อาการชา ปลายมือ ปลายเท้าไม่รู้สึก



%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b2อาการชา หรือ Numbness เป็นอาการไม่ใช่โรค สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย และมีโอกาสพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะ นิ้วมือ นิ้วเท้า แขน ขา ทำให้ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึก การสัมผัส ความเจ็บปวด ในบริเวณที่มีอาการชา

อาการชา มีสาเหตุมาจากการได้รับบาดเจ็บของเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความรู้สึก ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่

  1.  การดื่มสุรามากเกินขนาด หรือติดสุราเรื้อรัง
  2. การสูบบุหรี่มาก หรือติดบุหรี่สูบต่อเนื่องยาวนาน
  3. การได้รับสารกระตุ้นการแพ้ต่างๆ เช่น การแพ้ยา การแพ้อาหารทะเล
  4. การขาดสารอาหารเป็นเวลานาน รวมทั้งการขาดเกลือแร่ของร่างกาย
  5. การกดทับอวัยวะใดนานๆ ไม่ขยับตัว เช่น การนั่งนานๆ การนอนไม่เปลี่ยนท่านานๆ
  6. การขาดวิตามินบี 1
  7. การถูกสัตว์มีพิษ แมลง กัด ต่อย
  8. การได้รับสารตะกั่วในปริมาณสูง
  9. การบาดเจ็บ เป็นแผลต่างๆ
  10. การแพ้อาหาร ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

อาการชา มีโรคที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  1. โรครูมาตอยด์
  2. โรคเกาต์
  3. โรคเบาหวาน
  4. โรคอ้วน
  5. โรคหลอดเลือดในสมอง
  6. โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
  7. โรคความดันโลหิตสูง
  8. โรคระบบประสาทและสมอง
  9. โรคเหน็บชา

อาการชา สามารถบรรเทาอาการได้โดย

  1. พักการทำงาน การใช้งานอวัยวะหรือบริเวณที่มีอาการชา จนกว่าจะหายดี
  2. ไม่กดทับ หรือลงน้ำหนัก ในอวัยวะที่เกิดอาการชา
  3. ใช้เครื่องช่วยพยุงตัวหากชาที่เท้า แล้วจำเป็นต้องเดิน
  4. รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล
  5. หยุดรับประทานอาหารนั้นทันทีเมื่อเกิดอาการชาที่ปากขณะรับประทาน

อาการชา ที่มีอาการอื่นร่วมด้วยควรพบแพทย์เมื่อ

  1. อาการชา ไม่หายนาน 3-4 วัน
  2. เท้าบวม แขนขาบวม
  3. นิ้วมือ นิ้วเท้ามีสีคล้ำ
  4. มีอาการไข้ร่วมด้วย
  5. มีอาการปวดร่วมด้วย
  6. เกิดบาดแผลแล้วชาที่มือ และเท้า โดยบาดแผลหายช้า
  7. เกิดอาหารชา จนไม่สามารถขยับร่างกายได้
  8. ตาตก ปากเบี้ยว



โรคต่างๆ


สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ