โรคมะเร็งปากมดลูก เสี่ยงในหญิง 45 ปีขึ้นไป หมั่นตรวจคัดกรองทุกปี


โรคมะเร็งปากมดลูก หรือ Cervical cancer มีสาเหตุการเกิดโรคอย่างไร อาการโรค การตรวจโรค ระยะโรค การรักษา การป้องกันโรค กลุ่มเสี่ยง บทความนี้จะนำข้อมูลมาเสนอ

โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงเท่านั้น โดยเฉพาะวัยกลางคน อายุ 45 ปี ขึ้นไป และพบน้อยในวันเด็กและวัยชราตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป

โรคมะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงได้แก่

  • เชื้อไวรัส ฮิวแมน แปปิลโลมา หรือ เอชพีวี (HVP) เป็นพวกไวรัสหูด ติดเชื้อจากบาดแผลขณะมีเพศสัมพันธ์
  • กรรมพันธุ์
  • การมีลูกมากหลายคน มากกว่า 3 คน จะมีโอกาศเสี่ยงมากขึ้น
  • ขาดสารอาหาร คนที่รับประทานผักผลไม้จะมีความเสี่ยงลดลง
  • การใช้ยาคุมฉุกเฉิน
  • การสูบบุหรี่
  • มีประวัติการอักเสบของปากมดลูก
  • มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • โรคเอดส์
  • เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • มีเพศสัมพันธุ์ตั้งแต่เด็กน้อยกว่า 18 ปี
  • คู่นอนเคยมีประวัติโรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย

โรคมะเร็งปากมดลูก มีอาการที่พบบ่อยได้แก่

  • มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้งๆที่ไม่ได้เป็นประจำเดือน
  • เป็นประจำเดือนนานผิดปกติ
  • มีตกขาวมากผิดปกติ
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
  • มีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธุ์
  • ปวดหลัง หรือ ก้นกก
  • ปัสสาวะผิดปกติ

โรคมะเร็งปากมดลูก มีการตรวจคัดกรองโดย การตรวจแป๊ปสเมียร์ (Pap smear) ปีละ 1 ครั้ง โดยการป้ายเซลล์จากปากมดลุกแล้วนำมาป้ายลงกระจก สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ 50-60% หากต้องสงสัยจะมีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา

โรคมะเร็งปากมดลูก มีการวินิจฉัยโรคโดย

  • การตรวจประวัติการรักษา รวมถึงประวัติทางพันธุกรรมต่างๆ
  • การตรวจช่องท้อง
  • การตรวจภายใน
  • การตรวจแป๊ปสเมียร์
  • การตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา

โรคมะเร็งปากมดลูก มีระยะโรคได้แก่

  • ระยะ 0 ยังไม่พบคามผิดปกติเด่นชัดใดๆ แต่สามารถตรวจได้โดย แป๊ปสเมียร์
  • ระยะ 1 พบเซลล์มะเร็งบริเวณปากมดลูก ยังไม่ลุกลาม
  • ระยะ 2 มะเร็งลุกลามจากปากมดลูก ไปช่องคลอด
  • ระยะ 3 มะเร็งลุกลามไปผนังอุ้งเชิงกราน ทับท่อไต ทำให้ไตไม่สามารถทำงานได้
  • ระยะ 4 ลุกลามไปอวัยวะต่างๆ เช่น กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ ตับ ปอด สมอง

โรคมะเร็งปากมดลูก รักษาได้โดยแบ่งตามระยะโรค 

  • ระยะ 0 ตัดเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งออกรักษามดลูกไว้ หรือ สามารถตัดมดลุกออกเลยหากมีบุตรพอแล้ว อัตรารอด 100%
  • ระยะ 1 ผ่าตัดมีทั้งการตัดท่อนำไข่ รังไข่ หรือตัดมดลุกออกพร้อมต่อมน้ำเหลือง อัตรารอด ประมาณ 80-90%
  • ระยะ 2 ผ่าตัดมดลูกออกและใช้เคมีรักษาร่วมกับรังสี อัตรารอด ประมาณ 60-70%
  • ระยะ 3 รักษาด้วยรังสีร่วมกับเคมีบำบัด อัตรารอด ประมาณ 40-50%
  • ระยะ 4 รักษาบรรเทาตามอวัยวะที่มีการลุกลาม ทั้งการใช้รังสีและเคมี ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย อัตรารอด ประมาณ 0-20%
  • การตรวจพบเร็วจะทำให้หายขาดได้ และ ผลข้างเคียงการรักษา ได้แก่ ผ่าตัด (ติดเชื้อ แผล เจ็บปวด) /เคมี (อาการคลื่นไส้ อาเจียน)/ รังสี (ผิวหนังบริเวณที่รับรังสี)

โรคมะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้โดย 

  • การรับวัคซีนเอชพีวี
  • การงดบุหรี่
  • ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์
  • ให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัย
  • คุมกำเนิด
  • ไม่มีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัยอันควร
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนหลายคู่
  • รับการตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี

 

 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

โรคท้องอืดท้องเฟ้อ ลดการรับประทานไขมัน และรับประทานแค่พ... โรคท้องอืดท้องเฟ้อ คือ โรคอะไร มีอันตรายมากไหม เมื่อเป็นแล้วต้องทำอย่างไร สาเหตุการเกิดโรคคืออะไร กลไกการเกิดโรคเป็นอย่างไร รักษาได้ไหม บทคามนี้จะนำข้...
โรควิตกกังวล คิดมากกระวนกระวาย นอนไม่หลับ... โรควิตกกังวล คือ โรคอะไร เป็นโรคจิตไหม ทำไมนอนไม่หลับ ทำอย่างไรให้เลิกวิตกกังวล คิดมากทำอย่างไร รักษาอย่างไร ยาคลายเครียด ยาแก้เครียด บทความนี้จะเสนอข...
โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ผดผื่น คันแสบแดง... โรคภูมิแพ้ผิวหนัง คือ โรคอะไร ทำไมถึงเป็นโรคนี้ อาการที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง การตรวจวินิจฉัยโรคทำอย่างไร การรักษาทำอย่างไร สามารถป้องกันโรคนี้ได้ไหม บทควา...


โรคต่างๆ

เนื้อหาสุขภาพ

โรคต่างๆ

สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ