อาการไอ มีเสมหะ ระคายเคืองคอ ร่างกายเตือนอาการป่วย



%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%adอาการไอ หรือ Cough เป็นอาการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ การไอจากสิ่งระคายเคืองไม่สามารถควบคุมได้ เรียกว่าเป็นรีเฟรกของร่างกาย กลไกการไอเกิดจากการเริ่มหายใจเข้าปอด จากนั้นหายจากออกอย่างรุนแรงผ่านทางปาก กล่องเสียงที่ปิดอยู่จะต้านแรงหายใจออกทำให้เกิดเสียงที่เรียกว่าอาการไอดังกล่าว สิ่งระคายเคืองที่ทำให้ไอนั้นอาจจะเป็นเชื้อโรคต่างๆหรือวัสดุที่เข้าสู่ระบบหายใจ เช่น เศษอาหารต่างๆ

อาการไอ ที่เกิดต่อเนื่องยาวนาน โดยไม่หายนั้นเป็นข้องสังเกตุได้ว่า เป็นอาการไอจากการติดเชื้อ ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ทั้งนี้การไอยังสามารถทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค จากบุคคลที่ติดเชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้ ซึ่งถือเป็นวิวัฒนาการของเชื้อโรคต่างๆที่ทำให้เกิดอาการไอ ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

อาการไอ มีสาเหตุการเกิดอาการได้แก่

  1. การติดเชื้อโรค ทำให้เกิดการระคายเคืองอักเสบต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการแพ้
  2. การสูบบุหรี่ พบว่าควันบุหรี่ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของปอดและระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปอดไม่แข็งแรงและมีอาการไอ
  3. การได้รับมลพิษทางอากาศ เช่น ควันรถยนต์ ฝุ่นระออง ควันพิษโรงงานอุตสาหกรรม ร่างกายจะตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้โดยการไอ เพื่อเป็นการเตือนร่างกายให้ทราบถึงสิ่งผิดปกติที่เข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ
  4. วัสดุหรือเศษอาหารเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ จะเป็นปฏิกิริยารีเฟรกของร่างกายที่จะตอบสนองต่อสิ่งนั้นโดยอัตโนมัติทำให้เกิดอาการไอ
  5. การที่ร่างกายสั่งให้ไอ อาการไอสามารถควบคุมโดยความตั้งใจได้ ทุกคนสามารถสั่งให้แกล้งไอได้

อาการไอ มีโรคที่เกี่ยวข้องได้แก่

  1. โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
  2. โรคระบบทางเดินหายใจ
  3. โรคหืด
  4. โรคกรดไหลย้อน
  5. โรคหลอดลมอักเสบ
  6. โรคหัวใจ
  7. วัณโรค
  8. โรคมะเร็งปอด
  9. โรคไข้หวัดใหญ่
  10. โรคปอดบวม
  11. โรคภูมิแพ้
  12. โรคถุงลมโป่งพอง
  13. โรคไอกรน

อาการไอ มีการดูแลรักษาตนเองได้โดย 

  1. การพักผ่อนร่างกายให้เพียงพอ ไม่หักโหมทำงานเมื่อเกิดอาการไอ
  2. การดื่นน้ำอุ่นมากๆ
  3. การรับประทานยาแก้ไอ ยาขับเสมหะ
  4. การงดสูบบุหรี่ หรือ ถ้าสามารถเลิกได้จะทำให้ร่างกายกลับมาหายใจปกติปราศจากอาการไอ การเลิกบุหรี่ควรค่อยเป็นค่อยไป คนรอบข้างควรให้กำลังใจ
  5. หากมีอาการไอไม่หยุด มากกว่า 3 วัน หรือไอมีเลือดปนควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
  6. ควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อให้บุคคลอื่น
  7. หากมีอาการไข้ อาการคลื่นไส้อาเจียน ร่วมด้วยควรรีบพบแพทย์



โรคต่างๆ


สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ