โรคพยาธิ ควรรักษาสุขลักษณะ รักษาได้ด้วยการถ่ายพยาธิ



%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4โรคพยาธิ หรือ parasitic disease เป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งโรคพยาธิมักไม่แสดงอาการที่ผิดปกติในช่วงแรก ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคพยาธิ แต่เมื่อปล่อยไว้นานพยาธิจะมีการเพิ่มจำนวน เจริญเติบโต ส่งผลต่อร่างกายของผู้ป่วย มักมีอาการซูบผอม อ่อนแรง เซื้องซึม เบื่ออาหาร หากรุนแรงอาจ ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะที่สำคัญ เช่น ตับ ปอด สมอง อันตรายถึงเสียชีวิตได้

พยาธิ หมายถึง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งมีระยะการเติบโตช่วงหนึ่งของชีวิตที่อาศัยอยู่ในสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นพบได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ต่างๆ เรียกพยาธิว่าเป็นปรสิต สามารถเข้ามาร่างกายของมนุษย์ได้ทางปากผ่านทางอาหาร เครื่องดื่ม หรือ ผ่านทาผิวหนังตามง่ามเท้า นิ้วเท้า และผ่านทางพาหะที่ทำให้เกิดแผลจากการกัดต่อยต่างๆ เมื่อเข้ามาสู่ร่างกายจะเป็นปรสิตคือแย่งอาหาร หากเพิ่มจำนวนมากอาจจะทำให้เกิดโรครุนแรงที่ทำให้อวัยวะสำคัญเกิดการอักเสบ

พยาธิที่พบในร่างกายมนุษย์ มี 2 ชนิด คือ

  1. พยาธิตัวกลม ได้แก่ พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน หนอนพยาธิโรคเท้าช้าง พยาธิในช่องคลอด
  2. พยาธิตัวแบน ได้แก่ พยาธิตัวตืด พยาธิใบไม้

โรคพยาธิ มีสาเหตุการเกิดจาก

  1. การกิน มักพบว่าพยาธิมีการปะปนมากับอาหารโดยเฉพาะอาหารที่ไม่สุก อาหารหมักต่างๆ ที่ไม่สะอาด หรือ ไม่ถูกสุขลักษณะ
  2. การดื่ม พบว่าในน้ำดื่มที่ไม่สะอาด หรือ น้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดและไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อมักทำให้ผู้ดื่มเป็นโรคพยาธิ
  3. สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย พบว่าการกำจัดสิ่งปฏิกูลที่ไม่ถูกสุขลักษณะจะทำให้พยาธิเกิดการแพร่กระจาย ทั้งในแหล่งน้ำ สัตว์น้ำ หรือ สัตว์เลี้ยงต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยสามารถรับพยาธิจากการสัมผัสการดื่มกินได้
  4. ลักษณะการดำเนินชีวิต พบว่าผู้ที่ไม่นิยมใส่รองเท้ามีโอกาศที่พยาธิจะเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังได้ง่ายกว่า
  5. ไม่ปฏิบัติตามสุขลักษณะเบื้องต้น การรักษาความสะอาดของร่างกาย การไม่ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร เพราะอาจจะมีไข่พยาธิติดมาตามเล็บมือเล็บเท้าได้ โดยเฉพาะในเด็กผู้ปกครองควรดูแลเรื่องความสะอาดหลังจากเล่นนอกบ้าน

โรคพยาธิ ผู้ป่วยสามารถสังเกตุอาการได้ด้วยตนเองโดย 

  1. ท้องเสียบ่อย ปวดท้องเป็นประจำ
  2. นอนไม่หลับกระสัเบื่ออาหาร
  3. กินจุแต่ไม่อ้วน
  4. อาการเบื่ออาหาร
  5. หิวบ่อย
  6. ผอมแห้งแต่พุงโร
  7. ในเด็กร้องไห้โยเยเป็นประจำ
  8. ตัวซีด อ่อนแรง
  9. เซื้องซึม
  10. สมองตื้อ คิดไม่ออก
  11. คันที่ทวารหนัก
  12. ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก ปวดเมื้อย
  13. ท้องโต ท้องบวม ตัวเหลือง ขาโตแบบเท้าช้าง

โรคพยาธิ จะมีการตรวจวินิจฉัยโดย

  1. การตรวจประวัติการรักษา พฤติกรรมการกิน การดำเนินชีวิต
  2. การตรวจร่างกายทั่วไป
  3. การตรวจอุจจาระเพื่อส่องกล้องหาพยาธิ
  4. การให้ยาถ่ายพยาธิเมื่อทราบชนิดของ โรคพยาธิ

โรคพยาธิ มียาถ่ายพยาธิได้แก่

  1. Niclosamide ใน พยาธิตัวตืดวัว พยาธิตืดหมู
  2. Mebendazole ใน พยาธิปากขอ พยาธิแส้ม้า พยาธิเข็มหมุด/พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน พยาธิตัวจี๊ด
  3. Albendazole ใน พยาธิเส้นด้ายหรือพยาธิเข็มหมุด พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ พยาธิใบไม้ และพยาธิตัวตืด สามารถฆ่าไข่พยาธิได้บางชนิด เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ และ พยาธิแส้ม้า

โรคพยาธิ สามารถหลีกเลี่ยงป้องกันได้โดย 

  1. กินอาหารปรุงสุก สะอาด โดยเฉพาะพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ
  2. ล้างทำความสะอาดวัตถุดิบทำอาหารก่อนเสมอ โดยเฉพาะผัก
  3. ดื่มน้ำที่สะอาดผ่านการฆ่าเชื้อ โดยการต้ม หรือกระบวนการกรองการฆ่าเชื้อต่างๆ
  4. ขับถ่ายในที่ถูกสุขลักษณะ
  5. ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
  6. สวมรองเท้าก่อนออกนอกบ้านทุกครั้ง
  7. เมื่อต้องลุยน้ำขังต่างๆให้สวมรองเท้าบูธ
  8. ทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มเป็นประจำ
  9. กินยาถ่ายพยาธิ เป็นประจำในรายที่มีความเสี่ยง
  10. รีบปรึกษาแพทย์เมื่อพบอาการผิดปกติแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้รุนแรง



โรคต่างๆ


สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ