ผักกระเฉด คือ สมุนไพร ประเภทพืชน้ำ ที่มีสรรพคุณ บำรุงระบบต่างๆของร่างกายมากมาย ได้แก่ บำรุงระบบการมองเห็น ระบบขับพิษของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ระบบกระดูกและฟัน ระบบสืบพันธุ์ ระบบเลือดและการผลิตเม็ดเลือด บำรุงระบบขับถ่าย ผักกระเฉด ผักเฉด ผักกระเฉดน้ำ สรรพคุณผักกระเฉดบรรเทาอาการไข้ ปวดเมื้อย อาการปวดศีรษะ ป้องกันโรคท้องผูก ท้องอืดได้ดี ผักกระเฉดยังมีวิตามินและแร่ธาตุสูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณและประโยชน์ของผักกระเฉดมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของผักกระเฉด คือ Neptunia oleracea Lour.

ผักกระเฉด จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับถั่ว ( FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE ) มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษ คือ Water mimosa ชื่อท้องถิ่นภาษาไทยอื่นๆ ได้แก่ ผักรู้นอน หรือ ผักกระเฉด( ภาษาถิ่นใช้มากในภาคกลาง ) ผักกระเสดน้ำ ( ภาษาอีสาน ใช้มากในจังหวัดยโสธร, จังหวัดอุดรธานี และภาคอีสาน ), ผักหนอง ( ภาษาถิ่นใช้มากในภาคเหนือ ), ผักหละหนอง ( ภาษาถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ) ผักฉีด ( ภาษาถิ่นของภาคใต้ )  ผักกระเฉดจัดเป็น พืชที่เกิดตามผิวน้ำ ลำต้นเป็นปล้อง ใบคล้ายใบต้นกระถิน โดยในเวลากลางคืน ใบจะสามารถหุบได้ มีลำต้นลอยน้ำสีขาว เรียกว่านมผัก ผยุงให้ลอยน้ำได้ มีรากงอกออกมา เรียกหนวด มีดอกขนาดเล็กสีเลือง มีผักภายในมีเมล็ด ประมาณ 10 เมล็ด

ข้อควรระวังการรับประทานผักกระเฉด 

ผักกระเฉด พบได้ตามแหล่งน้ำต่างๆ ทำให้อาจจะมีการเข้าไปปะปนของพยาธิ สัตว์น้ำต่างๆ เช่น ปลิงน้ำ ซึ่งไข่สามารถทนความร้อนได้มาก แม้จะทำให้สุกก่อนรับประทาน ดังนั้น ควรล้างให้สะอาด และต้มให้สุกด้วยความร้อนก่อนรับประทาน นอกจากนั้น ในแหล่งน้ำใกล้เขตการเกษตร อาจจะมีสารเคมีการเกษตรปะปนได้ การรับประทานควรแน่ใจเรื่องความสะอาด และความร้อนที่พอเพียงในการประกอบอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทยำที่นิยมใส่ผักกระเฉด แต่การประกอบอาหารแค่ลวดพอสุกเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอต่อสุขอนามัย

สรรพคุณของผักกระเฉด 

ผักกระเฉดมีคุณค่าทางอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ธาตุแคลเซียม (Ca) สูงมาก นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย เส้นใย (Fiber) ธาตุเหล็ก (Fe) ธาตุฟอสฟอรัส (P) วิตามินเอ เบตาแคโรทีน วิตามินบี 3 วิตามินซี นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณอื่นอีกมากมาย ได้แก่

  • สรรพคุณบำรุงร่างกาย และช่วยขับสารพิษที่ตับได้ดี
  • รักษาอาการปวดศีรษะ วินเวียนศีรษะ
  • ผักกระเฉดมีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยดับพิษร้อนได้ เช่น อาการไข้สูง หรือ ตัวร้อน บรรเทาอาการได้เป็นอย่างดี
  • สรรพคุณช่วยแก้พิษไข้ เมื่อรับประทานผักกระเฉดจะช่วยลดพิษได้ดี
  • บรรเทาอาการปวดตามอวัยวะต่างๆ เช่น อาการปวดฟัน อาการปวดเมื้อยตามตัว อาการปวดหลัง
  • ช่วยขับเสมหะ ลดอาการได ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • ลดลมในกระเพาะ ลดอาการท้องอืด ท้องเฝ้อ
  • รักษาโรคกามโรค อาการคันในร่มผ้า
  • ลดอาการปวดแสบปวดร้อน จากแมลงสัตว์กัดต่อย
  • ใช้ถอนพิษเมื่อได้รับสารพิษ หรือเมื่อเกิดอาการเมาเมื่อได้รับสารพิษ
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ระบบการมองเห็นเนื่องจากผักกระเฉดมีวิตามินเอสูง
  • บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะในผักกระเฉดมีแคลเซียมสูง
  • ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงให้เป็นปกติ และช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ดี เนื่องจากมีธาตุเหล็กสูง
  • สามารถช่วยป้องกันโรคท้องผูกได้ดี เนื่องจากมีไฟเบอร์หรือกากใยสูง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคตับอักเสบเสริมสร้างภูมิต้านทาน
  • ปรับสมดุลร่างกายให้ปกติ ลดธาตุไฟลดความร้อนในร่างกาย

ประโยชน์ของผักกระเฉด

ผักกระเฉด มีรสชาติอร่อย นิยมใช้ในการประกอบอาหารโดยเฉพาะประเภทยำ เนื่องจากเป็นการเพิ่มสีสรร สร้างเนื้อสัมผัสกรอบ กลิ่นหอม เมนูที่นิยม ได้แก่ ผักกระเฉดทอดไข่สามรส ยำวุ้นเส้นผักกระเฉด  ผักกระเฉดผัดน้ำมันหอย  แกงส้มผักกระเฉดปลาช่อนทอด เส้นหมี่ผัดกระเฉดกุ้ง  ผัดหมี่กระเฉดผัดผักกระเฉดไฟแดง เป็นต้น

เคล็ดลับความอร่อยของผักกระเฉด

การใช้ผักกระเฉดประกอบอาหาร มีเคล็ดลับ คือ เลือกซื้อผักกระเฉดที่มียอดอ่อน เนื่องจากหากแก่มากไปจะเหนียวและเหม็ยเขียวได้ ยอดอ่อนจะมีความกรอบและอร่อยมากกว่าผักกระเฉดแก่มาก นิยมนำมาต้มก่อนนำไปประกอบอาหาร โดยควรใส่เกลือลงไปในน้ำเล็กน้อย ไม่ควรลวกนานเกินไป เพราะจะทำให้ผักกระเฉดเหนียวไม่อร่อย เมื่อลวกแล้วใส่ลงไปในน้ำเย็นทันที อาจจะใช้น้ำแข็งช่วยโปะ ทำให้ผักกระเฉดกรอบ นุ่มคงรสชาติอร่อยได้ดี

เห็ดเข็มทอง คือ สมุนไพร ประเภทเห็ด ที่มีสรรพคุณมากมาย ได้แก่ บำรุงร่างกาย มีโปรตีนช่วยเสริมสร้างส่วนสึกหรอของร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง บำรุงระบบเลือด ปรับสมดุลเลือด บำรุงตับ ช่วยให้การขับของเสียออกจากร่างกายเป็นปกติ บำรุงระบบย่อยเห็ดเข็มทอง เห็ดเข็มเงิน สมุนไพรเห็ดเข็มทอง ยาเห็ดเข็มทอง อาหาร ช่วยให้การย่อยอาหารเป็นปกติ ลดอาการท้ออืดท้องเฝ้อ ช่วยลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ลดโอกาสเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดเข็มทองมาให้ทราบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ของเห็ดเข็มทอง คือ Flammulina velutipes Sing.

เห็ดเข็มทองเจริญเติบโตได้ดีในที่อากาศหนาวเย็น จึงมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Winter mushroom หรือ เห็ดเหมันต์  นอกจากนั้นยังมีชื่อสามัญอื่นๆ เช่น Golden needle mushroom, The Golden Mushroom, Velvet stem collybia, Enoki, Enokitake หรือ Velvet agaric โดยในอดีตนิยมรับประทานกันมาหลายร้อยปีในประเทศ ญี่ปุ่น จีน ต่อมาแพร่หลายในหลายประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย

ลักษณะของเห็ดเข็มทอง

ดอกของเห็ดเข็มทองจะมีลักษณะเป็นกลุ่ม ขึ้นหลายดอกคล้ายช่อ หมวกดอกโค้งนูนลง สีเหลืองออกทอง ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-5 เซนติเมตร ก้านของดอกจะมีสีเหลือง โคนก้านจะมีสีน้ำตาลออกเข้มดำ ก้านยาว 3-12 เซนติเมตร พิมพ์สปอร์ (Spore print) หรือ ละออกสปอร์จะมี สีขาว สปอร์รูปทรงไข่ปลายมนมีสีขาว ขนาด 5-8 คูณ 3-4 ไมโครเมตร ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นสีขาว เจริญเติบโตดี ออกดอกง่าย ผลผลิตสูง มีอายุการตลาดอยู่ได้นาน ที่นิยมรับประทานกันในปัจจุบัน

การเพาะเห็ดเข็มทอง 

การเพาะเห็ดเข็มทอง นิยมใช้ใช้ขี้เลี่อย น้ำหนักประมาณ 600 กรัมต่อถุง ใช้เวลาประมาณ 45 วัน จะได้ดอกเห็ดเต็มถุงเพาะ โดยต้องควบคุมอุณหภูมิที่ 23±3 องศาเซลเซียส สำหรับหัวเชื้อเห็ดเข็มทอง เตรียมโดยการเลี้ยงเส้นใยเจริญบนอาหาร พี ดี เอ ให้เส้นใยมีสีขาวจนเต็มจานแก้วเลี้ยงเชื้อ ประมาณ 10 วัน ที่อุณหภูมิ 23±3 องศาเซลเซียส จากนั้นนำเส้นใยมาบ่มให้เจริญเต็มเมล็ดข้าวฟ่าง ที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ประมาณ 100 กรัม ในเวลาประมาณ 12 วัน ที่อุณหภูมิ 23±3 องศาเซลเซียส แล้วจึงนำเมล็ดข้าวฝ่างไปเพาะเลี้ยงในถุงเพาะต่อไป

สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง

นอกจากจะนิยมรับประทานเห็ดเข็มทองเป็นอาหารแล้ว การรับประทานเห็ดเข็มทองเป็นประจำจะมีสรรพคุณบำรุงระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่

  • จากงานวิจัยพบว่า ในเห็ดเข็มทองมีสารสำคัญมีฤทธิ์ในการป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง ในอวัยวะต่างๆได้ดี
  • มีธาตุเหล็กอยู่มาก จึงช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เกิดความสมดุลภายในร่างกาย โดยเฉพาะระบบเลือดต่างๆ การสร้างเม็ดเลือดแดง
  • บำรุงระบบขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยช่วยให้ระบบการทำงานของตับสามารถทำงานได้เป็นปกติดี ลดโอากาสการเกิดโรคตับแข็ง โรคตับโต โรคไขมันพอกตับ
  • ในเห็ดเข็มทองมีไฟเบอร์สูง ดังนั้นเมื่อรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันและรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้
  • บำรุงระบบน้ำย่อย ช่วยขับน้ำดี ทำให้กระเพาะสามารถย่อยอาหารได้ดีขึ้น และไม่เป็นกระเพาะอักเสบ ลดการเกิดอาการท้องอืดท้องเฝ้อได้ดี
  • ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห่างไกลจากโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่ายอย่างริดสีดวงทวาร เป็นต้น
  • ช่วยขับสารพิษออกจากลำไส้ ทำให้ลำไส้สะอาด
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันที่สะสมอยู่ในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด โรคอัมพฤกษ์อัมพาต
  • ช่วยลดความอ้วนได้ดี เหมาะสำหรับทำอาหารควบคุมน้ำหนัก สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน

ประโยชน์ของเห็ดเข็มทอง

มีการนำเห็ดเข็มทอง มาประกอบอาหาร และมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อมาใช้ประโยชน์มากมาย ได้แก่

  • นำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารเมนูต่างๆ เช่น ยำรวมมิตรเห็ดเข็มทอง ต้มยำทะเลเห็ดเข็มทอง ราดหน้าหมี่กรอบเห็ดเข็มทอง สุกี้เห็ดเข็มทอง กุ้งอบวุ้นเส้นเห็ดเข็มทอง แกงจืดเห็ดเข็มทอง โกยซีหมี่เห็ดเข็มทอง เป็นต้น
  • นำมาทำเป็นอาหารว่าง เช่น เห็ดเข็มทองอบเนย เห็ดเข็มทองทอดกรอบ เห็ดเข็มทองอบกรอบโรยผงปรุงรส เป็นต้น
  • นำมาทำเป็นยาลดความอ้วน บรรจุในรูปแคปซูล