โรคในช่องปาก โรคทุกข์ทรมาน ค่าใช้จ่ายรักษาสูง ควรป้องกันตั้งแต่ต้น



%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81โรคในช่องปาก หรือ Oral diseases หมายถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอวัยวะที่อยู่ภายในช่องปาก ซึ่งที่พบบ่อยจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับ ฟัน เหงือก ลิ้น ต่อมน้ำลาย และมะเร็งในช่องปาก เนื่องจากปากเป็นอวัยวะด่านแรกของการรักประทานอาหาร ดังนั้นผู้ป่วยโรคนี้มักจะได้รับความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากหากไม่ได้รับการรักษาให้ขาดปกติ

โรคในช่องปาก ที่พบทั่วไปคือโรคเกี่ยวกับฟันเนื่องจากฟันมีหน้าที่ในการบดอาหารให้มีขนาดเล็กลงเพื่อสามารถกลืนลงคอได้ ดังนั้นหากเกิดอาการฟันพุจะทำให้ไม่สามารถบดอาหารได้อย่างปกติ และหากปล่อยเรื้อรังจะทำให้เนื้อฟันหายไปเรื่อยๆจนทะลุถึงประสาทฟัน ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดไม่สามารถใช้งานได้เลย ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต สุขภาพจิต และค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพในช่องปากเพื่อการหลีกเลี่ยงโรคในช่องปาก

สภาพในช่องปาก เนื่องจากปากเป็นปราการด่านแรกในการรับอาหารเข้าสู่ร่างกาย และอาหารนั้นเองก็เป็นแหล่งพลังงานชั้นดีในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในช่องปาก ในปากของมนุษย์ทุกคนมีจุลินทรีย์เจริยเติบโตเป็นปกติอยู่แล้ว แต่หากได้รับอาหารที่สามารถนำไปใช้ได่โดยตรงเลยเช่นพวกน้ำตาล เมื่อน้ำลายสัมพัสกับน้ำตาลจะกลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวซึ่งจุลินทรีย์จะนำไปใช้เป็นพลังงานเพื่อการขยายจำนวนให้มากขึ้นเกิดระหว่างการเจริญติบโตจะปล่อยของเสียต่างๆออกมาเป็นกรดมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนเนื้อฟัน และทำให้เกิดการอักเสบของเหงือก ดังนั้นการรักษาความสะอาดในช่องปากจึงสำคัญมากต่อการยืดอายุการใช้งานของฟันและเหงือก ซึ่งจะกล่าวถึงวิธีกรป้องกันต่อไป   

โรคในช่องปาก ที่พบบ่อยได้แก่

  1. โรคฟันผุ
  2. โรคเหงือกอักเสบ
  3. กลิ่นปาก
  4. โรคมะเร็งต่อมน้ำลาย
  5. โรคปากเปื่อย
  6. โรคแผลร้อนใน
  7. คราบหินปูน
  8. ปากแห้ง
  9. โรคปากแหว่งเพดานโหว่
  10. ฟันคุด
  11. โรคลักปิดลักเปิด

โรคในช่องปาก มีสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค ได้แก่

  1. การรักษาความสะอาด พบว่าผู้ป่วยมักละเลยการรักษาความสะอาดในช่องปาก ทั้งการแปรงฟัน การกำจัดเศษอาหารตามซอกฟัน
  2. พฤติกรรมการกิน พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มักชอบทานอาหารที่เป็นพวกแป้งและน้ำตาล โดยเฉพาะพวกขนมหวานและการกินจุบจิบ
  3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญต่อการเป็นโรคในช่องปาก ทั้งโรคฟัน โรคเหงือก โรคมะเร็งในช่องปาก
  4. ฟันเรียงตัวไม่ปกติทำให้เกิดการสะสมของเศษอาหารได้ง่าย ได้แก่ ฟันซ้อน ฟันเกต่างๆ
  5. การใส่เครื่องมือทางทันตกรรมต่างๆ ทั้งฟันปลอมและลวดดัดฟัน
  6. โรคน้ำลายแห้ง พบว่าน้ำลายมีประโยชน์ในการลดจำนวนจุลินทรีย์ในช่องปาก แต่หากคนที่เป็นโรคน้ำลายส่วนมากจะเกิดจากผลข้างเคียงของรังสีบำบัดต่างๆ ทำให้มีจุลินทรีย์ในช่องปากมากเกิดกลิ่นปากและเหงือกอักเสบได้ง่าย
  7. อายุ คนที่อายุมากจะพบว่าเกิดการเสื่อมของฟัน เงือก น้ำลาย ทำให้เกิดการสะสมของจุลินทรีย์ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  8. การขาดสารอาหาร คนที่ขาดวิตามินบีและดี จะทำให้เกิดโรคในช่องปากได้ง่าย เพราะวิตามินเหล่านี้จะช่วยบำรุงเหงือกและกระดูกรวมถึงฟันด้วย
  9. โรคอื่นๆ เช่น ภูมิคุมกันบกพร่องทำให้เนื้อเยื่อบริเวณปากอ่อนแอ เกิดการอักเสบได้ง่าย
  10. ผู้รับประทานยาลดความดันโลหิต พบว่ามีผลต่อเหงือก ทำให้เกิดอาการเหงือกบวมได้ง่ายกว่าปกติ
  11. พันธุกรรม หรือ การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก เช่นโรคปากแหว่งเพดานโหว่
  12. โรคเบาหวาน พบว่าผู้ป่วยโรคนี้มีอาการเหงือกอักเสบร่วมด้วย

โรคในช่องปาก มีอาการที่สามารถสังเกตุได้ด้วยตนเอง ดังนี้

  1. ฟันผุ ผู้ป่วยสามารถสังเกตุได้จากการใช้ลิ้นสัมผัส หรือการส่องกระจกเพื่อดูความผิดปกติของสีฟัน เนื้อฟันที่หายไป
  2. อาการเสียวฟัน เมื่อทานของเย็นต่างๆ
  3. ปวดที่เหงือก มีอาการบวมแดงที่เหงือก
  4. มีกลิ่นปาก ทั้งที่พึ่งแปรงฟันแต่ก็ยังมีกลิ่นปาก
  5. น้ำลายแห้ง กลืนน้ำลายแล้วแสบคอ
  6. น้ำลายมีเลือดปน
  7. มีเลือดออกขณะแปรงฟัน
  8. เคี้ยวอาหารแล้วเจ็บ
  9. เกิดอาการพองโตของก้อนเนื้อในช่องปาก
  10. เหงือกร่น
  11. ฟันเหลือง

โรคในช่องปาก มีการป้องกันการเกิดโรค ดังนี้

  1. ดูแลรักษาสุขอนามัยในช่องปากได้แก่ การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ควรค่อยๆแปรงให้ครบทุกซี่ ทุกด้าน เน้นที่ฟันกรามที่อยู่ลึกในช่องปาก และใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ เพราะสามารถลดจุลินทรีย์ในช่องปากได้ ใช้เวลาแปรงฟันอย่างน้อย 2 นาที
  2. ใช้ไหมขัดฟัน เพราะว่าการแปรงสีฟันบางครั้งไม่สามารถกำจัดเศษอาหารออกจากซอกฟันได้ ควรขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ก่อนแปรงฟัน
  3. เลิกสูบบุหรี่ จะสามารถลดอาการ การลุกลาม ของโรคในช่องปากได้อย่างมีนัยสำคัญ
  4. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆต่อการเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และ โรคอ้วน
  5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักและผลไม้ ลดอาหารพวกแป้งและน้ำตาล ขนมหวาน
  6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  7. หากพบอาการผิดปกติในช่องปากตามที่กล่าวมา ควรรีบพบแพทย์หรือทันตแพทย์โดยด่วน



โรคต่างๆ


สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ