ศัลยกรรมคาง เสริมสวยด้วยการเสริมคาง ฉีดคาง ราคาเท่าไร


ศัลยกรรมคาง เสริมคาง เหลาคาง เติมคาง ฉีดคาง เจ็บไหม แพงไหม ราคาเท่าไหร่ ทำได้ที่ไหน อันตรายไหม ข้อควรระวัง เลือกหมออย่างไร มีกี่ประเภท หลังทำเป็นอย่างไร บทความนี้จะ รวบรวมข้อมูลให้ทราบ

ศัลยกรรมคาง มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

  1. การฉีดฟิลเลอร์
  • ต้องฉีดซ้ำทุก 6 เดือน หรือทุก 1 ปี เพราะตัวฟิลเลอร์จะไม่คงอยู่ถาวร และอาจจะต้องใช้ในปริมาณมากหากคางลักษณะเดิมมีความสั้น ถ้าหากเกิดฉีดผิดตำแหน่งตัวฟิลเลอร์อาจจะเกิดการไหลย้อนกลับได้ เพราะมีสถานะเป็นของเหลว หรือยิ่งถ้าหากไปฉีดที่คลินิกเถื่อน หมอกระเป๋า คางอาจจะเกิดการอักเสบเรื้อรัง จ่ายถูกก็จริง แต่การขูดแก้เสียเป็นแสน ไม่คุ้มกันเลย
  • เป็นการฉีดสารเพื่อเติมเต็ม (ของแท้) และเป็นวิธีที่ทำเสร็จเร็วที่สุด ทำได้ง่าย และ ไม่ต้องพักฟื้น
  1. การใช้ silicorn เสริม
  • เรียกได้ว่า เป็นการผ่าตัดเล็กๆ และใส่ซิลิโคนเข้าไปในบริเวณของคาง อยู่ได้ถาวร เหลาได้ และ ปรับทรงได้ตามต้องการ
  • มีให้เลือกหลายขนาดตามความเหมาะสมของรูปหน้า หลังผ่าตัดต้องใช้เวลาพักฟื้นพอสมควร แผลถึงจะหายดี

 การเสริมคาง มีการวางแผลอยู่ 2 แบบ คือ

  • แผลด้านใน เป็นการลงแผลด้านในของช่องปาก บริเวณริมฝีปากล่าง เหมาะสำหรับคนที่มีแผลเกิดเป็นนูนได้ง่าย ซึ่งหลังจากการผ่าตัดแล้วนั้น คนไข้จะต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากเศษอาหาร หรือแม้กระทั่งน้ำลาย ช่วงแรกอาจจะทำให้พูดลำบาก และ รับประทานอาหารก็ค่อนข้างที่จะลำบาก
  • แผลด้านนอก เป็นการลงแผลบริเวณใต้คาง ซ่อนแผลไม่ให้มองเห็น และใช้วิธีการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ แผลจะมีขนาดที่เล็ก และมีอาการช้ำน้อยมาก สามารถเลือก หรือปรับรูปทรงได้ตามต้องการ แพทย์สามารถวางตำแหน่งได้แม่นยำ ลดโอกาสการบิดเบี้ยวของซิลิโคนได้ รอยแผลที่เกิดจากการผ่าตัดจะจางลงไป 2-4 เดือน หลังผ่าตัด

 ข้อควรปฏิบัติหลังการเสริมคาง

  • หลังจากผ่าตัด 3-4 วัน จะมีอาการบวมบริเวณแผลผ่าตัด แต่หากปวดและบวมมาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • หลังจากผ่าตัด 2-3 วัน ควรจะนอนเอนหลังในลักษณะยกศีรษะสูง เพื่อช่วยลดอาการเลือดคั่งที่แผล และควรจะประคบเย็นบริเวณผลอย่างสม่ำเสมอ
  • ควรงดอาหารประเภทรสจัด และ งดดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นหน้าเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้แผลมีอาการบวม
  • หลังผ่าตัด ควรจะกินอาการเหลว หรือ อาหารที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนบริเวณแผล และควรบ้วนปากทุกครั้งหลังจากกินอาหาร เพื่อลดการสะสมของเศษอาหาร

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไฝ อันตรายไหม เกิดจากอะไร เอาออกอย่างไร... ไฝ เกิดจากอะไร ทำไมมีไฝ ไฝอันตรายไหม รักษาไฝอย่างไร เอาไฝออกอย่างไร ไฝมะเร็ง ไฝผิดปกติ ไฝใหญ่อันตรายไหม ไฝผิวไม่เรียบ รูปร่างไฝ บทความนี้จะรวบรวมข้อมู...
โรคกลัวอ้วน ล้วงคออ๊วกหลังกินข้าว โรคจิตรเวชผู้หญิงรีบร... โรคกลัวความอ้วน คือ โรคอะไร สาหตุเกิดจากอะไร อาการกลัวอ้วนเป็นอย่างไร สัญญาณเตือนมีอะไรบ้าง กลัวอ้วนเป็นโรคจิตไหม รักษาป้องกันอย่างไร บทความนี้จะรวบรว...
นับวันปลอดภัย 7 หน้า 7 หลัง เสี่ยงตั้งครรภ์... นับวันปลอดภัย คือ อะไร 7 หน้า 7 หลัง นับอย่างไร เสี่ยงมากไหม อันตรายไหม วิธีนับ ข้อเสียคืออะไร ข้อดีคืออะไร ลืมนับทำอย่างไร วันที่ 1 คือ วันไหน บทความ...


โรคต่างๆ

เนื้อหาสุขภาพ

โรคต่างๆ

สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ