โรคติดเชื้อ โรคติดต่อ โรคทั่วไปที่ใครๆก็เป็นได้



โรคติดเชื้อ หรือ Infectious disease หมายถึงอาการผิดปกติของร่างกายที่มีสาเหตุจากเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งหมายถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่จะต้องใช้กล้องจุลทรรศน์เพื่อที่จะสามารถขยายขนาดจนสามารถมองเห็นได้ ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และสัตว์เซลล์เดียว โรคติดเชื้อจะเกิดจากการที่ร่างกายไม่มีเชื้อและได้รับเชื้อหรือเรียกอีกอย่างคือโรคติดต่อ หรือ communicable disease

โรคติดเชื้อ โรคติดต่อ พาหะนำโรค เชื้อโรค

จุลินทรีย์ ในทางการแพทย์สามารถแบ่งออกได้เป็น

  1. จุลินทรีย์ที่ไม่ก่อให้เกิดโรค หรือ Non pathogen ส่วนใหญ่จะเป็นแบคทีเรียชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งจะพบได้ว่าอยู่ในระบบทางเดินอาหาร มีประโยชน์ช่วยในการย่อยช่วยเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้จุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารเจริญเติบโตได้ นอกจากนั้นยังช่วยในการหมักกากใยอาหาร และสร้างวิตามินเคที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดอีกด้วย
  2. จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค หรือ pathogen เป็นพวก แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และสัตว์เซลล์เดียวที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดโรคอาการเจ็บป่วยต่างๆ

โรคติดเชื้อ ที่พบว่าเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้แก่

โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
– โรคหวัดนั้นต่างจากโรคไข้หวัดใหญ่อย่างมาก โรคหวัดหรือไข้หวัดเรียก cold หรือ common cold แต่โรคไข้หวัดใหญ่เรียก Flu หรือ Influenza โรคหวัดนี้สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย โดยขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันหรือความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย ดังนั้นจะพบในเด็กได้ง่ายกว่าเนื่องจากยังมีภูมิคุ้มกันไม่มาก จึงสามารถติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
โรคเอดส์ HIV เพศสัมพันธ์ปลอดภัย ตรวจเอดส์ โรคเอดส์ – โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือ HIV (Human Immunodeficiency Virus) เมื่อติดเชื้อแล้ว จะยังไม่แสดงอาการ นานหลายปี จนเข้าสู่ การป่วยระยะที่สาม จึงเรียกผู้ติดเชื้อเอชไอวี ว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์
โรคท้องร่วง –  Dysentery เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ลักษณะเอกลักษณ์คือจะมีมูกเลือดปนมากับอุจจาระ มีอาการเจ็บปวดขณะถ่ายอุจจาระ ปวดท้อง มีไข้ สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่มาจากการดื่มน้ำที่ไม่สะอาดมีเชื้อโรคหรือปรสิตปะปนในน้ำดื่ม หรือ อาจจะมาจากอาหารที่ปรุงไม่สุก
วัณโรค –  TB เป็นโรคที่เกิดจาก การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ จาก เชื้อ Mycobacterium Tuberculosis ซึ่งเป็น เชื้อแบคทีเรีย โดยมากแล้วจะติด เชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ โดยเริ่มจากปอด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เชื้อชนิดนี้สามารถ ลุกลามไปในระบบอื่นอีกได้ เช่น ระบบน้ำเหลือง ระบบประสาทและสมอง เชื้อชนิดนี้มีความสามารถใน การแฝงตัวในร่างกายมนุษย์
 โรคมาลาเรีย – เป็น โรคที่เกิดจาก การติดเชื้อ สัตว์เซลล์เดียว พวก โปรตัวซัว อาการที่เด่นชัดของโรคนี้คือ จะมีอาการไข้สูง อาการหนาวสั่น อาการช็อกถึงขั้นเสียชีวิต โรคนี้พบได้ในเขตประเทศร้อนชื้น เช่น อเมริกากลาง อเมริกาใต้ อาเซียน อินเดีย ในประเทศไทยมีรายงาน การติดเชื้ออันดับต้นๆของโลก
 โรคหัด -เป็นโรคที่พบมากในเด็กเนื่องจากภูมิคุ้มกันยังมีไม่มาก ลักษณะที่พบคือจะมีไข้ร่วมกับผื่นขึ้นตามตัว โดยมีโอกาสเกิดได้ทั้งเพศชายและหญิงไม่แตกต่างกัน โรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะไม่กลับมาเป็นอีกเพราะมีภูมิคุ้มกัน แต่บางรายเมื่อเป็นแล้วมีอาการแทรกซ้อนอาจจะอันตรายทำให้เสียชีวิตได้ ในเด็กจึงนิยมการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
 โรคไอกรน – เป็นที่เกิดจาก การติดเชื้อในระบบบทางเดินหายใจ จาก เชื้อโรคที่เป็น กลุ่มแบคทีเรีย Bordettella มีหลายสายพันธุ์ ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิด อาการของโรคไอกรน ทั้งสิ้น ซึ่งลักษณะเด่นอาการ ของ โรคไอกรน คือ การไอ และ เกิดเสียงติดขัดของ การหายใจ ตามมา จึงเป็นชื่อเรียกโรคนี้ ในอดีตที่ยัง ไม่มีวัคซีนรักษา
  โรคบาดทะยัก – สาเหตุหลักของ การเกิดโรค นั้นเกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย ชื่อ Clostridium tetani  ลักษณะ แบคทีเรียรูปแท่ง สปอร์แบคทีเรีย ชนิดนี้ ทนต่อ ความร้อน ไม่สามารถทำลายด้วย ความร้อน แต่ เซลล์แบคทีเรีย ทำลายได้ พบได้ในดิน ฝุ่นต่างๆ ผิวหนังมนุษย์ สิ่งปฏิกูลต่างๆ โรคนี้มีอันตรายถึงขนาดเสียชีวิตได้
  โรคเยื่อหุ้นสมองอักเสบ – เป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัย เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มสมองเป็นเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ ปกป้องสมอง มีความแข็งแรง หากเกิดการติดเชื้อก็จะกระทบต่อการทำงานของสมอง เป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ จากการใกล้ชิดผู้ป่วย ทางการหายใจ การไอ การจาม สารคัดหลั่งต่างๆ ผู้ที่ป่วยโรคนี้มักจะเสียชีวิตในอัตรา 25-30 เปอร์เซนต์
  โรคซิฟิลิส – เป็นโรคติดต่อ ที่สามารถทำให้เกิด โรค และ อาการโรค แก่ระบบต่างๆ ของร่างกายได้หลายระบบ เช่น ซิฟิลิสระบบหัวใจและหลอดเลือด ซิฟิลิสระบบประสาท เป็นต้น นอกจากนี้ มารดาที่เป็นโรคซิฟิลิส จะถ่ายทอดโรคสู่ทารกในครรภ์ได้ เรียกว่า ซิฟิลิสแต่กำเนิด พบได้ในเด็กที่มารดาป่วยเป็นโรคนี้และมีการตั้งครรภ์ให้กำเนิดบุตร เด็กที่เกิดมาจะพบการป่วยโรคนี้แต่แรกเกิด
  โรคไวรัสตับอักเสบ มีเซกซ์ไม่ป้องกัน ดื่มสุราหนัก ใช้ของใช้ร่วมกันโรคไวรัสตับอักเสบบี – เป็น โรคเรื้อรัง ที่มีพบมากใน ประเทศไทย แต่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญมาก เนื่องจาก อาการไม่แสดงออกมาทันทีทันใด อาการจะค่อยๆแสดงออก ใช้เวลานาน แต่เมื่อเป็นแล้ว มีโอกาสเสี่ยงสูงมาก ต่อการ เป็น โรคมะเร็งตับ ซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนั้น โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ และ ผู้เป็นพาหะโรค แทบจะไม่แสดงอาการเลยทำให้ ไม่ทราบว่าตนเองป่วย
  โรคไข้เลือดออก -เป็น โรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็ก ที่มี ภูมิต้านทานยังไม่มากนัก สาเหตุหลักมาจาก การติดชื้อไวรัส “เดงกี” ซึ่งสามารถ แพร่กระจายจากผู้ป่วย ไปสู่บุคคลอื่น โดยมี ยุงลายเป็นพาหะนำเชื้อ ดังนั้นจะพบ โรคนี้ ได้มาก ใน ประเทศเขตร้อน เพราะเป็น อุณหภูมิที่ยุงสามารถ เจริญเติบโตแพร่พัยธุ์ ได้ดี พบว่า เพศชาย และ หญิง มีโอกาสเกิดโรค เท่าๆกัน
  อหิวาตกโรค – หรือ โรคห่า ศัพท์ทางการแพทย์คือ Cholera เป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศด้อยพัฒนาที่การสาธารณะสุขยังไม่ดี เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่ลำไส้ใหญ่ ผ่านทางระบบทางเดินอาหาร มาจากน้ำดื่มและอาหารที่รับเข้าสู่ร่างกาย มีเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เสียชีวิตได้
  โรคบิด – เกิดจากสัตว์เซลล์เดียวพวกอะมีบา เรียกว่าบิดมีตัว ส่วนมากพบในประเทศด้อยพัฒนาและในพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญและระบบสาธารณะสุขที่ดี เช่น ในชนบท พื้นที่ห่างไกลความเจริญต่างๆ สามารถติดต่อจากผู้หนึ่งไปสู่ผู้หนึ่งได้ทางอุจจาระที่ปะปนในแหล่งน้ำต่างๆ
  โรคอีสุกอีใส – เป็น โรคที่พบบ่อยในเด็ก ตั้งแต่ 1-12 ขวบ แต่ใน ผู้ใหญ่ก็สามารถป่วยเป็นโรคนี้ได้ โดย ชาย และ หญิง มี โอกาสเกิดโรคเท่าๆกัน สาเหตุหลัก เกิดจากเชื้อไวรัส ชื่อ วาริเซลลา ซอสเตอร์ ลักษณะเด่น ที่เห็นได้ชัดของโรคนี้ คือ มีอาการผื่นคันที่ผิวหนัง เริ่มที่ใบหน้า ลุกลามไปที่ ศีระษะ แขน ขา และ ลำตัว
  โรคไข้หวัดนก – เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในสัตว์ปีก มีหลายสายพันธุ์ แต่ชนิดที่จำทำให้เกิดโรคได้เป็นชนิดเอ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ H5 และ H7 เมื่อสัตว์ปีกได้รับเชื้อแล้วจะมีการฟักเชื้อเพื่อรอการเพิ่มจำนวน 3 วัน และจะเกิดโรคเมื่อครบ 7 วัน ในระยะ 3-5 วันแรกของ การฟักเชื้อสามารถติดต่อไปสู่คนได้
  โรคฉี่หนู – เป็นโรคที่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย ที่ชื่อว่า เล็บโตสไปร่า (Leptospira) เป็น เชื้อแบคทีเรีย ที่มีการเจริญอยู่ที่ ภายในร่างกายของสัตว์หลายชนิด เช่น แพะ หมู หนู ควาย วัว แกะ แต่เนื่องจาก หนู ใกล้ชิดกับ แหล่งเชื้อโรค มากที่สุด ดังนั้น จึงพบว่า หนู เป็น พาหะโรค ตัวหลัก ในการเกิดโรค และ เชื้อนี้ สามารถเจริญได้ดีใน ท่อไต ของหนูเป็นอย่างดี
  โรคพิษสุนัขบ้า – โรคกลัวน้ำ ภาษาอังกฤษเรียก เรบีส์ (Rabies) เป็น โรคทางระบบประสาทและสมอง โรคที่เกิดจากการติด เชื้อไวรัส ชื่อ Rabies virus ซึ่งพบเชื้อเหล่านี้ได้ใน น้ำลายของสัตว์ ที่ติดโรคนี้ ไวรัสชนิดนี้จะ ทำลายเซลล์สมอง ทำให้เกิด โรคสมองอักเสบ ทั้งใน สัตว์ที่ติดโรค และ ในคนที่ถูกกัด หรือ ข่วน โรคนี้จัดเป็น โรคชนิดหนึ่งที่สามารถ ติดจากสัตว์สู่คนได้ โรคนี้มักพบใน ประเทศที่ด้อยพัฒนา
  โรคหัดเยอรมัน – โรคที่เกิดจาก การติดเชื้อ ไวรัสรูเบลลา (Rubivirus) โดยผู้ค้นพบเป็น แพทย์ชาวเยอรมัน พบว่า โรคหัดเยอรมัน มีความรุนแรงน้อยกว่า โรคหัด พบได้ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ ลักษณะจะมีไข้ และ ผื่นแดง ที่ผิวหนัง อาการไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ แต่ที่สำคัญ คือ ไวรัสชนิดนี้ สามารถส่งต่อจากแม่ที่ตั้งครรภ์ ไปสู่ลุกในครรภ์ได้
  โรคงูสวัด ผื่นแดงที่หลัง ผื่นแดงคัน เชื้อไวรัสงูสวัดโรคงูสวัด – เป็นโรคที่เกิดจาก เชื้อไวรัส จากหลักฐาน พบว่า มีความสัมพันธ์กับ โรคอีสุกอีใส เพราะว่าเกิดจากสาเหตุเชื้อเดียวกัน เพียงแต่จะเกิดก่อน หรือ หลังเป็นโรคอีสุกอีใส คือ เชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ โดยเชื้อจะแฝงตัวในปมประสาท รอเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง อาจจะมาจาก โรคเรื้อรังต่างๆ
  โรคเริม ตุ่มหนองริมปาก ตุ่มหนององคชาติ ตุ่มหนองแคมนอกโรคเริม – โรคติดต่อเชื้อไวรัส ชนิดหนึ่งของ ผิวหนัง ชื่อว่า Herpes Simplex โรคเริม จะพบได้ใน ทุกช่วงอายุ และจัดว่า โรคเริมเป็นโรคติดต่อ จะมีลักษณะเป็น ตุ่มใสๆ และจะแตกเป็นแผล ซึ่งจะหายเอง แต่จะเป็นๆหายๆ คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจะมี อาการกำเริบได้บ่อย

โรคคาวาซากิ

โรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคติดเชื้อ มีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคคือ 

  1. พาหะนำโรค เช่นพวกแมลงต่างๆที่กัดและนำเชื้อจากน้ำลายเข้าสู่กระแสเลือด ยุง เห็บ ไร ที่พบได้แก่ โรคไข้เลือดออก เป็นต้น
  2. บริโภคสิ่งปนเปื้อน มักพบในอาหารและน้ำดื่ม ทำให้เกิดการได้รับเชื้อโดยตรง เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
  3. การสัมผัสเชื้อโดยไม่ตั้งใจ มักพบว่าในสภาพแวดล้อมทั่วไปจะมีเชื้อจุลินทรีย์อยู่ทั้งวัตถุต่างๆที่อยู่รอบตัว ในอากาศ ในดิน เมื่อสัมผัสแล้วไม่ได้ล้างมือหรือทำความสะอาดร่างกายจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้หากร่างกายอ่อนแอ โดยเฉพาะอวัยวะที่เบาะบาง เช่น จมูก ตา ปาก
  4. การสัมผัสโดยตรงจากคนสู่คน โดยการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่ป่วย หรือผู้ที่เป็นพาหะ ทั้งการจับ สัมผัส การกอดจูบ
  5. ทางการหายใจ พบว่าหากอยู่ใกล้ผู้ที่ป่วยในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ จะสามารถติดต่อได้ จากการพูด หัวเราะ จาม
  6. ทางการมีเพศสัมพันธ์ มักพบว่ามีโรคติดเชื้อที่สามารถติดต่อได้ทางนี้ เรียกว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  7. สารคัดหลั่ง ได้แก่ เสมหะ น้ำลาย น้ำอสุจิ
  8. การติดทางระบบเลือด พบว่าผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกันหรือใช้อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเลือดร่วมกันจะสามารถติดต่อโรคติดเชื้อทางเลือดได้ เช่น โรคเอดส์ โรคไวรัสตับอักเสบบี ไรคไวรัสตับอักเสบซี
  9. การติดจากสัตว์สู่คน สามารถติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัส สารคัดหลั่ง อุจจาระ ปัสสาวะ เช่นโรคไข้หวัดนก โรคฉี่หนู โรคพิษสุนัขบ้า โรคพยาธิ
  10. การติดทางสายเลือดจากแม่สู่ลูก เช่น โรคหัดเยอรมัน โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคเอดส์
  11. สภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ พบว่าจะเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคต่างๆ ทำให้มีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อได้
  12. การท่องเที่ยวหรือเดินทางไปยังแหล่งที่มีการระบาดของโรคทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการติดโรค
  13. พฤติกรรมการกิน บางแหล่งนิยมทานอาหารดิบไม่สุก ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคผ่านทางระบบทางเดินอาหาร
  14. ผู้ติดยาเสพติดมักมีพฤติกรรมการใช้ของร่วมกันขาดการป้องกันโรคที่ดี เช่น ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  15. อายุ มักพบว่าในเด็กและผู้สูงอายุ มีโอกาสป่วยเป็นโรคติดเชื้อได้ง่ายกว่าเนื่องจากมีภูมิคุ้มกันที่น้อยกว่าคนปกติ
  16. ผู้ป่วยโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน มีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อได้ง่ายเพราะร่างกายอ่อนแอ
  17. ผู้ใช้รังสีและเคมีบำบัด พบว่าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะอ่อนแอทำให้มีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

โรคติดเชื้อ มีอาการที่ผู้ป่วยสามารถสังเกตุได้เอง ได้แก่ 

  1. มีน้ำมูก มีสีเขียว มีกลิ่น เจ็บคอเรื้อรัง
  2. ตาแดง ตาอักเสบ มีขี้ตามาก มีการติดเชื้อที่เยื่อบุตา
  3. มีแผล มีหนอง มีตกขาว ที่อวัยวะเพศ
  4. ปัสสาวะขัด แสบ มีเลือดปน มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  5. ปวดหัว มึนงง แขนขาอ่อนแรง ซึม
  6. ท้องร่วง ท้องเสีย ถ่ายไม่หยุด อุจจาระมีเลือดปน
  7. ไอ จาม มีน้ำมูก หายใจขัด
  8. เบื่ออาหาร
  9. ปวดเมื่อยเนื้อตัว
  10. มีอาการไข้

โรคติดเชื้อ มีวิธีการวินิจฉัยโรคโดย

  1. การตรวจประวัติการรักษาต่างๆ อาจรวมถึงสถานที่ที่เดินทางมา ประวัติการใช้ยา การเสพยา ประวัติการรับวัคซีน
  2. การตรวจร่างกาย การดูร่องรอยบาดแผลที่ติดเชื้อ
  3. การตรวจเลือด หาเชื้อโรคต่างๆ เช่นไวรัสตับอักเสบ เชื้อเอชไอวี
  4. การตรวจสารคัดหลั่ง ตรวจปัสสาวะ อุจจาระ
  5. การตรวจเชื้อจากการเพาะเชื้อที่ผิวหนังต่างๆ เช่น เชื้อรา กลาก เกลื้อน
  6. การเอกซ์เรย์ อัลตราซาวด์ หรือ เอมอาร์ไอ
  7. การส่องกล้องอวัยวะภายใน
  8. การตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา
  9. การตรวจอวัยวะเฉพาะทางอื่นๆ เช่น ตา หู

โรคติดเชื้อ มีวิธีการรักษาโดย 

  1. ให้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งจะต้องได้รับยาจากแพทย์เท่านั้นเพราะมีหลากหลายชนิดหากรับยาที่ไม่ตรงโรคจะเกิดอาการดื้อยา
  2. ให้ยาต้านไวรัส เนื่องจากเชื้อไวรัสไม่สามารถระงับได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ยาต้ายไวรัสจึงใช้ในการรักษาโรคบางอย่างที่มีการคิดค้นยาสำเร็จ เช่น ยารักษาโรคไข้หวัด2009
  3. ให้ยาต้านเชื้อรา ใช้เพื่อระงับเชื้อราในอวัยวะต่างๆเช่นในช่องคลอด ตามผิวหนัง
  4. ให้ยาต้านสัตว์เซลล์เดียว เช่นโรคบิดมีตัว โรคไข้จับสั่น
  5. การให้ยาลดไข้ พวกพาราเซตามอล ลดอาการปวดเมื้อย
  6. การให้น้ำเกลือ ในกรณีที่ขาดน้ำและสารอาหาร

โรคติดเชื้อ มีการป้องกันและดูแลตนเองโดย

  1. ดื่นน้ำมากๆ เพื่อลดการขาดน้ำ ท้องเสีย การอาเจียร
  2. รับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ
  3. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  4. รักษาความสะอาดร่างกายและบริเวณที่อยู่อาศัย
  5. ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวปะปนกับผู้อื่น
  6. สวนหน้ากากอนามัย
  7. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดแป้ง ไขมัน เน้นผักและผลไม้
  8. ออกกำลังสม่ำเสมอ
  9. ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
  10. รับประทานอาหารและดื่มน้ำที่สะอาดเท่านั้น
  11. รับประทานอาหารที่ปลุงสุกเท่านั้น
  12. สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์
  13. รับวัคซีนป้องกันโรคต่างๆให้ครบ
  14. หากเกิดอาการผิดปกติต่างๆตามที่กล่าวมาข้างต้นให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษา



โรคต่างๆ


สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ