรรพคุณของอะโวคาโด

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย
  • มีสรรพคุณบำรุงพิวพรรณ ลดริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้หน้าสดใส
  • บำรุงระบบการมองเห็นและรักษาสายตาโดย ชะลอการเสื่อมของกระจกตา
  • สามารถใช้ อะโวคาโด ในการลดน้ำหนัก ลดไขมันเลว ( LDL ) ลดความเสี่ยงไขมันอุดตันเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
  • ลดโอกาสเสี่ยงการเกิด โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และ โรคหัวใจวาย เพราะ มีไขมันดี ( HDL )
  • มีสารต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม และ มะเร็งปากมดลูก
  • ป้องกันการเกิดโรคหวัด หรือ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เพราะ มีวิตามินซีสูง
  • ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ป้องกันการเกิดโรคปากนกกระจอก โดยเฉพาะในเด็ก ที่ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรง
  • มีเส้นใยสูง ทำให้บำรุงระบบขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายได้ง่าย ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้
  • มีสารเร่งการดูดซึม สารสำคัญต่อร่างกาย เช่น ไลโคปีน เบตาแคโรทีน หรือ ลูทีน ในผักผลไม้ต่าง ให้เข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น
  • ป้องกัน ลดความถี่ ลดคามเสี่ยง ของการเกิดโรคเหน็บชา ได้ดี
  • รับประทานเป็นอาหารเสริมได้ดี แคลอรีสูงแต่ก็อุดมไปด้วย DHA และไขมันดี (HDL) ในปริมาณที่สูง
  • มีโฟเลตสูง เหมาะสำหรับ หญิงตั้งครรภ์ สร้างความแข็งแรงให้กับบุตรในครรภ์
  • เมื่อสกัดน้ำมันจาก อะโวคาโด นิยม นำมาเป็นส่วนประกอบของครีม บำรุงผิว เพราะ สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีกว่าน้ำมันชนิดอื่น
  • รักษาโรคร่วง หรือ โรคศีรษะล้าน นำผลมานวดหัว หรือ ผสม กับครีมนวด ยาสระผม เร่งการงอกของเส้นผมได้ดี
  • สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ และ บำรุงเส้นผมได้ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีผิวแห้ง หนังศีรษะแห้ง ช่วยให้มีผิวพรรณที่ชุ่มชื้นขึ้น

ประโยชน์ของอะโวคาโด

  • รับประทานเป็นผลไม้สด ทำให้อิ่มท้อง ใช้เป็นอาหารลดน้ำหนักได้ดี
  • สกัดน้ำมัน เพื่อนำบริโภคได้
  • นำมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว สร้างความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี
  • นำมาเป็นส่วนผสมของแชมพูบำรุงเส้นผม ทำให้ผมดกดำ ไม่แห้ง

ข้อระวังการรับประทานอะโวคาโด

เนื่องจาก อะโวคาโด เป็นผลไม้ซึ่งมี สารแทนนินในปริมาณมาก ซึ่งสารนี้สร้างรสขมให้กับ อะโวคาโด แต่ในบางคนที่มีการแพ้สารนี้ หากรับประทานมากเกินไปจะมีอาการ ปวดศีรษะ ปวดท้อง อาเจียน ผื่นคัน ลมพิษ หากรุนแรงอาจจะเสียชีวิตได้ ผู้ที่จะบริโภคควรทราบว่าตนเองแพ้หรือไม่ โดยการเริ่มรับประทานในปริมาณน้อยๆก่อน

สารอาหารในอะโวคาโด

การรับประทาน อะโวคาโด 100 กรัม จะได้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี โดยพลังงานมาจาก คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล ไขมันค่อนข้างสูงถึง 16 เปอร์เซนต์ มีโปรตีน น้ำ เบตาแคโรทีน ลูทีนและซีแซนทีน วิตามินB 1, 2, 3, 5, 6 และ 9 วิตามินC วิตามินE วิตามินK ธาตุอาหารได้แก่ Ca Fe Mg Mn P K Na และ Zn

สูตรมาร์กหน้าอะโวคาโด

ควรทำการมาร์กหน้า ทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลควรทำต่อเนื่อง สูจรนี้เป็นสูตรกลาง สำหรับผิวทุกสภาพ สามารถเติมส่วนผสมเพิ่มเติมตามชอบใจได้

  • ผลอะโวคาโดสุก ประมาณ 2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไข่แดง 1 ฟอง
  • นำส่วนผสมทั้งหมดปั่นให้ละเอียด
  • ล้างหน้าให้สะอาดก่อนมาร์ก และเช็ดให้แห้ง
  • ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ จะทำให้หน้าตึง ชุ่มชื้น ดูอ่อนกว่าวัย

วิธีทำเครื่องดื่มอะโวคาโด

เครื่องดื่มอะโวคาโด ใช้ดื่มตอนเช้า บำรุงร่างกาย หรือ ใช้ดื่มดับกระหายได้ตามต้องการ มีประโยชน์ต่อร่างกาย

  • หั่นอะโวคาโดเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 กำมือ
  • หั่นมะเขือเทศล้างสะอาดเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ผล
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำแข็ง 2 ถ้วย
  • เกลือป่นนิดหน่อยประมาณ 1/4 ช้อนชา
  • ใส่อะโวคาโด และ มะเขือเทศ หั่นที่เตรียมไว้ ลงเครื่องปั่น
  • ใส่น้ำเปล่า และ น้ำแข็ง เติมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ปั่นจนละเอียด
  • เติมเกลือเล็กน้อย และปั่นนิดหน่อย เพื่อให้เข้ากัน
  • ใช้ดื่มดับกระหาย ดื่มเป็นประจำบำรุงร่างกาย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มะระ สมุนไพร สรรพคุณ ต้านมะเร็ง รักษาเบาหวาน... มะระ ( Bitter melon ) คือ สมุนไพร สรรพคุณของมะระ รักษาโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความอ้วน บำรุงระบบเลือด ปกป้องเซลล์จากโรคมะเร็ง ป้องกันโรคมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ( เบตา...
ม้ากระทืบโรง สมุนไพร สรรพคุณบำรุงสมรรถภาพ ตำรับยาโบราณ... ม้ากระทืบโรง คือ สมุนไพร ชนิดไม้เลื้อย พบได้ตามป่าดิบแล้งโดยจะเลื้อยตามต้นไม้ใหญ่ นิยมนำมาใช้ในสูตรยาสมุนไพรโบราณ สรรพคุณของม้ากระทืบโรง บำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต แก้ปวดเมื้อยตามร่าง...
จันทน์เทศ สรรพคุณ บำรุงร่างกาย ประโยชน์และสรรพคุณของจัน... จันทน์เทศ คือ สมุนไพร มีสรรพคุณ ขับพิษต่างๆ แก้อาการท้องเสีย รักษาโรคบิด ตามตำราการแพทย์แผนจีน มีสรรพคุณบำรุงไต ระงับอาการท้องร่วงเรื้อรังได้ดี เพื่อประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหาร ลดอ...