โรคตาริดสีดวง ริดสีดวงตา ตุ่มขาวบวมใต้เปลือกตา การติดเชื้อที่ตารักษาอย่างไร

โรคตาริดสีดวง หรือ ริดสีดวงตา ( Trachoma )  คือ ภาวะการติดเชื้อที่เปลือกตา จนเกิดริดสีดวง ส่งผลให้เกิดการอักเสบของหนังตา รวมถึงดวงตา เมื่อพลิกเปลือกตาดูจะเห็นตุ่มสีขาว โรคอะไร รุนแรงไหม รักษาหายไหม เมื่อเป็นแล้วต้องทำอย่างไร สาเหตุการเกิดคืออะไร อาการเป็นอย่างไร วิธีการรักษาคือ ป้องกันได้ไหม บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบกัน

ริดสีดวตา โรคตา โรคติดเชื้อ โรคเกี่ยวกับตา

โรคตาริดสีดวง หรือ ริดสีดวงตา ทางการแพทย์เรียกว่า Trachoma คือโรคติดเชื้อที่ตาโรคหนึ่ง ในอดีตที่การแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้าพบว่ามีผู้ที่ตาบอดจากการเป็นโรคนี้มาก แต่เมื่อการแพทย์พัฒนาขึ้นมากแล้ว ผู้ที่ป่วยโรคนี้จะสามารถรักษาได้และพบว่ามีการรุนแรงจนตาบอดนั้นน้อยมากในปัจจุบัน โรคนี้สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่อัตราเสี่ยงจะพบมากในเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ และผู้หญิงมีความเสี่ยงมากกว่าชายถึงสองเท่าตัว

สาเหตุหลักนั้นมากจากการติดเชื้อ Chlamydia trachomatis หรือ เรียกง่ายๆว่า เชื้อโคมาติส ส่วนมากมักพบว่าผู้ป่วยมักอาศัยในที่ไม่มีสุขลักษณะ แออัด มีแมลงพาหะจำนวนมาก โรคนี้ติดต่อได้ด้วยการสัมผัสทั้งทางตรง เช่น มือที่ไม่ได้ล้าง ผ้าเช็ดหน้า การว่ายสระน้ำเดียวกับผู้ที่ป่วย

การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน หรือ ทางอ้อมโดยมีพาหะนำโรค เช่น แมลงวัน แมลงหวี่ต่างๆ ที่สัมผัสผู้ป่วยและมาสัมผัสผู้ติดเชื้อต่อ โรคนี้บางท่านจะเป็นๆหายๆ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผู้ป่วย การได้รับอาหารที่มีประโยชน์ ภูมิคุ้มกันต่างๆ และการรักษาสุขอนามัยส่วนตัว พบมากในประเทศด้อยพัฒนาและชุมชนแออัด

สาเหตุการเกิดโรคตาริดสีดวง

  • การติดเชื้อ Chlamydia trachomatis ซึ่งมีสามกลุ่มย่อยคือ
    • Lymphogranulona venereun สาเหตุหลักของโรคตาริดสีดวง หรือ ริดสีดวงตา
    • Chlamydia pneumoniae พบในกลุ่มผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
    • Chlamydia psittaci พบได้ในสัตว์และมีการกลายพันธุ์จนสามารถติดต่อ โรคตาริดสีดวง หรือ ริดสีดวงตา เช่น Neonatal chlamydial conjunctivitis พบมากในเด็กแรกเกิด จนไม่เกิน 5 ขวบ
  • การไม่รักษาความสะอาด สุขลักษณะเบื้องต้น สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย
  • การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • การสัมผัสผู้ป่วยโดยตรงทำให้ติดเชื้อ

อาการผู้ป่วยโรคตาริดสีดวง

สำหรับอาการของโรคริดสีดวงตา นั้น สามารถแบ่งระยะของการเกิดโรคได้ 4 ระยะ โดยรายละเอียดของระยะต่างๆ มีดังนี้ 

  • ระยะแรก การอักเสบ จะพบอาการบวมแดง น้ำตาไหล มีขี้ตาเยอะ ประมาณ 7 วัน บางรายหายเองได้ แต่ถ้าไม่หายจะเข้าสู่ระยะที่สอง ระยะแรกเมื่อพลิกเปลือกตาดูจะยังไม่เห็นตุ่มอะไร ทำให้อาจจะไม่ทราบว่าเป็นโรคนี้
  • ระยะสอง เป็นอาการของโรคตาริดสีดวง หรือ ริดสีดวงตา ที่สังเกตุได้ชัดเจน ในระยะนี้จะบอกได้ชัดเจนเลยว่าผู้ป่วยเป็นโรคนี้ เพราะ เมื่อพลิกเปลือกตาดูจะเห็นตุ่มสีขาว หรือ Follicle และ Papillae นอกจากนั้นจะพบเส้นเลือดฝอยจำนวนมากที่ตาขาว ยาวไปถึงตาดำ ชัดเจนหากปล่อยไปอีกเข้าสู่ระยะที่สาม
  • ระยะสาม จะเกิดเป็นพังพืด ร่วมกับอาการอักเสบ หรือ Epithelial keratitis ของตาดำซึ่งเริ่มอันตราย เป็นแผลเป็นปกคลุมตาดำ การรักษาด้วยยาในระยะนี้มักไม่ได้ผล มักมีอาการเจ็บตา ตาแห้ง แสบ
  • ระยะสุดท้าย หรือ ระยะแทรกซ้อน การเป็นตุ่มจะหายไปแต่จะมีการบวมเกิดขึ้นทำให้ดันขนตาเข้ามาในตาเมื่อกระพริบตาจะทำให้ขนตาบาดตาดำได้ซึ่งจะเกิดแผลได้ง่ายทำให้เชื้อโรคต่างๆสามารถเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ง่ายกว่าปกติเกิดเป็นการติดเชื้อที่ตาซ้ำซ้อน เสี่ยงต่อการเสียการมองเห็นได้หากไม่ทำการรักษาใดๆเลย

การรักษาโรคตาริดสีดวง

สำหรับการรักษาโรคนี้ ต้องใช้การรักษาด้วยยาร่วมกับการผ่าตัดเอาริดสดวงออก โดยรายละเอียดของการรักษา มีดังนี้

  • การใช้ยาฆ่าเชื้อ พวกยาปฏิชีวนะ กลุ่ม Tetracycline โดยการให้ยาปริมาณ 2 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 20 วัน และยาขี้ผึ้งป้ายตา ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง นานเป็นเวลา 60 วัน แต่หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการแพ้ยากลุ่มนี้จะให้ยาอีกชนิดหนึ่งคือ Erythromycin หรือ Agithromycine เพียง 1 ครั้ง แทน Tetracycline ก็ให้ผลการรักษาใกล้เคียงกัน
  • การผ่าตัด จะทำในรายที่อาการลุกลามจนมีแผลเป็น จะทำการผ่าตัดหากกระจกตาเสียจะต้องทำการเปลี่ยนกระจกตา เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อนตามที่กล่าวมาแล้ว

การป้องกันโรคตาริดสีดวง

  • รักษาความสะอาดพื้นฐานที่ควรทำ เช่น ล้างมือหลังจากทำกิจกรรมต่างๆเสร็จ ล้างเครื่อสำอางหลังจากแต่งหน้าทุกครั้ง ล้างหน้าก่อนนอนทุกครั้ง ควรหมั่นดูแลความสะอาดโดยเฉพาะใบหน้า
  • การระวังแมลงต่างๆ โดยเฉพาะแมลงวัน แมลงหวี่ เพราะเป็นพาหะโรคที่พบบ่อย ถังขยะควรมีฝาปิดมิดชิด กำจัดอาหารที่ไม่รับประทานไม่ควรตั้งทิ้งไว้
  • ระมัดระวังการใช้ของเครื่องใช้ส่วนตัว ซักล้างเป็นประจำ แว่นตา ผ้าเช็ดหน้า ไม่ควรใช้ร่วมกันเด็ดขาด
  • ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ควรถอดล้างทุกวัน ไม่ควรใช้เกิดระยะหมดอายุ ควรใช้แบบอ่อนจะดีที่สุด
  • ดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้สะอาดถูกสุขลักษณะที่ควรเป็น
  • ไม่ควรสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง
  • หากพบอาการบวม แดง แสบตารีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรซื้อยามาหยอดเอง

ถุงสายรุ้ง ถุงกระสอบ ขายถุงกระสอบ ขายถุงสายรุ้ง
ขายถุงกระสอบ ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบใส่ของ ราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove



โรคคือ ความผิดปกติของร่างกายที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ โรคต่างๆ เป็นอย่างไร อาการของโรค การรักษาโรค ชนิดของโรค
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคอ้วน
โรคอ้วน
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคระบบประสาทและสมอง
โรคระบบประสาทและสมอง
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคตา
โรคตา
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคหูคอจมูก
โรคหูคอจมูก
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคทางเดินอาหาร
โรคระบบทางเดินอาหาร
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคติดเชื้อ
โรคติดเชื้อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคติดต่อ
โรคติดต่อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคระบบฮอร์โมน
โรคระบบต่อมไร้ท่อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคไต
โรคไต
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคข้อและกระดูก
โรคข้อและกระดูก
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ  โรคมะเร็ง
โรคมะเร็ง
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคในช่องปาก
โรคในช่องปาก
สมุนไพรคือ ยาที่ได้จากธรรมชาติ ใช้ในการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย สมุนไพรที่ได้จากพืช จะใช้ส่วนต่างๆของพืช เช่น ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด ราก หัว ต้น แก่น กระพี้ เนื้อไม้ เปลือกไม้ เป็นต้น
หมามุ่ย เม็ดหมามุ่ย เมล็ดหมามุ่ย ต้นหมามุ่ย
หมามุ่ย
หญ้าแพะหงี่ สมุนไพรหญ้าแพะหงี่ Horny goat weed ยาหญ้าแพะหงี่
หญ้าแพะหงี่
ว่านชักมดลูก สมุนไพรชักมดลูก ยาว่านชักมดลูก ต้นว่านชักมดลูก
ว่านชักมดลูก
มะเขือเทศ สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรถคุณของมะเขือเทศ
มะเขือเทศ
ม้ากระทืบโรง สมุนไพรม้ากระทืบโรง ยาม้ากระทืบโรง ยาดองม้ากระทืบโรง
ม้ากระทืบโรง
โสม โสมเกาหลี โสมขาว สมุนไพรโสม
โสม
กวาวเครือขาว กวาวเครือ หัวกวาวเครือขาว สมุนไพรกวาวเครือขาว
กวาวเครือขาว
โด่ไม่รู้ล้ม ว่านโด่ไม้รู้ล้ม สมุนไพร สมุนไพรไทย
โด่ไม่รู้ล้ม
ถั่งเช่า ตังถั่งเช่า สมุนไพร สมุนไพรจีน
ถั่งเช่า