เม็ดแมงลัก คือ สมุนไพร เป็นผลที่ได้จากต้นแมงลัก เป็นพืชล้มลุก อายุยาว ขนาดเล็ก ตระกูลเดียวกับ กะเพราและโหระพา นิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร หรือใส่เครื่องแกงต่าง ๆ เมล็ดก็นำมาใช้ทำเป็นขนม สรรพคุณของแมงลัก ได้แก่ ลดความอ้วน ทำให้อยู่ท้อง เม็ดแมงลัก ต้นแมงลัก สมุนไพรเม็ดแมงลัก น้ำเม็ดแมงลักบำรุงระบบเลือด บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต ป้องกันโรคเบาหวาน โรคNCDs บำรุงระบบขับถ่าย บำรุงระบบทางเดินอาหาร รักษาโรคผิวหนัง บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และประโยชน์ของเม็ดแมงลักมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของแมงลัก 

ทีชื่อพ้องกันหลายชื่อ ขึ้นอยู่กับถิ่นกำเนิดแต่ละสายพันธุ์ และผู้ค้นพบ ได้แก่ Ocimum × africanum Lour. หรือ Ocimum americanum var. pilosum (Willd.) A.J.Paton หรือ Ocimum basilicum var. anisatum Benth. หรือ Ocimum × citriodorum Vis. ในจัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับต้นกะเพรา ( LAMIACEAE หรือ LABIATAE ) ตระกูลพืชที่มีกลิ่นใบหอม ชื่อสามัญที่เรียกทั่วไป คือ Lemon basil, Hoary basil และ Hairy basil ชื่อท้องถิ่นภาษาไทย คือ ก้อมก้อข้าว (ภาษาถิ่นภาคเหนือ), มังลัก อีตู่ (ภาษาถิ่นภาคอีสาน) ในประเทศไทยมีสายพันธุ์เดียว คือ พันธุ์ศรแดง

ลักษณะพฤกษศาสตร์ของแมงลัก

แมงลัก เป็นพืชล้มลุก ในตระกูลเดียวกับ ต้นกะเพราและต้นโหระพา หากดูไม่ดีอาจจะแยกไม่ออก แต่มีข้อสังเกตุ คือ กลิ่นและสีใบจะอ่อนกว่า ลักษณะลำต้น เป็นต้นสูงประมาณ 30-80 ซม. มีกลิ่นหอมในทุกๆส่วนของต้น ลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยวคล้ายใบกระเพราะ มีการเรียงตัวกันเป็นเป็นคู่ ๆ ตรงข้ามกัน ลักษณะดอก มักจะออกดอกบริเวณปลายยอด แตกออกเป็นช่อหลายช่อย่อย ๆ  กลีบดอกสีขาวโดยจะมีผล ซึ่ง 1 ดอกมีผลประมาณ 4 ผล ลักษณะผล มีขนาดเล็ก เรียกว่าเม็ดแมงลักที่เรารู้จักกัน ซึ่งมีลักษณะกลมรีและมีสีดำ เมื่อโดนน้ำจะมีการพองตัว

สรรพคุณของเม็ดแมงลัก

นอกจาก ใบแมงลัก และเม็ดแมงลักจะสามารถนำมาประกอบอาหารได้มากมาย การบริโภคเป็นประจำก็จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย และมี สรรพคุณต่างๆ ได้แก่

  • สามารถลดน้ำหนักตัว ลดความอ้วน โดยทำให้อิ่มท้องได้นาน ไม่หิวบ่อย ทำให้ลดความอยากอาหารได้ดี เมื่อบริโภคเป็นประจำจะรับประทานข้าวลดลง ทำให้น้ำหนักตัวลงได้ โดยเม็ดแมงลักไม่ให้พลังงานใดๆ สามารถพองตัวได้ใหญ่ 45 เท่า ควรรับประทานก่อนอาหาร ในปริมาณที่พอเหมาะ ชงกับน้ำโดยใช้เม็ดแมงลัก 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำ 1 แก้ว เมื่อพองตัวแล้ว สามารถเติมนม น้ำผึ้ง น้ำเต้าหู้ ใช้ดื่มได้
  • ลดไขมันในเลือด โดยสามารถเปลี่ยนไขมันเลว (LDL) ให้เป็นไขมันดี (HDL) ได้  ทำให้ลดความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันอุดตันเส้นเลือดได้
  • สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน โรคหัวใจวายเฉียบพลัน โดนต้องรับประทานเป็นประจำ
  • ป้องกัน หรือ ช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะ ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ และยังช่วยดูดซับ้ำตาลให้ลดลง เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างมาก
  • มีวิตามินธาตุอาหารต่างๆ สามารถรับประทานทดแทนผักผลไม้ ในผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้ได้ดี
  • บำรุงระบบขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายเป็นปกติ
  • ทำความสะอาดระบบขับถ่าย ดูดซับของเสียในลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายเป็นเวลา ลดการเจริญของพยาธิในลำไส้
  • ลดอาการปวดศีรษะจากความเครียด ช่วยขับเหงื่อ ออกจากร่างกาย โดยการรับประทานใบแมงลัก
  • บำรุงระบบทางเดินอาหาร แก้อาการของโรคท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลมในลำไส้ โดยรับประทานใบแมงลักเป็นประจำ
  • เม็ดแมงลัก ทำให้ขับถ่ายตอนเช้าได้ดี มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ โดยรับประทานก่อนนอน
  • ใบแมงลัก มีฤทธิ์เป็นยา ช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ดี โดยเฉพาะบริเวณผิวหนัง สาเหตุของการกิดโรคกลากเกลื้อน ใช้ใบสดประมาณ 10 ใบ ล้างน้ำ ตำให้น้ำออกมา ทาบริเวณที่เป็น วันละ 1 ครั้งประมาณ 2 สัปดาห์ จะพบว่าอาการดีขึ้น

ประโยชน์ของแมงลัก 

  • นิยมใช้ใบมาใช้ประกอบอาหาร พวกเครื่องแกงต่าง ๆ เช่น แกงเลียง
  • เมล็ดนิยมนำมาใช้ทำเป็นขนม เครื่องต่างๆ ในขนมหวาน เช่น รวมมิตร ไอศครีม
  • เม็ดแมงลักสามารถนำมาผสมกับเครื่องดื่ม บำรุงร่างกายต่างๆ เช่น น้ำเต้าหู้ น้ำขิง น้ำใบเตย
  • ใช้เล่นช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะ ติดเส้นผม ล้างออกยาก สร้างความสนุกสนาน

คุณค่าทางอาหารของเม็ดแมงลัก 

การรับประทานเม็ดแมงลัก 100 กรัม ไม่ได้ให้พลังงานใดๆ แต่จะได้รับวิตามินต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอสูงมาก วิตามินบี1 วิตามินซี แร่ธาตุต่างๆ เช่น Ca P Fe และกากใยสูง

ข้อควรระวังการบริโภคเม็ดแมงลัก

ถึงแม้ว่าเม็ดแมงลักจะมีสรรพคุณและประโยชน์ต่างๆมากมาย แต่การรับประทานเม็ดแมงลักก็มีข้อควรระวังต่างๆ ได้แก่

  • ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะ จะพองตัวในกระเพาะ ทำให้แน่นท้องมากเกินไป ไม่สบายตัว ไม่ควรเกิน 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน
  • การเตรียมเม็ดแมงลักควรแช่น้ำรอจนการพองตัวเต็มที่ เพื่อไม่ให้ไปดูดน้ำในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ อาจจะเกิดภาวะขาดน้ำได้ หรือ เม็ดแมงลักเกิดการจับตัวกันเป็นก้อน และ อุดตันในลำไส้
  • ขณะอยู่ในช่วงของการรับประทานยาใดๆ ควรงดการกินเม็ดแมงลัก เพราะ จะไปแย่งการดูดซึมยาของร่างกาย ทำให้ได้ฤทธิ์ที่ไม่เต็มที่ หากต้องการรับประทานยา ควรรับประทานหลังจากรับประทานยาแล้ว อย่างน้อย 30 นาที รอจนร่างกายดูดซึมยาไปแล้ว
  • หากต้องการลดความอ้วนโดยการรับประทานเม็ดแมงลัก ควรเป็นมื้อเย็นแทนการรับประทานอาหาร ไม่ควรรับประทานทุกมื้อ เพราะ จะเกิดภาวะขาดสารอาหาร อันตรายต่อร่างกาย
  • เนื่องจากเม็ดแมงลักที่ขายตามท้องตลาดมีมากมาย ควรเลือกจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน ผ่านการฆ่าเชื้อตามหลักมาตรฐาน บ่อยครั้งที่พบว่า เม็ดแมงลักมีเชื้อราปะปน เมื่อทำมารับประทาน ทำให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ เช่น อาการท้องเดิน อาเจียน จากการรับสาร สารอะฟลาทอกซิน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนุมานประสานกาย สมุนไพร สรรพคุณ ขยายหลอดลม... หนุมานประสานกาย คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ รักษาโรคระบบทางเดินหายใจ รักษาโรคติดเชื้อ รักษาโรคระบบทางเดินอาหาร ขับพิษต่างๆ ห้ามเลือด ใส่แผลสด แก้ไอ รักษาโรคภูมิแพ้ รักษาวัณโรค แก้ร้อ...
แก้วมังกร สมุนไพร สรรพคูณลดความอ้วน บำรุงระบบขับถ่าย... แก้วมังกร คือ สมุนไพร ประเภท ผลไม้ ที่มีสรรพคุณมากมาย มีรสชาติอร่อย ราคาถูก หารับประทานง่าย มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีวิตามิน และ คุณค่าทางอาหาร สรรพคุณบำรุงระบบขับถ่าย บำรุงระบบเผาพล...
มะระ สมุนไพร สรรพคุณ ต้านมะเร็ง รักษาเบาหวาน... มะระ ( Bitter melon ) คือ สมุนไพร สรรพคุณของมะระ รักษาโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความอ้วน บำรุงระบบเลือด ปกป้องเซลล์จากโรคมะเร็ง ป้องกันโรคมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ( เบตา...

เท้ายายม่อม คือ สมุนไพร ประเภทหัว ที่มีสรรพคุณ บำรุงร่างกายหลายระบบ เช่น บำรุงระบบกล้ามเนื้อ ให้มีแรงมีกำลัง บำรุงระบบขับถ่าย บำรุงระบบทางเดินอาหาร บำรุงระบบประสาท ต้านเชื้อโรค ลดอาการไข้ แก้พิษ ขับพิษ แก้อาการแพ้ต่างๆ สรรพคุณสมานเท้ายายม่อม สมุนไพรเท้ายายม่อม แป้งเท้ายายม่อม ยาเท้ายายม่อมแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น กำจัดเชื้อราตามผิวหนัง ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ให้พลังงานในผู้ป่วยระยะฟื้นตัว ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ในผู้ป่วยที่เบื่ออาหาร บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และ ประโยชน์ของเท้ายายม่อมมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของเท้ายายม่อม

คือ Tacca leontopetaloides (L.) Kuntze อยู่ในวงศ์เดียวกับกลอย (DIOSCOREACEAE) ชื่อสามัญ คือ East Indian arrow root ชื่อท้องถิ่น ตามสถารที่ต่างๆ ได้แก่ บุกรอ (ชื่อท้องถิ่นจังหวัดตราด), สิงโตดำ (ชื่อท้องถิ่นกรุงเทพฯ), นางนวล (ชื่อท้องถิ่นจังหวัดตราดระยอง), ไม้เท้าฤาษี (ชื่อท้องถิ่นใช้มากในภาคกลาง), ท้าวยายม่อม, ว่านพญาหอกหลอก เม้ายายม่อม เป็น ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือการแยกหัว พบได้ทั่วเอเชีย แอฟริกา หมู่เกาะแปซิฟิก ไปจนถึงออสเตรเลีย ในประเทศไทยพบได้ทั่วไป แต่พบน้อยในภาคอีสาน

ลักษณะพฤกศาสตร์ของเท้ายายม่อม

ลำต้น อยู่เหนือดินมีความสูงได้ถึง 1.5 เมตร ถึง 2 เมตร  แต่ที่ใช้ประโยชน์ คือ ส่วนหัวที่อยู่ใต้ดิน เป็นลักษระต่างๆ ที่พบมาก ได้แก่ รูปกลม กลมแบน หรือรูปรี โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดประมาณ 0.5-4 นิ้ว ใบ มีลักษณะ เป็นใบขนาดใหญ่ และ เว้าลึก และ เป็นรูปลักษระคล้ายฝ่ามือ โดยที่ปลายแยกออกเป็นแฉก มี 3 แฉก ดอก เป็นช่อ ก้านดอก มีสีม่วงอมเขียว มีลาย ช่อดอกจะมี 1-2 ช่อ กลีบรวมจะเป็นสีเขียวอมเหลือง มีสีเขียวอมม่วงเข้ม ปลายกลีบมีความแหลม โคนกลีบมีเชื่อมติดกันลักษณะเป็นหลอด ผล เป็นผลสดมีเนื้อ รูปเกือบกลม หรือ รูปทรงรี ปลายมีความแหลมเรียว สีเขียว พบมากบริเวณที่ อยู่ใต้ร่มเงาในป่าดิบแล้งไม่มาก ป่าผลัดใบ ดินเป็นดินทราย และตามป่าชายหาด

สรรพคุณของเท้ายายม่อม

เท้ายายม่อมนอกจากจะมีประโยชน์ ใช้ทำเป็นอาหาร ขนม ต่างๆแล้ว ยังมีสรรพคุณ บำรุงร่างกายหลากหลายระบบ ได้แก่

  • บำรุงร่างกาย ทำให้มีเรี่ยวแรง เหมาะสำหรับ ผู้พักฟื้นอาการป่วย โดยนิยมนำเหง้ามาต้มกับน้ำดื่ม
  • รักษาอาการเบื่ออาหาร ทำให้มีความอยากอาหารมากขึ้น เพมาะ สำหรับผู้ที่ร่างกายซูบผอม ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น โดยนำแป้งเท้ายายม่อม มาละลายกับน้ำดิบ ใส่น้ำตาลกรวด ตั้งไฟกวนจนสุก แล้วนำมาให้คนไข้รับประทาน
  • แก้ร้อนใน ขับพิษร้อน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับร่างกาย
  • รักษาแผลในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะ คนที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร ให้หายเร็วขึ้น ลดอาการปวดแสบปวดร้อนในกระเพาะอาหาร
  • รักษาสมดุลทางด้านจิตใจ ช่วยบำรุงระบบประสาท ลดความเครียดจากการทำงาน
  • ใช้ส่วนรากมาทำเป็นยาลดไข้ และขับเสมหะ ในผู้ป่วยติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ หรือ โรคหวัด
  • ใช้เป็นสมุนไพรดับร้อน ลดธาตุไฟ เรียนว่าเป็นยาเย็น
  • ใช้เป็นสมุนไพรห้ามเลือด สามารถนำแป้งเท้ายายม่อมมาโรยที่บาดแผล ให้เลือดหยุดไหลได้เร็วขึ้น
  • สามารถใช้เป็นยาแก้พิษ จากแมลงต่างๆสัตว์ที่กัดต่อย เช่น พิษจากผึ้ง พิษเมื่อโดยแมงกะพรุนไฟ โดย นำส่วนหัว หรือ ราก มาฝนกับน้ำมะนาว ใช้ทาบริเวณที่โดยต่อย
  • ใช้เป็นยาแก้ผดผื่นคัน อาการแพ้ต่างๆ ผื่นแดงตามผิวหนัง ใช้แป้งเท้ายายม่อม มาละลายกับน้ำแล้วมาใช้ โดยทาบริเวณที่เกิดอาการ
  • ใช้เป็นยาแก้ฝี ช้ำ ใช้ถอนพิษออกจากร่างกาย โดย ใช้แป้งเท้ายายม่อม นำมานวดกับน้ำอุ่น ให้พอเป็นยางเหนียว ๆ แล้วใช้เป็นยาพอกบริเวณที่เป็นแผล จะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ลดอาการแสบได้ดี
  • ใช้ฆ่าเชื้อรา ที่ป็นสาเหตุของกลิ่นอับในเท้า เท้าเหม็น โดยนำมาโรยที่ถุงเท้า ลดกลิ่นอับเหม็นได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของเท้ายายม่อม

  • ใช้เป็นอาหาร โดยนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารที่ต้องใช้แป้งเพื่อสร้างความหนืด ใช้ทดแทนแป้งมัน เพราะ มีคุณค่าทางอาหารมากกว่า มีสรรพคุณ พร้อมให้พลังงาน มีความหอม มีความต้านทานต่อกรดในกระเพาะ ทำให้ผู้ที่บริโภคมีความอิ่มท้อง ในอาหารหลายชนิดที่ใช้แป้งมัน สามารถใช้แป้งเท้ายายม่อมทดแทนได้เลย มีความหนืดจะน้อยกว่าแต่มีประโยช์มากกว่าแป้งมัน
  • รับประทานส่วนดอกและยอดอ่อน นิยมนำมาพัด โดยใส่น้ำกะทิสดลงไป กลายเป็นอาหารพื้นบ้าน เรียกว่า ผัดกะทิเท้ายายม่อม รสชาติอร่อยกลมกล่อม
  • ใช้เป็นเครื่องสำอาง นำมาใช้ทาหน้า ทำให้หน้าขาว ผิวพรรณสดใส ลดสิวฝ้า โดยนิยมผสมกับน้ำผึ้ง ทำเป็นครีมพอกหน้า ทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยล้างออก

สูตรการทำแป้งเท้ายายม่อม

จะเห็นได้ว่า แป้งเท้ายายม่อม มีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย แต่การได้มาซึ่งแป้งเท้ายายม่อม จะต้องมีวิธีทำเพื่อให้ได้แป้งคุณภาพ นำมาใช้เป็นยาและบริโภค โดยวิธีการทำ ได้แก่

  • ขุดหัวจากต้นเท้ายายม่อม นำมาล้างน้ำให้สะอาด แช่ทิ้งไว้ โดยหัวเท้ายายม่อม น้ำหนัก 5 กิโลกรัม จะสามารถทำแป้งเท้ายายม่อมได้ประมาณ 1 กิโลกรัม
  • ใช้ที่ขูด ขูดเนื้อของหัวเท้ายายม่อมให้เล็กละเอียด (วิธีโบราณ) หรือ ปัจจุบัน สามารถใช้เครื่องปั่นความเร็วสูงแทนได้
  • ขยี้จนแป้งแยกออกจากกาก แล้วนำแป้งที่แยกได้มาวางทิ้งไว้ 1 คืน ให้ตกตะกอน ทน้ำสีเหลืองที่ลอยอยู่ข้างบนทิ้ง ใส่น้ำใหม่ลงไปกวนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 1 คืน โดยให้ทำเช่นนี้ประมาณ 3-4 ครั้ง จนน้ำที่ลอยอยู่ด้านบนแป้งเป็นสีใส
  • นำแป้งสีขาวขุ่นที่นอนก้นอยู่ข้างล่าง มาตากบนถาด ใช้มือคลึงและบี้ให้ขนาดของก้อนแป้งเล็กลง ให้เหลือก้อนแป้งน้อยที่สุด แล้วนำมาตากแดดไว้จนกว่าจะแห้ง
  • เมื่อตากแดดจนแห้ง ก็จะได้แป้งที่มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ สามารถใช้ตะแกรงร่อนแป้งได้ เพื่อให้ได้แป้งเนื้อละเอียดมากขึ้น แล้วให้นำมาเก็บใส่ในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันความชื้น โดยสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานหลายเดือน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

โด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร สรรพคุณของโด่ไม่รู้ล้ม เพิ่มสมรรถภ... โด่ไม่รู้ล้ม ( Prickly-leaved elephant’s foot ) คือ สมุนไพร พืชล้มลุก ประเภทว่าน สรรพคุณของโด่ไม่รู้ล้ม ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ถิ่นกำเนิด ส่วนที่นำมาใช้ ใบ ราก ลำต้น ประโยชน์ ตำรับยา ...
หนุมานประสานกาย สมุนไพร สรรพคุณ ขยายหลอดลม... หนุมานประสานกาย คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ รักษาโรคระบบทางเดินหายใจ รักษาโรคติดเชื้อ รักษาโรคระบบทางเดินอาหาร ขับพิษต่างๆ ห้ามเลือด ใส่แผลสด แก้ไอ รักษาโรคภูมิแพ้ รักษาวัณโรค แก้ร้อ...
หมามุ่ย สมุนไพรไทยโบราณ สรรพคุณบำรุงระบบสืบพันธุ์... หมามุ่ย คือ สมุนไพร ประเภทไม้เถา สรรพคุณ ที่เด่นชัดคือ มีผลต่อการบำรุงระบบสืบพันธุ์ และ ระบบประสาทช่วนให้ระบบประสาททำงานดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ฝักของหมามุ่ยมีขนราบรอบอ...