โรคมะเร็ง ภาวะการเกิดเนื้อร้ายในอวัยวะต่างๆ เป็นมะเร็งรักษาอย่างไร



โรคมะเร็ง cancer หมายถึง คือ โรคจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย โดยเซลล์มีการเจริญเติบโตผิดปกติ จนร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ และลุกลามตามอวัยวะที่สำคัญต่างๆของร่างกาย ทำให้เกิดความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะนั้นๆ และทำให้เกิดความล้มเหลวของอวัยวะ ไม่สามารถทำงานได้ ทำให้เสียชีวิตในที่สุด

โรคมะเร็ง มะเร็ง โรคไม่ติดต่อ การรักษามะเร็ง

โรคมะเร็ง มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมากกว่า และในเด็กมีโอกาสเป็นน้อยกว่าผู้ใหญ่ 10 เท่า โดยมะเร็งจะมีความต่างจากเนื้องอกคือ มะเร็งสามารถแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นๆได้ ผ่านทางระบบเลือด ระบบน้ำเหลือง แต่เนื้องอกจะโตอย่างช้าๆและไม่แพร่กระจาย สามารถหายขาดได้ด้วยการผ่าตัด

โรคมะเร็ง สามารถเกิดขึ้นที่อวัยวะต่างๆมากมาย รวบรวมโรคมะเร็งต่างๆ มีดังต่อไปนี้

โรคมะเร็ง มะเร็งตับ โรคตับ โรคมะเร็งตับโรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็ง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไม่ติดต่อโรคมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคมะเร็งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คอบวม โรคมะเร็ง โรคระบบต่อมไร้ท่อโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็ง โรคไม่ติดต่อ โรคระบบเลือดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งกระเพาะปัสาวะ โรคมะเร็ง โรคไต โรคไม่ติดต่อโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
มะเร็งกระเพาะอาหาร โรคมะเร็ง โรคระบบทางเดินอาหาร โรคไม่ติดต่อโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งหลอดอาหาร โรคมะเร็ง โรคทางเดินอาหาร โรคไม่ติดต่อโรคมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็ง การรักษามะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งปากมดลูกโรคมะเร็งช่องปาก
มะเร็งเต้านม โรคมะเร็ง โรคสำหรับผู้หญิง โรคไม่ติดต่อโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็ง การรักษามะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งปากมดลูกโรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งต่อมลูกมาก โรคระบบขับถ่าย โรคต่อมลูกหมาก โรคไม่ติดต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
โรคมะเร็งต่อมน้ำลาย มะเร็งที่ปาก โรคมะเร็ง โรคไม่ติดต่อโรคมะเร็งต่อมน้ำลาย

สาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง

สาเหตุยังไม่แน่ชัดแต่มักพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งมักมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกันดังนี้

  1. อายุมาก ผู้ที่ป่วยมักจะมีอายุมากเพราะเกิดการเสื่อมของอวัยวะ เมื่อมีการสร้างเซลล์ใหม่ต่อเนื่อง บางครั้งพบว่าเซลล์ใหม่นั้นเป็นเซลล์มะเร็ง
  2. การใช้ยากระตุ้นฮอร์โมนเพศต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  3. เชื้อพยาธิบางชนิด
  4. ติดเชื้อไวรัส ที่ไปทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย พวก เอชไอวี
  5. ได้รับโลหะหนักจากการหายใจเป็นเวลานาน การดื่มน้ำที่มีสารปนเปื้อน และรับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อน
  6. การรับประทานอาหารไขมัสูงเป็นเวลานานต่อเนื่อง
  7. ขาดการออกกำลังกาย
  8. ขาดการกินใยอาหารพวกผัก ผลไม้
  9. ดื่มสุราต่อเนื่อง ติดสุราเรื้อรัง
  10. สูบบุหรี่ ติดบุหรี่
  11. กรรมพันธุ์ มักพบว่าผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งมักมีญาติพ่อแม่พี่น้องที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเหมือนกัน

โรคมะเร็งมีอาการต่างๆกันขึ้นกับชนิดของโรคมะเร็งที่เป็น

ผู้ป่วยจะต้องสังเกตุอาการต่างๆดังต่อไปนี้หากพบว่ามีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์

  1. มีอาการปวดกระดูกสันหลังเรื้อรัง ปวดต่อเนื่องยาวนาน มีอาการหมดเรี่ยวแรง ยกแขนไม่ขึ้น
  2. วินเวียนหน้ามืดปวดศีรษะอย่างรุนแรง เป็นลมชักทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  3. ช้ำง่าย เป็นจุดแดงตามผิวหนังง่าย
  4. น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ใน 6 เดือนทั้งที่ยังรับประทานปกติ
  5. มีไข้บ่อยแต่ไม่ทราบสาเหตุ
  6. แน่นท้อง ท้องอืด ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  7. มีเลือดออกมากผิดปกติจากช่องคลอด ทั้งที่หมดประจำเดือน หลังมีเพศสัมพันธุ์ หรือประจำเดือนมามากผิดปกติ
  8. ท้องเสีย ท้องผูกบ่อยทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  9. อุจจาระมีเลือดปนออกในปริมาณมากผิดปกติ เป็นบ่อย
  10. ปัสสาวะไม่สะดวก ติดขัด มีเลือดปน
  11.  อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ อาเจียรมีเลือดปน
  12. มีเสลดปนเลือดออกมาบ่อย
  13. ไอจนเป็นเลือด ไอเรื้อรัง
  14. เหลือดกำเดาไหลบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  15. ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  16. ปาน ไฝ หูด มีขนาดโตเร็วผิดปกติ
  17. มีก้อนเนื้อโตผิดปกติ คลำได้ มักแข็งไม่เจ็บ และโตต่อไปเรื่อยๆ

วิธีการวินิจฉัยโรคมะเร็ง

การตรวจประวัติการรักษา การตรวจเอ็กซ์เรย์อวัยวะที่มีอาการผิดปกติ การทำเอมอาร์ไอ และจะเจาะเนื้อเยื่อเพื่อตรวจพิสูจน์ทางเซลล์วิทยา หรือทางพยาธิวิทยา เพื่อดูว่าเป็นเซลล์ปกติหรือเซลล์มะเร็ง

ระยะความรุนแรงของโรคมะเร็ง 

  1. ระยะแรก หรือ ระยะที่ 1 มักพบก้อนเนื้อ ที่เป็นมะเร็งที่ยังมีขนาดเล็กไม่ลุกลาม
  2. ระยะสอง หรือ ระยะที่ 2 มักพบว่าก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น เกิดการลุกลามในอวัยวะที่เป็น
  3. ระยะสาม หรือ ระยะที่ 3 มักพบว่าก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก เกิดการลุกลามในอวัยวะใกล้เคียง ลุกลามเข้าสู้ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้อวัยวะที่เป็น
  4. ระยะสุดท้าย หรือ ระยะที่ 4 มักพบว่าก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่โตมากที่สุด เกิดการลุกลามทั่วอวัยวะที่เป็น ทะลุเข้าสู่ระบบน้ำเหลือง ลูบคลำสัมพัสได้ มีการแพร่กระจายเข้าสู่ระบบเลือด มีการแพร่กระจายไปสู่อวัยวะที่สำคัญอื่นๆ เช่น ไต กระดูก สมอง ตับ ปอด ต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกาย

วิธีการรักษาโรคมะเร็ง

การฉายรังสี การผ่าตัด การใช้เคมีบำบัด การใช้ยาฮอร์โมนและยาตรงเป้าหมาย ซึ่งแพทย์จะพิจารณาโดยดูจากปัจจัย ต่อไปนี้

  1. สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
  2. อายุของผู้ป่วย
  3. ผลการตรวจชิ้นเนื้อว่าเหมาะต่อการรักษาด้วยวิธีใด
  4. พิจารณาว่าการผ่าตัดจะทำให้หายได้หรือไม่
  5. ชนิดของเซลล์มะเร็งที่เป็น
  6. ระยะของโรคมะเร็งที่เป็น โดย ระยะต่างๆจะมีโอกาสในการหายหลังจากการรักษาคือ ระยะที่ 1 อยู่ที่ 70-90% ระยะที่ 2 อยู่ที่ 70-80% ระยะที่ 3 อยู่ที่ 20-60% ระยะที่ 4 อยู่ที่ 0-15% ตามลำดับ ทั้งนี้ยิ่งตราจทราบได้เร็วเท่าไหร่ก็เท่ากับว่ามีโอกาสหายจากการรักษามากขึ้นเท่านั้น การตรวจในเบื้องต้นที่สามารถทำได้ที่โรงพยาบาลทั่วไป คือ การตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนการตรวจมะเร็งชนิดอื่นมักมีค่าใช้จ่ายสูงและมีผลข้างเคียงการตรวจตามมา ในรายที่มีอาการผิดปกติมากจึงทำการตรวจ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่

วิธีการป้องกันโรคมะเร็ง

  1. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สารพิษหรือโหละหนักที่แพร่กระจายทางอากาศ ทางน้ำดื่มและอาหาร
  2. ตรวจคัดกรองมะเร็งเบื้องต้น
  3. ออกกำลังกายเป็นประจำ
  4. รับประทานอาหารให้เหมาะสม ลดแป้ง น้ำตาล ไขมัน เพิ่มกากใยผักพลไม้ต่างๆให้มากขึ้น
  5. หมั่นสังเกตุอาการร่างกายตนเอง หากพบสิ่งผิดปกติรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน
  6. รับประทานผักผลไม้ให้มาก โดยเฉพาะ มะเขือเทศ

โรคต่างๆ ที่น่าสนใจ


เนื้อหาสุขภาพ

โรคต่างๆ

สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ