อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่หลับ เครียด กังวล



%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หรือ Fatigue เป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบบ่อย พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยเมื่ออายุมากขึ้นจะพบว่ามีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าได้ง่ายกว่าวัยเด็ก ทั้งนี้อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าเป็นอาการความรู้สึก มิใช่โรคแต่เป็นผลพวงมาจากโรคต่างๆ และความเครียดทางด้านอารมณ์ การทำงานหนัก สภาพแวดล้อมรอบตัวล้วนมีผลต่ออาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าทั้งนั้น

อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า มีหลายระดับอาการ ได้แก่    

  1. อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า จากภาวะทางร่างกาย หรือ Physiologic fatigue เป็นอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าที่พบได้บ่อยมักจะพบในวัยทำงาน สาเหตุมักมาจากการทำงานหนักมากเกินไป ขาดการพักผ่อนอย่างเพียงพอ อดหลับอดนอน เกิดความเครียดกังวลนอนไม่หลับทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า มักจะหายเองได้หากได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอและการผ่อนคลายความเคียด อาการในขั้นนี้ไม่รุนแรงเป็นอาการชั่วคราว
  2. อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า จากโรคต่างๆ หรือ Secondary fatigue เป็นอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าที่ไม่ได้เป็นผลมาจากการทำงาน ความเครียด การขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ แต่เป็นอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าที่เป็นผลมาจากการป่วยเป็นโรคต่างๆ ที่จะกล่าวต่อไป และอีกกรณีคือเป็นผลข้างเคียงมาจากการรักษาโรคที่เป็นด้วยยาต่างๆ เช่นยาลดน้ำตาลในเลือด ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งนี้อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าขั้นนี้สามารถพัฒนาไปเป็นอาการขั้นถัดไปได้ อาการในระดับนี้ถือว่าอยู่ในขั้นการระมัดระวังไม่ควรปล่อยให้ลุกลาม
  3. อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าฉับพลัน หรือ Acute fatigue เป็นการอากเหนื่อยล้าร่วมกัน จากขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ซึ่งจะเกิดอาการนี้ไม่เกินครึ่งปี แล้วจะหายไปในที่สุด
  4. อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าเรื้อรัง หรือ Chronic fatigue เป็นอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าที่มีระยะเวลานานกว่าครึ่งปี ส่วนมากจะพบได้ในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายๆ ซึ่งควบคุมการแพร่กระจายของมะเร็งไม่ได้ การรักษามักจะเป็นการประคับประคองอาการ ในระยะนี้อันตรายมากสามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า มีกมีอาการอื่นร่วม ได้แก่

  1. นอนไม่หลับ
  2. ตื่นกลางดึก
  3. หน้าซีด
  4. เบื่ออาหาร
  5. อาการไข้
  6. อาการปวดศีรษะ
  7. หนาวสั่น
  8. ปวดเมื้อยกล้ามเนื้อ
  9. หลงลืม
  10. ซึมเศร้า
  11. อาการผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  12. อาการผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  13. อาการคลื่นไส้ อาเจียน

อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า มีโรคต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  1. โรคโลหิตจาง
  2. โรคภูมิคุ้มกันตนเอง
  3. โรคมะเร็ง
  4. โรคหัวใจ
  5. โรคไต
  6. โรคตับ
  7. โรคเบาหวาน 
  8. โรคซึมเศร้า

อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า มีการวินิจฉัยโรคดังนี้

  1. ตรวจประวัติการรักษา
  2. ตรวจประวัติการดำรงชีวิต ปัญหาทางครอบครัว การงาน สิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย
  3. ตรวจร่างกายทั่วไป
  4. ตรวจเลือดดูน้ำตาลในเลือด ในรายที่สงสัยว่าเป็นนโรคเบาหวา การทำงานไต ตับ
  5. เอกซ์เรย์ปอด
  6. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  7. ตรวจชิ้นเนื้อในรายที่สงสัยว่าเป็นโรคมะเร็ง

อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า สามารถดูแลและป้องกัน ได้โดย

  1. รับประทานอาหารให้มีประโยชน์ ครบ 5 หมุ่ ลดแป้ง อาหารมัน เพิ่มผักผลไม้
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่หักโหม พิจารณาให้เหมาะกับวัย
  3. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงในวัยทำงาน และ 8-10 ชั่วโมงในเด็ก
  4. รักษาความสะอาดป้องกันเชื้อโรคต่างๆ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
  5. เลิกสูบบุหรี่ โดยค่อยๆลดปริมาณและคนรอบข้างคอยให้กำลังใจ
  6. เลิกดื่มสุรา ค่อยๆลด จนสามารถเลิดขาดได้
  7. ลดการดื่มกาแฟ เพราะทำให้นอนไม่หลับ
  8. ปรับสภาพที่นอนให้เหมาะแก่การนอนหลับ ปราศจากสิ่งรบกวน
  9. ปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยาต่างๆที่มีผลทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
  10. ในรายที่เป็นโรคเบาหวาน ควรควบคุมอาการและปฏิบัติตัวในการรักษาอย่างเคร่งคัด
  11. ตรวจสุขภาพประจำปี หรือเมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆ
  12. พบแพทย์โดยด่วนเมื่อ คลำเจอก้อนเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองพองโต มีเลือดออกทางปัสสาวะ หรือ อุจจาระ เสมหะหรือน้ำลายมีเลือดปน



โรคต่างๆ


สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ