อาการที่ไม่ควรรักษาด้วยการซื้อยารับประทานเองหรือใช้สมุนไพร

การใช้สมุนไพรเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยนั้นมีข้อจำกัด การต้องการใช้สมุนไพรในการรักษาจะต้องเข้าใจวิธีการใช้อย่างถูกต้อง สมุนไพรบางประเภทหากให้มากเกินไป หรือให้ไม่ถูกกับอาการที่เจ็บป่วย ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยนั้นได้แล้ว ยังจะทำให้เกิดอาการผิดปกติซ้ำร้ายอาจจะเป็นโรคอื่นอีกได้ เมื่อมีอาการต่างๆเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้สมุนไพรในการรักษา

อาการเจ็บป่วย ไม่ควรใช้สมุนไพร การใช้สมุนไพร ข้อระวังการใช้สมุนไพร

1. ไข้สูง ตัวร้อนจัด ตาแดง ปวดเมื่อยมาก ซึม
2. ไข้สูงและดีซ่าน อ่อนเพลียมาก อาจเจ็บแถวชายโครง
3. ปวดแถวสะดือ เวลาเอามือกดจะเจ็บปวดมากขึ้น หน้าท้องแข็ง
4. เจ็บแปลบในท้องคล้ายมีอะไรฉีกขาด ปวดท้องรุนแรงมาก คลื่นไส้ อาเจียน บางทีมีประวัติ
ปวดท้องบ่อยๆ
5. อาเจียนเป็นเลือดหรือไอเป็นเลือด
6. ท้องเดินอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นน้ำ บางทีเป็นลักษณะน้ำซาวข้าว อ่อนเพลียมาก ตาลึก
ผิวหนังแห้ง ต้องพาไปพบแพทย์โดยด่วน
7. ถ่ายอุจจาระเป็นมูกและเลือด ถ่ายบ่อยมาก คนไข้เพลียมาก
8. สำหรับเด็ก ถ้ามีอาการไข้สูง ไอมาก หายใจมีเสียงผิดปกติคล้ายกับมีอะไรติดอยู่ในคอ บาง
ทีมีอาการหน้าเขียวด้วย (อาจเป็นโรคคอตีบ) ต้องรีบพาไปหาแพทย์โดยเร็วที่สุด
9. อาการตกเลือดเป็นเลือดสดๆ จากทางไหนก็ตาม โดยเฉพาะทางช่องคลอด ต้องพาไปพบ
แพทย์โดยเร็วที่สุด

เทพทาโร คือ สมุนไพรหายากชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้น มีสรรพคุณบำรุงระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่ บำรุงระบบทางเดินอาหาร ขับลมในลำไส้ ลดอาการจุดเสียดแน่นท้อง แก้กระเพาะอาหารอักเสบ แก้อาการไข้ อาการไอเรื้อรัง ใช้รักษาโรคบิด สามารถใช้ห้ามเทพทาโร ข่าต้น ตะไคร้ต้น กระเพราต้นเลือดในแผลสด แก้ฟกช้ำดำเขียว รักษาอาการปวดเมื้อยเนื้อตัว รักษาฝีลม แก้ปวดท้องน้อย ใช้ปรุงเป็นยาหอมลม บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณของเทพทาโรมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของเทพทาโร คือ Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm.

นอกจากนั้น เทพทาโรยังมีชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ คือ Cinnamomum parthenoxylon (Jack) Meisn. จัดอยู่ในวงศ์อบเชย ( LAURACEAE ) โดยมีชื่อท้องถิ่นภาษาไทยต่างๆ เรียกตามแต่ละท้องถิ่น ได้แก่ ข่าต้น (เรียกมากในกรุงเทพฯ), พลูต้นขาว (ภาษาถิ่นจังหวัดเชียงใหม่), ตะไคร้ต้น (เรียกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), เทพทาโร เทพธาโร (ภาษาถิ่นจังหวัดปราจีนบุรี), กะเพาะต้น กระเพราต้น พลูต้น (ภาษาถิ่นจังหวัดสระบุรี), จะไคหอม, จะไคต้น, จะไค้ต้น (เรียกมากในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ), จวง, จวงหอม, ไม้จวง (พบว่าเรียกมากในภาคใต้), มือแดกะมางิง, มือแดกะมาริง (ภาษาประจำถิ่นมลายู-ปัตตานี), เซียงจาง, หวางจาง (ภาษาจีนกลาง)

ลักษณะของเทพทาโร

เทพทาโร เป็น สมุนไพรประเภทไม้ยืนต้น อายุยาว ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ อาจสูงได้ถึง 25 เมตร เมื่อผ่าเนื้อไม้ออกมามีน้ำหนักเบาเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ และมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว คล้ายกลิ่นการบูร ลักษณะใบออกเป็นใบประกอบ ออกเรียงสลับมีขนาดกว้าง 3-6 เซนติเมตร และยาว 6-12 เซนติเมตร มีเส้นใบตรงกลางคล้ายขนนก โดยเรียงเป็นคู่ประมาณ 6-8 คู่ มีกิ่งขนาดเล็ก ลักษณะดอกมีขนาดค่อยข้างเล็ก ออกเป็นช่อเหมือนร่ม กลีบดอกมีจำนวน 6 กลีบ ลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีขาวอมเขียว โดยภายในดอกมีขนเล็กน้อย ลักษณะผล มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมไข่กลับสีดำ มีความยาวเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 มิลลิเมตร ตรงขั้วเมล็ดสีแดง รูปเป็นแบบลูกทรงกลมสามเหลี่ยม

สรรพคุณของเทพทาโร

เทพทาโร เป็น สมุนไพรไทยหายากในตำหรับยาโบราณ ปัจจุบันพบได้ไม่มากนัก ในส่วนใบพบน้ำมันระเหย 2.6-3.3% มีส่วนประกอบเช่น การบูร น้ำมันเขียว น้ำมันไพล น้ำมันสน ในเมล็ด กิ่ง เปลือกต้น และรากข่าต้น พบน้ำมันระเหยประมาณ 2-4% ในน้ำมันระเหยพบ Safrale 60-95%, Eugenol (น้ำมันกานพลู), Cinnamic Aldehyde และ B-pinene Phellandrene เทพทาโรมีสรรพคุณและการนำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้แก่

  • นำเมล็ดตากแห้ง ประมาณ 5 กรัม บดให้ละเอียดเป็นผง ชงกับน้ำอุ่น ใช้ดื่มแก้อาการไข้หวัด แก้อาการไอ อาการไอเรื้อรัง อาการตัวร้อน ออกหัดและตัวร้อน ตามตำหรับยาสมุนไทยโบราณ
  • เนื้อไม้แห้ง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวใช้เป็นยาหอมลม ใช้รักษาท้องขึ้น อืดเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย
  • สมัยโบราณใช้เป็นยาขับลมในลำไส้
  • ตำรายาโบาณระบุว่าเทพทาโรเป็นยาบำรุงธาตุ (ระบบทางเดินอาหาร)
  • ใช้ดองเหล้าเพื่อเป็นยาขับลม
  • เป็นยาแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ  แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้องน้อย  ขับลมในกระเพาะลำไส้
  • แก้บิด จะใช้เมล็ดข่าต้นประมาณ 5-8 กรัม นำมาต้มกับใบยูคาลิปตัสประมาณ 6-8 กรัม รับประทาน (ตำรับยานี้มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไอด้วย) (เมล็ด)
  • สามารถนำเนื้อไม้ ใช้ปรุงร่วมกับสะค้านและต้นดาวเรือง นำมารับประทานเป็นยารักษาฝีลม
  • ใช้เนื้อไม้ตากแห้ง เพื่อทำเป็นยาช่วยขับโลหิตและน้ำเหลือง
  • นำใบมาขยี้ประคบห้ามเลือดและช่วยสมานแผลสดให้หายเร็มขึ้น
  • นำรากมาดองเหล้าเพื่อใช้ดื่มแก้ฟกช้ำ ไขข้ออักเสบ เนื่องจากมีลมชื้นเกาะติดภายใน
  • ในตำรับยาโยราณแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย เช่น ปวดเส้นเอ็น ให้ใช้รากข่าต้นปริมาณ 20 กรัม, เจตมูลเพลิงปริมาณ 15 กรัม, โกฐหัวบัวปริมาณ 20 กรัม, โกฐเชียงปริมาณ 15 กรัม และโกฐสอปริมาณ 10 กรัม นำมารวมกันใช้แช่กับเหล้าดื่ม (ตำรับนี้ใช้เป็นยาขับลมชื้นในร่างกายได้เช่นเดียวกับการใช้รากของเพททาโรเดี่ยว ๆ)
  • มีการนำเนื้อไม้ทำเป็นไม้ตีพริก เพื่อทำให้พริกมีกลิ่นหอม และใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ได้ดี