ลูกสำรอง คือ สมุนไพร ที่มีสรรพคุณลดความอ้วน จนได้ชื่อว่า สมุนไพร พุงทะลาย คือ เมื่อรับประทานเป็นประจำจะทำให้ พุงยุบ ลดความอ้วนได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน น้ำหนักตัวเกิน มีไขมันเฉพาะส่วน สรรพคุณดูดไขมัน บริเวณหน้าท้อง ต้นขา ลูกสำรอง วุ้นสำรอง น้ำสำรอง สมุนไพรลูกสำรองต้นแขน บำรุงร่างกาย แก้เจ็บคอ เป็นยาระบาย ขับพยาธิ ปัญหาอ้วนลดไม่ลง ต้องการลดความอ้วนทำอย่างไร ลดน้ำหนักทำอย่างไร ลดหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณและประโยชน์ของสำรองมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของลูกสำรอง

คือ Scaphium scaphigerum (Wall. ex G. Don) G.Planch.  รามอยู่ในวงศ์เดียวกับชบา ( MALVACEAE ) ชื่อสามัญ คือ Malva nut ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ได้แก่ หมากจอง ( ภาษาถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ), บักจอง หมากจอง ( ภาษาถิ่นภาคอีสาน ), ท้ายเภา ( ภาษาถิ่นภาคใต้ ), ฮวงไต้ไฮ้ ( ภาษาจีน ), พ่างต้าห่าย ( ภาษาจีนกลาง ) โดยทั่วไปประเทศไทยมักเรียนว่า สำรอง หรือ ลูกสำรอง หรือ พุงทะลาย เพราะ มาจากสรรพคุณ ในการลดความอ้วน ลดหน้าท้อง ลดพุง จนเป็นชื่อเรียกว่า พุงทะลายในที่สุด

ลักษณะพฤกษศาสตร์ของลูกสำรอง

สำรอง เป็น สมุนไพร ประเภทไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 40 เมตร ลำต้น สูงชะลูด สีดำเทา เปลือกหยาบ ลักษณะใบ เป็นใบ ปลายแหลม โคนใบมน เนื้อใบแข็ง แต่มีผิวเรียบเป็นมัน ใบเรียงแบบสลับ เป็นใบเดี่ยว ดอก เป็นดอกตัวผู้ตัวเมีย แยกกัน กลีบดอกปลายแหลม สีเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงมีลักษณะทรงกระบอก ออกดอกมากช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ผลหรือลูกสำรอง ออกผลที่ปลายกิ่ง มีรูปร่างไม่กลม คล้ายลูกรักบี้ ภายในจะมีเมล็ดกลมรี เมื่อโดนน้ำจะพองตัว คล้ายกับเม็ดสาคูใช้รับประทานได้ โดยจะออกผลในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย

สรรพคุณของลูกสำรอง 

นอกจากจะได้ชื่อว่า เป็น สมุนไพรลดความอ้วนแล้ว ลูกสำรองยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย ที่นิยมใช้กัน ได้แก่

  • ช่วยปรับสมดุลธาตุต่างๆ ในร่างกาย ให้เกิดสมดุลมากขึ้น หรือในภาษาตำรับยาโบราณเรียกว่าธาตุพิการ ทำให้ร่างกายสดชื่น มีเรี่ยวแรงทำงานมากขึ้น
  • สรรพคุณดูดไขมัน ให้ออกทางระบบทางเดินอาหาร ทำให้ผู้รับประทานไขมันมากไม่อ้วน
  • สรรพคุณแก้ลม กรณีหน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม สามารถใช้ได้ทั้งใบและผล รวมทั้งเมล็ด
  • แก้โรคท้องป่อง หรือ โรคตานขโมยที่พบมากในเด็กเล็ก โดยใช้ส่วน ผลหรือเมล็ด
  • บำรุงระบบทางเดินหายใจ ให้หายใจสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โดยใช้ส่วนวุ้นที่ได้จากเมล็ด
  • ใช้เป็นตัวให้ความเย็นเพื่อประคบบริเวณที่อักเสบ เป็นยาเย็น โดยนำวุ้นจากเมล็ดโดยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำให้ชุ่ม วางทับไว้บริเวณผิวหนังที่ต้องการประคบเย็น นำวุ้นจากเมล็ดมาวางไว้บนผ้า วุ้นจะแทรกตัวเข้าไปในเนื้อผ้า ทำให้ได้ผ้าที่มีความเย็น คล้ายกับ cooling pad ทดแทนกันได้ดี ไม่เป็นอันตรายต่อเยื่อบุอ่อนของร่างกาย เพราะ เป็นสารธรรมชาติ
  • ใช้เป็นยาลดไข้ เป็นยาเย็น ได้จากเปลือกของลำต้น
  • นิยมนำผลมาตากแห้ง จากนั้นสามารถชงดื่มกับน้ำร้อน ใช้เป็นยาแก้ไอได้ผลดี
  • ใช้เป็นยาบำรุงเส้นเสียง บำรุงลำคอ แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ ไอแห้ง รักษาโรคคออักเสบ แก้อาการอาเจียนเป็นเลือด รับประทานวุ้น หรือ ชาชงจากผลแห้ง แก้อาการได้ดี
  • แก้เลือดกำเดาไหล ใช้ผลชงเป็นยาลดอาการได้ดี
  • เป็นยาธาตุเย็น ที่ออกฤทธิ์โดนตรงต่อ ปอดและลำไส้ใหญ่ ใช้ดับอาการปอดร้อน ช่วยให้ปอดชุ่มชื่น หายใจได้สะดวกมากขึ้น
  • ใช้ดับธาตุไฟในร่างกาย แก้อาการร้อยใน อาการอักเสบต่างๆในร่างกาย
  • บำรุงระบบขับถ่าย แก้อาการท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ โดยใช้ส่วน เปลือกต้น รากไม้ ผลและเมล็ด
  • ผลและเมล็ดของสำรอง มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้อาการท้องผูก ลดอาการท้องผูก แน่นท้องได้ดี
  • ใช้ขับพยาธิ โดยใช้ใบ ถ่ายพยาธิออกจากร่างกาย
  • แก้โรคผิวหนังจากเชื้อรา โรคเรื้อน พยาธิผิวหนัง แก้พิษต่างๆ แก้กามโรค ใช้ส่วนแก่นลำต้น ผล และราก

ประโยชน์ของลูกสำรอง

นอกจากลูกสพรอง จะใช้เป็นยาบำรุง แก้อาการต่างๆแล้ว ยังมีการนำมาใช้ประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่

  • ใช้รับประทานเป็นขนมหวาน โดยใช้วุ้นจากเมล็ดสำรอง ใส่กับน้ำกะทิ หรือน้ำเชื่อม โดยสามารถใช้แทนรังนกได้
  • ใช้แทนสาหร่ายเพิ่มเนื้อสัมผัสให้กับอาหาร เช่น ในแกง ในอาหารต่างๆ
  • ใช้ทำเป็นน้ำสมุนไพร หรือทำน้ำสำรองพร้อมดื่มที่บรรจุในกระป๋อง
  • ทำเป็นสำรองผง เพื่อส่งออก สำหรับเก็บรักษาไว้ใช้ได้นาน
  • ใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ลดความอ้วน ลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตได้ นิยมนำมาผสมกับอาหารสุขภาพต่างๆ
  • ใช้ทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ลูกสำรองที่เป็นแคปซูล ลดความอ้วน บำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน
  • ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำไส้กรอกแฟรงค์เฟอร์เตอร์ ให้ความแน่นเนื้อและค่าความยืดหยุ่นมาก

คุณค่าทางอาหารของสำรอง

พบว่าวุ้นสำรองให้กากใยสูงมากกว่าครึ่งของปริมาณที่รับประทาน ให้พลังานต่ำ เพียง 4.1 กิโลแคลลอรี่ จากการรับประทาน 100 กรัม มีความหวานน้อยมาก เหมาะสำหรับเป็นอาหารลดความอ้วน นอกจากนั้นยังมีสารสำคัญอื่น ได้แก่ Glucorine Bassorin โปรตีนสำคัญต่อร่างกาย น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่พบได้ยาก ธาตุอาหารรองต่างๆ และวิตามินสำคัญ

ข้อแนะนำการดื่มน้ำสำรอง 

ปัจจุบันน้ำสำรอง ได้รับความนิยมมากขึ้น ในหมู่ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ เพราะ เชื่อว่าจะช่วยลดความอ้วน และยังเป็นยาบำรุงร่างกาย แต่การบริโภคมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดโทษได้ ข้อควรระวังการบริโภคสำรอง ได้แก่

  • ในน้ำสำรอง หรือ วุ้นของสำรองไม่มีตัวยาใดๆ ที่สามารถลดความอ้วนได้ แต่สาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคสำรอง มีน้ำหนักตัวลดลง คือ การแตกตัวของสำรองเมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร จะเข้าไปทำให้ของเหลวเกิดความหนืดมากขึ้น เกิดการเคลือบที่กระเพาะ และลำไส้ ทำให้การดูดซึมไขมันของร่างกายลดลง แต่หากบริโภคมากไปอาจจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ ดังนั้น ควรบิโภคในปริมาณที่พอเหมาะ
  • การลดน้ำหนักที่ถูกวิธีที่สุด คือ การออกกำลังกาย เร่งการเผาพลาญพลังงานของร่างกาย ควบคู่กับการรับประทานอาหารอย่างพอเหมาะ การดื่มแต่น้ำสมุนไพร อย่างเดียวอาจจะทำให้ระบบเผาพลาญพลังงานของร่างกายล้มเหลวได้
  • น้ำสำรองจะไม่มีรสชาติ ทำให้ผู้บริโภคดื่มยาก ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีผู้ผลิต เติมน้ำตาลเข้าไปในน้ำสำรอง ทำให้เกิดความหวานบริโภคได้ง่าย แต่กลับกลายเป็นโทษสำหรับผู้ที่ดื่มมากเกินขนาด เพราะ น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่ย่อยง่ายที่สุด ทำให้ผู้ที่ดื่มมากเกินไปเกิดเป็นโรคอ้วน และเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน ผู้บริโภคควรทำน้ำสำรองเอง หรือ เลือกสูตรที่มีน้ำตาลน้อยที่สุด จะได้ประโยชน์กับร่างกาย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เจตมูลเพลิงแดง สมุนไพร สรรพคุณ รักษามะเร็งลำไส้... เจตมูลเพลิงแดง คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ มากมาย เช่น บำรุงธาตุไฟ เป็นยาร้อน สร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย แก้เหน็บชา ฟอกเลือด บำรุงเลือด แก้ไอ ขับเสมหะ ขับพยาธิ รักษาโรคริดสีดวงทวาร...
มังคุด สมุนไพร สรรพคุณ มหัศจรรย์ รักษามะเร็ง... มังคุด ( mangosteen ) คือ สมุนไพร ที่มี สรรพคุณ มากมาย นอกจากจะเป็น ผลไม้ ที่เป็นที่นิยมแล้ว ยังพบว่ามี สารสำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่สามารถบำรุงระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบกระดูก...
มะกรูด สมุนไพร สรรพคุณ บำรุงเลือด ดับกลิ่นอับ... มะกรูด คือ สมุนไพร ประเภท ไม้ผล ที่มีน้ำมันหอมระเหย เป็นตระกูลเดียวกับมะนาว นอกจากเป็น สมุนไพร ยังเป็นพืชสวนครัวคู่ครัวไทยมายาวนาน เพราะ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทั้งผลและใบ มีสรรพคุณมาก...

เม็ดแมงลัก คือ สมุนไพร เป็นผลที่ได้จากต้นแมงลัก เป็นพืชล้มลุก อายุยาว ขนาดเล็ก ตระกูลเดียวกับ กะเพราและโหระพา นิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร หรือใส่เครื่องแกงต่าง ๆ เมล็ดก็นำมาใช้ทำเป็นขนม สรรพคุณของแมงลัก ได้แก่ ลดความอ้วน ทำให้อยู่ท้อง เม็ดแมงลัก ต้นแมงลัก สมุนไพรเม็ดแมงลัก น้ำเม็ดแมงลักบำรุงระบบเลือด บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต ป้องกันโรคเบาหวาน โรคNCDs บำรุงระบบขับถ่าย บำรุงระบบทางเดินอาหาร รักษาโรคผิวหนัง บทความนี้จะรวบรวม สรรพคุณ และประโยชน์ของเม็ดแมงลักมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของแมงลัก 

ทีชื่อพ้องกันหลายชื่อ ขึ้นอยู่กับถิ่นกำเนิดแต่ละสายพันธุ์ และผู้ค้นพบ ได้แก่ Ocimum × africanum Lour. หรือ Ocimum americanum var. pilosum (Willd.) A.J.Paton หรือ Ocimum basilicum var. anisatum Benth. หรือ Ocimum × citriodorum Vis. ในจัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับต้นกะเพรา ( LAMIACEAE หรือ LABIATAE ) ตระกูลพืชที่มีกลิ่นใบหอม ชื่อสามัญที่เรียกทั่วไป คือ Lemon basil, Hoary basil และ Hairy basil ชื่อท้องถิ่นภาษาไทย คือ ก้อมก้อข้าว (ภาษาถิ่นภาคเหนือ), มังลัก อีตู่ (ภาษาถิ่นภาคอีสาน) ในประเทศไทยมีสายพันธุ์เดียว คือ พันธุ์ศรแดง

ลักษณะพฤกษศาสตร์ของแมงลัก

แมงลัก เป็นพืชล้มลุก ในตระกูลเดียวกับ ต้นกะเพราและต้นโหระพา หากดูไม่ดีอาจจะแยกไม่ออก แต่มีข้อสังเกตุ คือ กลิ่นและสีใบจะอ่อนกว่า ลักษณะลำต้น เป็นต้นสูงประมาณ 30-80 ซม. มีกลิ่นหอมในทุกๆส่วนของต้น ลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยวคล้ายใบกระเพราะ มีการเรียงตัวกันเป็นเป็นคู่ ๆ ตรงข้ามกัน ลักษณะดอก มักจะออกดอกบริเวณปลายยอด แตกออกเป็นช่อหลายช่อย่อย ๆ  กลีบดอกสีขาวโดยจะมีผล ซึ่ง 1 ดอกมีผลประมาณ 4 ผล ลักษณะผล มีขนาดเล็ก เรียกว่าเม็ดแมงลักที่เรารู้จักกัน ซึ่งมีลักษณะกลมรีและมีสีดำ เมื่อโดนน้ำจะมีการพองตัว

สรรพคุณของเม็ดแมงลัก

นอกจาก ใบแมงลัก และเม็ดแมงลักจะสามารถนำมาประกอบอาหารได้มากมาย การบริโภคเป็นประจำก็จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย และมี สรรพคุณต่างๆ ได้แก่

  • สามารถลดน้ำหนักตัว ลดความอ้วน โดยทำให้อิ่มท้องได้นาน ไม่หิวบ่อย ทำให้ลดความอยากอาหารได้ดี เมื่อบริโภคเป็นประจำจะรับประทานข้าวลดลง ทำให้น้ำหนักตัวลงได้ โดยเม็ดแมงลักไม่ให้พลังงานใดๆ สามารถพองตัวได้ใหญ่ 45 เท่า ควรรับประทานก่อนอาหาร ในปริมาณที่พอเหมาะ ชงกับน้ำโดยใช้เม็ดแมงลัก 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำ 1 แก้ว เมื่อพองตัวแล้ว สามารถเติมนม น้ำผึ้ง น้ำเต้าหู้ ใช้ดื่มได้
  • ลดไขมันในเลือด โดยสามารถเปลี่ยนไขมันเลว (LDL) ให้เป็นไขมันดี (HDL) ได้  ทำให้ลดความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันอุดตันเส้นเลือดได้
  • สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน โรคหัวใจวายเฉียบพลัน โดนต้องรับประทานเป็นประจำ
  • ป้องกัน หรือ ช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะ ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ และยังช่วยดูดซับ้ำตาลให้ลดลง เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างมาก
  • มีวิตามินธาตุอาหารต่างๆ สามารถรับประทานทดแทนผักผลไม้ ในผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้ได้ดี
  • บำรุงระบบขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายเป็นปกติ
  • ทำความสะอาดระบบขับถ่าย ดูดซับของเสียในลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายเป็นเวลา ลดการเจริญของพยาธิในลำไส้
  • ลดอาการปวดศีรษะจากความเครียด ช่วยขับเหงื่อ ออกจากร่างกาย โดยการรับประทานใบแมงลัก
  • บำรุงระบบทางเดินอาหาร แก้อาการของโรคท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลมในลำไส้ โดยรับประทานใบแมงลักเป็นประจำ
  • เม็ดแมงลัก ทำให้ขับถ่ายตอนเช้าได้ดี มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ โดยรับประทานก่อนนอน
  • ใบแมงลัก มีฤทธิ์เป็นยา ช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ดี โดยเฉพาะบริเวณผิวหนัง สาเหตุของการกิดโรคกลากเกลื้อน ใช้ใบสดประมาณ 10 ใบ ล้างน้ำ ตำให้น้ำออกมา ทาบริเวณที่เป็น วันละ 1 ครั้งประมาณ 2 สัปดาห์ จะพบว่าอาการดีขึ้น

ประโยชน์ของแมงลัก 

  • นิยมใช้ใบมาใช้ประกอบอาหาร พวกเครื่องแกงต่าง ๆ เช่น แกงเลียง
  • เมล็ดนิยมนำมาใช้ทำเป็นขนม เครื่องต่างๆ ในขนมหวาน เช่น รวมมิตร ไอศครีม
  • เม็ดแมงลักสามารถนำมาผสมกับเครื่องดื่ม บำรุงร่างกายต่างๆ เช่น น้ำเต้าหู้ น้ำขิง น้ำใบเตย
  • ใช้เล่นช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะ ติดเส้นผม ล้างออกยาก สร้างความสนุกสนาน

คุณค่าทางอาหารของเม็ดแมงลัก 

การรับประทานเม็ดแมงลัก 100 กรัม ไม่ได้ให้พลังงานใดๆ แต่จะได้รับวิตามินต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอสูงมาก วิตามินบี1 วิตามินซี แร่ธาตุต่างๆ เช่น Ca P Fe และกากใยสูง

ข้อควรระวังการบริโภคเม็ดแมงลัก

ถึงแม้ว่าเม็ดแมงลักจะมีสรรพคุณและประโยชน์ต่างๆมากมาย แต่การรับประทานเม็ดแมงลักก็มีข้อควรระวังต่างๆ ได้แก่

  • ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะ จะพองตัวในกระเพาะ ทำให้แน่นท้องมากเกินไป ไม่สบายตัว ไม่ควรเกิน 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน
  • การเตรียมเม็ดแมงลักควรแช่น้ำรอจนการพองตัวเต็มที่ เพื่อไม่ให้ไปดูดน้ำในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ อาจจะเกิดภาวะขาดน้ำได้ หรือ เม็ดแมงลักเกิดการจับตัวกันเป็นก้อน และ อุดตันในลำไส้
  • ขณะอยู่ในช่วงของการรับประทานยาใดๆ ควรงดการกินเม็ดแมงลัก เพราะ จะไปแย่งการดูดซึมยาของร่างกาย ทำให้ได้ฤทธิ์ที่ไม่เต็มที่ หากต้องการรับประทานยา ควรรับประทานหลังจากรับประทานยาแล้ว อย่างน้อย 30 นาที รอจนร่างกายดูดซึมยาไปแล้ว
  • หากต้องการลดความอ้วนโดยการรับประทานเม็ดแมงลัก ควรเป็นมื้อเย็นแทนการรับประทานอาหาร ไม่ควรรับประทานทุกมื้อ เพราะ จะเกิดภาวะขาดสารอาหาร อันตรายต่อร่างกาย
  • เนื่องจากเม็ดแมงลักที่ขายตามท้องตลาดมีมากมาย ควรเลือกจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน ผ่านการฆ่าเชื้อตามหลักมาตรฐาน บ่อยครั้งที่พบว่า เม็ดแมงลักมีเชื้อราปะปน เมื่อทำมารับประทาน ทำให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ เช่น อาการท้องเดิน อาเจียน จากการรับสาร สารอะฟลาทอกซิน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ขิง สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์ของขิง มีอะไรบ้าง... ขิง ( Ginger ) คือ สมุนไพร ที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บรรเทาอาการป่วย รักษาโรคต่างๆ และยังเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ลดความอ้วน มีวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี ว...
ตะไคร้ สมุนไพร สรรพคุณ ป้องกันมะเร็งลำไส้ ลดความดันโลหิ... ต้นตะไคร้ ( Lemongrass ) คือ สมุนไพร สรรพคุณของตะไคร้ เช่น บำรุงธาตุไฟ ขับเหงื่อ ทำให้เจริญอาหาร รักษาโรคความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แก้ไข้ บรรเทาอาการปวดท้อง แก้อากา...
กวาวเครือขาว สมุนไพร สรรพคุณเพิ่มขนาดหน้าอก ยาอายุวัฒนะ... กวาวเครือขาว ( White kwao krua ) คือ สมุนไพร พืชไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง คุณประโยชน์และสรรพคุณของกวาวเครือขาว มากมายโดยเฉพาะสำหรับเพศหญิง มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ผู้หญิมีน้ำมีนวล...