โรคอ้วน โรคที่มากับพฤติกรรมการกิน ความเครียด และพันธุกรรม



โรคอ้วน ภาษาอังกฤษคือ obesity หมายถึง สภาวะทางร่างการที่มีการสะสมไขมันมากจนผิดปกติ ทำให้มีน้ำหนักตัวเกินกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ คนที่เป็นโรคอ้วนมักจะมีอาการที่เรียกว่าภาวะล้มเหลวของการเผาโรคอ้วน ลงพุง อาหารขยะ โรคเรื้อรังพลานในร่างกาย (Metabolic syndrome) เกิดจากการขาดภาวะสมดุลของการเผาพลานพลังงาน เรียกง่ายๆว่าขาดการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเผาพลานพลังงานได้ไม่ปกติ น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เกิดการสะสมของพลังงานรูปแบบต่างๆมากเกินไป ก็เป็นสาเหตุของโรคอ้วนได้อีกทางหนึ่ง

ค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index) หรือ บีเอ็มไอ (BMI) ที่มีค่าตั้งแต่ 25 ถึง 30 เรียกว่า น้ำหนักตัวเกิน และ 30 ขึ้นไปเรียกว่า เป็นโรคอ้วน ทั้งนี้ค่าดัชนีมวลกายของคนปกติคือ18.5-24.9 ส่วนคนที่ต่ำกว่า 18.5 ถือว่าผอมเกินไป

การหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) หาได้จาก น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร) ที่ยกกำลังสอง หรือเขียนเป็นสูตรได้ คือ น้ำหนัก/ส่วนสูง²

รู้ได้อย่างไรว่าตัวเองอ้วน นอกจากการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเพื่อหาดัชนีมวลกายแล้ว สามารถสังเกตุที่หน้าท้องหรือพุงของตัวเองได้ เช่นกางเกงที่เคยใส่ได้ไม่สามารถใส่ได้ สังเกตุตัวเองว่าเหนื่อยง่ายกว่าปกติ รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว หรือยืนตรงแล้วใช้มือหยิกที่หน้าท้องหากหยิกได้ก้อนเนื้อให้เริ่มระวังว่าจะเป็นโรคอ้วน อีกทางนึงคือการตรวจค่าความดันโลหิต ค่าน้ำตาลในเลือด และค่าไขมันในเลือด ทั้งนี้การใช้ค่าดัชนีมวลกายจะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด

โรคอ้วน ออกเป็น 3 ระดับ เพื่อบอกความรุนแรงของสภาพความอ้วน คือ ปานกลาง รุนแรง และรุนแรงมาก โดยระดับความรุนแรงมาก คือ ค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 40 ขึ้นไป ผู้ที่เป็น โรคอ้วน จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆตามมา ได้แก่


Οโรคความดันโลหิตสูง ΟโรคหัวใจΟ โรคเบาหวาน Οโรคเก๊าท์


โรคอ้วน มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกิน การดำรงชีวิต คนที่เป็นโรคอ้วนจะมีการกินที่มากกว่าคนปกติ โดยอาหารที่กินจะเป็นพวกแป้ง อาหารหวาน อาหารมัน โดยจะมีผักและผลไม้เป็นส่วนน้อย และขาดการออกกำลังกายขยับร่างกาย มักพบในคนที่ต้องทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ คนที่ติดเกมส์ ติดทีวี งานที่ไม่ได้ขยับร่างการ งานที่ทำให้เครียด เมื่อเกิดความเครียดมักจะมีการกินที่มากขึ้นกว่าปกติ

โรคอ้วน มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ พบว่าคนที่มีญาติพ่อแม่พี่น้องที่เป็นโรคอ้วนมักจะเป็นโรคอ้วนด้วย อันเนื่องมาจากร่างกายสร้างฮอร์โมนที่ลดความอยากอาหารได้น้อย การเผาพลานพลังงานได้น้อยกว่ปกติ รวมทั้งการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนในครอบครัว มักจะทานอาหารเหมือนกันๆ ทำกิจกรรมคล้ายๆกัน ทำให้คนในครอบครัวเดียวกันมักจะอ้วนเหมือนๆกัน

โรคอ้วน มีข้อสังเกตุในบุคคลที่เสี่ยงคือ

  1. อายุ มักพบว่าคนที่มีอายุมากจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนมากกว่าคนอายุน้อย อาจจะเพราะเมื่ออายุมากขึ้นกิจกรรมที่จะทำให้ร่างกายขยับจะน้อยลง
  2. ฐานะทางเศรษฐกิจ มักพบว่าที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีมักจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอ้วนมากกว่า อาจจะเพราะการบริโภคอาหารต่างๆมากขึ้น

โรคอ้วน รักษาได้อย่างไร เนื่องจากโรคอ้วนเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการกิน การดำรงชีวิตของผู้ป่วย ดังนั้นการรักษาจะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยเอง แพทย์จะต้องมีการกระตุ้นให้เห็นถึงโทษและข้อเสีย รวมถึงโรคต่างๆที่จะตามมาของการเป็นโรคอ้วน ให้กำลังใจผู้ป่วย การกำหนดเป้าหมายการลดน้ำหนัก แนะนำปริมาณอาหาร ประเภทของอาหารที่ควรบริโภค การออกกำลังกาย ทั้งนี้การรักษาจะต้องค่อยเป็นค่อยไป หากหักโหมเกินไปจะทำให้ผู้ป่วยท้อแท้หมดกำลังใจ กลับมาเป็นโรคอ้วนอีกได้ ในรายที่มีอาการหนักเรื้อรัง อาจจะพิจารณาผ่าตัดประเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้บริโภคอาหารได้น้อยลง ผู้ป่วยโรคอ้วนไม่ควรใช้ยาลดความอ้วนใดๆนอกเหนือจากคำสั่งแพทย์เพราะอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

โรคอ้วน ไม่มีวิธีรักษาทางลัด ผู้ป่วยจะต้องดูแลรักษาตนเองโดย

  1. อาหารที่รับประทาน จะต้องมีแป้งและไขมันน้อย เพิ่มกากใยให้มากพวกผักผลไม้ให้มาก อาหาร 1 มื้อ ควรมีแป้ง 1 ส่วน เนิ้อสัตว์ 1 ส่วน และผักผลไม้อีก 2 ส่วน หรือ 1:1:2 ปริมาณรวมต้องไม่มากเกินไปให้ทานแต่พออิ่ม
  2. ขยับร่างกายให้มากขึ้น ลดการใช้โทรศัพท์มือถือ การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หันมาทำกิจกรรมอื่นๆมากขึ้น เช่นการทำสวน การกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ซักผ้า ออกไปเล่นกับลูกหลานที่สวนสาธารณะเป็นต้น
  3. วิธีการกิน ผู้ป่วยควรจะเปลี่ยนวิธีการกินให้ค่อยๆเคี้ยวอาหาร อาจจะนับครั้งการเคี้ยว 1 คำเคี้ยวประมาณ 20-30 ครั้ง จะช่วยทำให้อิ่มได้เร็วขึ้น
  4. หมั่นออกกำลังกายให้มากขึ้น ในผู้ป่วยที่น้ำหนักตัวมากอาจจะเริ่มจากการเดิน เมื่อให้ร่างการค่อยๆปรับการหายใจ แล้วค่อยหันมาวิ่งช้าๆ หรือ อาจจะออกกำลังกายเป็นกลุ่ม เช่นการเล่นกีฬาที่เล่นเป็นทีม เพื่อให้ไม่เบื่อการออกกำลังกาย โดยปกติควรออกกำลังกายให้ได้ สัปดาห์ละ 140 นาที แต่อย่าหักโหมจนเกินไปจนเกิดอาหารบาดเจ็บเพราะจะทำให้ท้อแท้ไม่อยากออกกำลังกายอีก
  5. คนรอบข้างควรให้กำลังใจ ไม่ชวนกินอาหารบุฟเฟ่ ไม่ซื้อขนมหวานไว้ในตู้เย็น หากหิวจนทนไม่ไหวให้กินผลไม้แทนขนมหวาน
  6. หลีกเลี่ยงความเครียด ไม่ควรทำงานหนักมากจนเครียดเกินไป ปล่อยวาง ฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง
  7. ไม่ซื้อยาลดความอ้วนกินเอง เพราะยาลดความอ้วนต่างๆมักมีผลข้างเคียงต่างๆ เช่นระบบประสาท การทำงานของตับ การทำงานของหัวใจ อาจจะทำให้เสียชีวิตได้

โรคอ้วน ป้องกันได้โดย หมั่นช่างน้ำหนักเพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกาย หากมีค่าเพิ่มขึ้นใกล้จะเป็นโรคอ้วน ควรลดการกินตามวิธีต่างๆที่กล่าวมา รวมทั้งออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี

10 กฏเหล็กควบคุมน้ำหนัก ทำได้ผอมแน่นอน




โรคต่างๆ


สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ