โรคตากุ้งยิง คือ การติดเชื้อที่เปลือกตา เป็นโรคผิวหนังติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการอักเสบและบวมมากกว่าปกติ สาเหตุเกิดจากอะไร อาการของโรคเป็นอย่างไร การรักษาทำได้ไหม การป้องกันอย่างไร บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบกัน

โรคตากุ้งยิง ตากุ้งยิง เปลือกตาอักเสบ เปลือกตาติดเชื้อ

โรคตากุ้งยิง  ( Hordeolum ) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อชนิดหนึ่งไม่ได้เกี่ยวของกับการแอบดูคนอาบน้ำแต่อย่างใด สามารถพบได้ทั่วไปทุกเพศทุกวัย ไม่ได้เป็นโรคอันตรายรุนแรง รักษาหายได้

เมื่อมีอาการไม่ต้องตกใจ เนื่องจากร่างกายคนเรามีต่อมไขมันใต้ผิวหนังมากมายรวมทั้งใต้เปลือกตาด้วย ปกติแล้วจะมีการระบายไขมันออกได้ตามรูขุมขนต่างๆทั่วร่างกาย บางครั้งจะพบการอุดตัรของรูขุมขนทำให้ไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ เมื่อเจอกับเชื้อโรคจะเกิดการสะสมของเชื้อโรคภายใต้รูขุมขน เกิดการอักเสบเกิดขึ้น จะเห็นการบวมแดงเป็นตุ่มเกิดขึ้น กินระยะเวลาอักเสบประมาณ 4-5 วัน เมื่อกดจะมีอาการเจ็บ เมื่อปล่อยไว้หนองจะออกมา

แต่ถ้าไม่ออกมาจะแข็งเป็นไตและอาจกลับมาเป็นอีกได้ เมื่อเกิดขึ้นที่เปลือกตาเราจึงเห็นการบวมแดงเป็นตุ่มที่เปลือกตาและเรียกว่าตากุ้งยิง

สาเหตุการเกิดโรคตากุ้งยิง

สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมส่วนตัว การรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐานของแต่ละบุคคล สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย อาชีพการทำงานที่จำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อสุขภาพ ลักษณะผิวของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันรวมถึงภูมิคุ้มกัน ทำให้ตอบสนองต่อเชื้อโรคได้ไม่เท่ากัน

  • การไม่รักษาความสะอาด และพฤติกรรมที่เมื่อระคายเคืองตาใช้มือที่ไม่สะอาดขยี้ตาทำให้เชื้อโรคติดที่เปลือกตา
  • การใส่คอนเทคเลนส์ด้วยมือที่ไม่สะอาดหรือไม่ล้างคอนแทคเลนส์ หรือใส่เป็นเวลานานเกินไป
  • การไม่ล้างหน้าหลังจากแต่งหน้าทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคบริเวณใบหน้าและรอบดวงตา
  • การทำงานที่ต้องเจอฝุ่นระอองมากๆ เช่น บนท้องถนน โรงงานอุตสาหกรรม ไร่นา เป็นต้น
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายน้อย เนื่องจากไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

อาการของโรคตากุ้งยิง 

อาการของโรคตากุ้งยิง แบ่งได้เป็นอาการภายนอก ได้แก่ อาการบวม แดง เต่ง มองเห็นได้จากภายนอก และอาการภายใน ได้แก่ การอักเสบ การติดเชื้อ อาการไข้ มีหนอง เป็นต้น

  • อาการคันบริเวณเปลือกตา ระคายเคืองตารุนแรง มีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่สามารถหยุดไหลได้
  • อาการปวด เจ็บบริเวณเปลือกตา มีการกระพริบตามากกว่าปกติ
  • อาการบวม นูนเป็นตุ่มสีแดงเห็นได้ชัดบริเวณเปลือกตา กดแล้วเจ็บ เต่ง ทำให้รูปตาเปลี่ยนไป
  • อักเสบ มีไข้ หากปล่อยไว้ จะมีหนองออกมาจากตุ่มสีแดง

การรักษาโรคตากุ้งยิง 

การรักษาสามารถทำได้เองในเบื้องต้นกรณีที่อาการไม่รุนแรงมาก สามารถหายเองได้ แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น มีอาการปวดอย่างรุนแรง มองเห็นภาพพร่ามัว หนองไหลออกมา ให้รีบพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา ไม่ควรปล่อยไว้จนเกิดเป็นโรคตาแดง หรือโรคตาอื่นๆ

  • ประคบตาด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นให้รูขุมขนเปิด เพื่อไขมันและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อุดตันจะได้ออกมาได้ง่ายขึ้น
  • ปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับยาหยอดตา เพื่อบรรเทาอาการปวด บางรายอาจจะได้รับยาปฏิชีวนะขึ้นอยู่กับอาการ
  • แพทย์จะใช้อุปกรณ์เพื่อเจาะหนองออกมาจากนั้นจะให้รับประทานยาต่อ 3-5 วัน และกลับมาตรวจซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าหนองออกหมดแล้ว ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก
  • ห้ามขยี้ตาหลังจากได้รับการเจาะหนองเด็ดขาด ถึงแม้ว่าจะมีอาการคันมากแค่ไหนก็ตามจนกว่าจะหายดี
  • รับประทานยาแก้ปวด และยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์แนะนำเมื่อมีอาการปวด
  • ใช้ผ้าปิดตาข้างที่เป็นตากุ้งยิง เพื่อป้องฝุ่นละอองเข้าตา และสิ่งสกปรกอื่นๆรวมทั้งฝุ่นควันเข้าตา

การป้องกันโรคตากุ้งยิง

เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ดังนั้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัว การรักษาความสะอาด สุขอนามัยพื้นฐาน โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เมื่อทำได้ดังต่อไปนี้ ก็จะทำให้ความเสี่ยงต่อการป่วยโรคตากุ้งยิงลดลงได้

  • อย่าขยี้ตา หากระคายเคืองให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาล้างตาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาเท่านั้น
  • ล้างมือเป็นประจำให้เป็นนิสัย เมื่อหยิบจับสิ่งของ ออกไปนอกบ้าน ก่อนรับประทานอาหาร และอย่าสัมผัสตาโดยใช้มือที่ยังไม่ได้ล้าง
  • รักษาความสะอาดบริเวณใบหน้าและใกล้เคียงดวงตา ใช้สบู่อ่อนหรือโฟมล้างหน้าทั่วไป ให้สะอาดโดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและใต้คิ้ว
  • หลังจากแต่งหน้าให้ล้างหน้าออกทุกครั้งอย่าปล่อยไว้ค้างคืน ใช้น้ำยาล้างเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน หรือ น้ำสะอาดเช็ดหน้า ก่อนล้างออกตามปกติ
  • ทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ทุกครั้งและเปลี่ยนเมื่อครบกำหนดการเปลี่ยน อย่าสวมคอนแทคเลนส์ข้ามคืน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

แต่งหน้า ช่วยให้หายปวดหัว ปวดบ่า ปวดหลังได้จริงหรือไม่ ทำอย่างไร อาการปวดหัว ปวดบ่า ปวดหลัง เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่งหน้าช่วยได้อย่างไร บทความนี้จะนำข้อมูลมานำเสนอกัน

อาการปวดหัว ปวดบ่า ปวดหลัง เกิดขึ้นบ่อยมากเมื่อมีอายุมากขึ้น หลายคนอาจจะคิดว่ามาจากการที่เรานั่งทำงาน จ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือ ม่านั่งที่ไม่เหมาะสม การยกของหนัก แต่แท้จริงแล้วอาการปวดหัว ปวดบ่า ปวดหลังนั้น เกิดจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ บ่า และแผ่นหลังเกร็งมากเกินไป ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุผลต่างๆที่กล่าวมาเลย แต่แท้จริงแล้วเกิดจากกการที่หนังตาหย่อนยานลงปิดการมองเห็นของแก้วตา ทำให้การจะมองเห็นภาพได้ชัดเจนจะต้องเกร็งกล้ามเนื้อเหนือคิ้วมากขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อนี้มากจะเกฺิดสัญญาณประสาทส่งต่อผ่านหนังศีรษะตรงไปสู่กล้ามเนื้อต้นคอ บ่า และหลัง ให้มีการเกร็งตามจนเกิดอาการปวดนั่นเอง ดังนั้นหากหนังตาตกมาปิดตาดำมากเท่าไหร่ก็ต้องเกร็งมากเท่านั้นเพราะเราต้องใช้ตาตลอดทั้งวัน โดยที่เราไม่รู้ตัวว่ากล้ามเนื้อเหนือคิ้วทำงานหนักมากเพื่อดึงหนังตาให้เปิดกว้างมากขึ้นเพื่อการมองเห็น

หนังตาหย่อนเกิดจาก 

  • อายุที่มากขึ้น เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นพังผืดที่ยึดระหว่างหนังตาและกล้ามเนื้อใต้หนังตาจะเสื่อมลงทำให้หนังตาตกลงมา เมื่อมองจะภายนอกจะเห็นว่าหนังหย่อนคล้อยลงมาปิดตาดำมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดต่างๆเพราะกล้ามเนื้อเหนือคิ้วต้องทำงานหนักเพื่อจะได้มองเห็นเป็นปกติทำที่กล่าวมา
  • การขยี้ตาแรงๆ การกด ขยี้ ตาแรงๆ บ่อยๆ จะเป็นการทำลายพังผืดที่ยึดกล้ามเนื้อใต้หนังตากับหนังตาลง จึงทำให้หนังตาตกลงมาได้
  • การใช้คอนแทคเลนส์แต่ละวันนานเกินไป เนื่องจากคอนแทคเลนส์จะอยู่ระหว่าง ตาและหนังตา เมื่อกระพริบตามากๆ จะเกิดอาการที่ตาแห้ง และทำให้เกิดความฝืดขึ้นระหว่างลูกตาและหนังตา ดังนั้นเปรียบเสมือนการดึงหนังตาให้ตกลงมา จึงทำให้พังผืดขาดได้

อุปกรณ์แต่งหน้าช่วยได้อย่างไร

เนื่องจากเทรนในการแต่งหน้าปัจจุบัน นิยมการทำให้ตาโตมากขึ้น เพราะจะดูน่ารักมากขึ้น อุปกรณ์แต่งหน้าชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันคือ กาวติดหนังตา หรือสติ๊กเกอร์ติดหนังตา เมื่อทากาวที่เหนือขนตาหรือติดสติ๊กเกอร์และใช้อุปกรณ์ไม้ที่มาพร้อมกับกาวนั้นกดลงเพื่อให้หนังตาบนกับล่างติดกันเกิดเป็นลักษณะตาสองชั้น ดึงให้หนังตาที่หย่อนเปิดขึ้นมากขึ้น ทำให้มองจากภายนอกจะรู้สึกว่าตาโตขึ้นนั่นเอง พบว่าผู้ที่ทำการใช้กาวติดหนังตาทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ อาการที่เคยปวดศีรษะ ปวดบ่า ปวดหลังหายไป เพราะกล้าวเนื้อเหนือคิ้วไม่ต้องเกร็ง จึงไม่เกิดสัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อท้ายทอย คอ และหลัง อาการปวดจึงหายไปในที่สุด

การผ่าตัด นอกจากนั้นแล้วการผ่าตัดเพื่อทำตาสองชั้น ซ่อมแซมหนังตาที่หย่อนสามารถช่วยรักษาอาการปวดหัว ปวดบ่า ปวดหลังได้ด้วยเหตุผลเดียวกับที่กล่าวมาข้างต้น แต่การรักษาด้วยการผ่าตัดจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นถึงจะปลอดภัย