โรคตา ความผิดปรกติเกี่ยวกับสายตาและดวงตา มีอะไรบ้าง รักษาอย่างไร


โรคเกี่ยวกับตา ( Eye disease ) หมายถึง อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ดวงตา ผิวหนังรอบๆดวงตา ต่อมไขมันใต้เปลือกตา และ ระบบการมองเห็น โดยโรคทางตา ส่งผลต่อการมองภาพ การมองเห็น การทรงตัว การตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งรอบตัว เช่น ลม แสง แรงสั่นสะเทือน ขั้วประสาทรับภาพ เรารวบรวมโรคตาต่างๆ ที่พบบ่อย อธิบาย สาเหตุ อาการ การรักษา และ การป้องกันโรค ผลกระทบต่อระบบต่างๆของร่างกาย การสนอมดวงตา เพื่อสุขภาพโดยรวมที่ดี

โรคตา โรคสายตา โรคเกี่วกับตา

ตา เป็นอวัยวะในการรับแสงและส่งผลไปยังสมองชั้นใน ดวงตาประกอบไปด้วย ตาชั้นนอกที่มี กระจกตา รูม่านตา เนื้อตา ทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการรับแสง ปกป้องดวงตา จากแสง เชื้อโรค แรงกระแทก การตอบสนองของร่างกาย ส่วนตาชั้นใน จะมีประสาทรับแสง ขั้นประสาท ทำหน้าที่รับรู้แสง ส่งประมวลภาพไปยังสมอง ทำให้เรามองเห็นวัตถุจากการที่แสงตกกระทบวัตถุแล้วสะท้อนมาที่ตา

ดังนั้น ตา จึงเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากเกิดอาการผิดปกติหรือเป็นโรคจะทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ การใส่ใจใน สุขภาพของตา จึงเป็นรื่องสำคัญ

โรคตาที่เกี่ยวกับตา

โรคต้อหิน ต้อหิน ต้อหินในตา ความดันต้อหินโรคต้อหิน โรคต้อเนื้อ ต้อเนื้อ ต้อสามเหลี่ยน ต้อแดดโรคต้อเนื้อ

โรคตาแดง โรคตาอักเสบ ตาติดเชื้อ ตาแดงโรคตาแดง

โรคสายตาผิดปกติ สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงโรคสายตาผิดปกติ

โรคต้อลม ต้อลม ก้อนเนื้อเหลืองตาขาว โรคตาลมโรคต้อลม โรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้ที่ตา โรคภูมิแพ้ขึ้นตา โรคตาโรคภูมิแพ้ที่ตา
โรคต้อกระจก ต้อกระจก ต้อหิน โรคต้อโรคต้อกระจก โรคตากุ้งยิง ตากุ้งยิง เปลือกตาอักเสบ เปลือกตาติดเชื้อโรคตากุ้งยิง ริดสีดวตา โรคตา โรคติดเชื้อ โรคเกี่ยวกับตาโรคริดสีดวงตา

โรคต่างๆเกี่ยวกับดวงตาและสายตา จะเกิดจากอวัยวะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับดวงตา เช่น หนังหุ้มตา ขนตา ใต้ผิวหนังรอบตวงตา สายตา เป็นต้น โดยรายละเอียด ดังนี้

  • หนังหุ้มตา ทำหน้าที่ ปกป้องดวงตาจากสิ่งอันตราย เชื้อโรค ใช้กระพริบตา ใช้ปิดตาขณะนอน เพื่อปกป้องแสงเข้าดวงตา ป้องกันลม ฝุ่น เป็นที่อยู่ของต่อมไขมัน ต่อมน้ำตา ที่ใช้ชะล้างสิ่งสกปรก ฝุ่นเชื้อโรค ที่เกาะอยู่ผิวดวงตาออก ดังนั้น เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในดวงตา ต่อมน้ำตาจะหลั่งน้ำตออกมา ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกมา
  • ขนตา ทำหน้าที่ดักฝุ่นระออง รวบรวมสิ่งสกปรกออกมาในรูปของแข็งก่อน ที่เรียกว่าขี้ตา นอกจากนั้นยังมีขนเหนือดวงตาก็คือ คิ้ว ทำหน้าที่ป้องกันเหงื่อ สิ่งสกปรก ของเหลวต่างๆ ไหลลงมาที่ดวงตาโดยตรง
  • ใต้ผิวหนังรอบๆดวงตา จะมีกล้ามเนื้อรอบๆ ทำหน้าที่ พยุงลูกตาให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม บังคับทิศทางของลูกตา ให้รับแสงตามที่ต้องการมอง ปรับโพกัสของลูกตาให้โพกัสของแสงกับจอประสาทตาตกลงตรงกัน ทำให้รับภาพได้ชัดเจน ดังนั้น เมื่อมองไม่ชัด เราจะมีการเกร็งกล้ามเนื้อนั้น เพ่งจนทนให้มองภาพชัดมากขึ้น
  • สายตาสั้น สายตายาว  เป็นโรคตาที่ไม่เป็นอันตรายมาก พบว่ากว่าครึ่งของมนุษย์มีความผิดปกติต่อการรับภาพที่เกิดจากการหักเหของแสงทำให้มุมใน การรับภาพของประสาทตา เปลี่ยนจึงเห็นภาพไม่ชัด แก้ไขโดยการใส่แว่นเพื่อปรับการหักเหของแสง การใส่คอนแทคเลนส์ และการผ่าตัดกระจกตาด้วยเลเซอร์ หรือเลสิค

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคตา

สามารถแบ่งได้เป็นปัจจัยจากตัวผู้ป่วยเอง ได้แก่ พฤติกรรมส่วนตัว การรักษาสุขลักษณะอนามัย การสูบบุหรี่ การชอบขยี้ตาโดยไม่ทำความสะอาดมือ และปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น พันธุกรรมที่เป็นมาโดยกำเนิด สภาพแวดล้อมรอบตัว การเสื่อมตามอายุของดวงตา เป็นต้น

  • ปัจจัยที่ควบคุมได้ จากพฤติกรรมส่วนตัวของแต่ละบุคคล
    • ติดบุหรี่เรื้อรัง ติดสุราเรื้อรง ติดสารเสพติดชนิดต่างๆ มีผลทำให้เกิดการเสื่อมของจอตา ประสาทรับภาพ ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย ทำให้เกิดการติดเชื้อตามอวัยวะสำคัญต่างๆ ได้ง่ายกว่าคนร่างกายแข็งแรง
    • บริโภคอาหารไม่เหมาะสม เช่น ขาดวิตามินเอ ทีสำคัญต่อดวงตา
    • ไม่รักษาความสะอาดโดยเฉพาะ ผิวหน้ารอบๆดวงตา ไม่ล้างมือก่อนขยี้ตา แต่งหน้าข้ามคืนไม่ทำความสะอาด ไม่ทำความสะอาดเครื่องนอน ปลอกหมอน เสื้อผ้าชุดนอน
    • ชอบลืมถอดคอนแทคเลนส์ ไม่ทำความสะอาดคอนเทคเลนส์ หรือใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น คอนแทคเลนส์แฟชั้น บิ๊กอายต่างๆ
    • การจ้องแสงจัดนานเกินไป โดยไม่มีสิ่งป้องกันแสง กรองแสง ทำให้แสงยูวี ตกกระทบตาโดยตรง ทำให้ง่ายต่อการเป็นโรคต้อเนื้อ โรคต้อลม 
    • ใช้สายตามากเกินไป เช่น การเพ่งอ่านหนังสือเป็นเวลานาน การดูทีวีติดต่อกันนานๆ การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ
    • การรับสารพิษ ฝุ่น ควัน โดยไม่มีสิ่งปกป้องดวงตา โดยเฉพาะ ผู้ที่ต้องทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ไร่นา
  • ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็มีโอกาสป่วยโรคตาได้
    • เป็นโรคอื่นๆทำให้ส่งผลถึงตา เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง
    • พันธุกรรม มักพบว่า ผู้ที่มีญาติพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคตา ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงมากกว่าคนทั่วไป เช่น โรคสายตาผิดปกติ โรคตาบอดสี โรคต้อกระจก โรคภูมิแพ้ที่ตา
    • การชราจะทำให้เกิด การเสื่อมที่ระบบการมองเห็น ทั้งมาจากการเสื่อมของกระจกตาตามอายุการใช้งาน กล้ามเนื้อรอบๆดวงตาหย่อนคล้อย ทำให้การมองเห็นไม่ชัด
    • สภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เช่น แสงยูวีที่แรงขึ้น จากภาวะเรือนกระจกของโลก

อาการเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคตา

อาการเบื้องต้นของโรคตามีทั้ง อาการที่ผู้อื่นสังเกตุได้จากภาพนอก เช่น อาการของการติดเชื้อต่างๆ จะมีอาการบวม อักเสบ แดง อาการเกิดต้อต่างๆ และอาการที่ผู้ป่วยจะทราบเองจากการมองเห็นที่เปลี่ยนไป เช่น การเกิดภาพพร่ามัว การระคายเคืองตา

  • อาการติดเชื้อที่ดวงตา และเปลือกตา
    • เกิดอาการบวม อักเสบ เจ็บที่ดวงตา น้้ำตาไหลมากผิดปกติ กระพริบตาบ่อย แสบแดง มองเห็นจากภายนอก เช่น โรคตาแดง
    • ตาแห้งแสบตา มีขี้ตามากผิดปกติ คันระคายเคืองมาก เช่น โรคภูมิแพ้ที่ตา
    • เปลือกตาบวมแดง เต่ง มีหนองไหลออกมา เช่น โรคตากุ้งยิง โรคตาแดง
    • หนังตาตก ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หนังตากระตุกบ่อยครั้ง
    • ตาเหล่ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด
    • มีก้อนเนื้อนูนสีเหลืองที่ตาขาว บ่งบอกถึงการเป็นโรคต้อลม
    • มีก้อนเนื้อสามเหลี่ยมจากตาขาว ลามถึงตาดำ บ่งบอกถึงการป่วยเป็นโรคต้อเนื้อ
    • กระจกตามีต้อสีขาว บริเวณตาดำ บ่งบอกถึงการป่วยเป็นโรคต้อกระจก โรคต้อหิน
  • อาการผิดปกติของการมองเห็น

การตรวจโรคตา

การตรวจโรคตาจักษุแพทย์จะซักประวัติการรักษาโรคตาที่เคยเป็นมาก่อน ประวัติพันธุกรรมโรคตา โรคประจำตัวที่เป็น การตอบสนองของรูม่านตาต่อแสง จากนั้นจะตรวจดวงตาภายนอก โดยใช้กล้องส่อง ดูกระจกตา รูม่านมา เนื้อตาขาว ตาดำ หากจำเป็นกรณีที่มีโรครุนแรงอาจต้องทำการตรวจด้วยรังสีเทคนิค หรือตรวจทางพยาธิวิทยาระดับเซลล์

  • การตรวจประวัติการรักษา โรคประจำตัว โรคตาที่เคยเป็น การมองเห็น รวมถึงประวัติญาติพ่อแม่พี่น้อง เพื่อประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม
  • การตรวจสายตา การส่องไฟดูรูม่านตา สภาพเนื้อตาภายนอก ว่ามีก้อนเนื้อ สีผิดปกติหรือไม่
  • การตรวจเลือดเพื่อดูค่าน้ำตาลในเลือด กรณีผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน
  • การตรวจเชื้อในตา เมื่อสงสัยว่าติดเชื้อ การป้ายเชื้อเพื่อส่งห้องปฏิบัติการเพาะเชื้อ
  • ตรวจด้วยเอกซ์เรย์หรือ เอ็มอาร์ไอ เพื่อดูเนื้องอกเมื่อสงสัยว่าเป็นมะเร็งตา
  • ตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง กรณีจำเป็นและต้องสงสัยว่าเป็นโรคมะเร็งตา

การป้องกันและดูแลสุขภาพจากโรคตา 

สามารถทำได้จากการระวังรักษาสุขภาพตามากขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัว ทั้งพฤติกรรมการใช้สายตา การปกป้องดวงตา การรับประทานอาหาร การรักษาความสะอาดส่วนตัว และการสร้างเสริมภูมิต้านทานร่างกาย

  • เลิกสูบบุหรี่ และดื่มสุรา เพราะส่งผลต่อหลอดเลือดตา ซึ่งมีความเปราะบางมากกว่าอวัยวะอื่น มีการติดเชื้ออักเสบได้ง่าย
  • ป้องกันไม่ให้เป็น ไม่ติดต่อเรื้อรัง ( NCDs ) ได้แก่ โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน 
  • รักษาความสะอาดไม่ให้ติดเชื้อที่ตาได้ ทั้งจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง เช่น ล้างมือทุกครั้งเมื่อหยิบจับสิ่งของ ล้างหน้าก่อนนอน ทำความสะอาดเตรื่องสำอางก่อนนอน ถอดทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ทุกวัน
  • ป้องกันแสงจ้า ลมแรง ฝุ่นควันต่างๆ ด้วยการสวมแว่นกันแดด แว่นกรองแสง แว่นกันลม แว่นปกป้องตาในโรงงานอุตสาหกรรม
  • ไม่ใช้งานตาหักเกินไป ไม่จ้องเพ่งตานานเกินไป เมื่อจำเป็นต้องอ่านหนังสือ ควรมีเวลาพักสายตา ทุกๆชั่วโมง ไม่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป พักสายตาเมื่อปวดตา หรือปวดศีรษะ
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีวิตามินเอสูง เช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ อาหารคลีน
  • พบจักษุแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติที่ตาหรือการมองเห็น ไม่ปล่อยไว้จนอาการแย่ลง
  • สร้างภูมิต้านทานร่างกาย โดยออกกำลังกานอย่างสม่ำเสมอ อ่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องครั้งละ 45 นาที

โรคต่างๆ ที่น่าสนใจ


เนื้อหาสุขภาพ
โรค โรคต่างๆ การรักษาโรค เรื่องโรค
โรคต่างๆ
สมุนไพร สมุนไพร พืชสมุนไพร สมุนไพรรักษาโรค
สมุนไพร
อาหารคลีน อาหารสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารลดความอ้วน
อาหารสุขภาพ
อาการป่วย อาการผู้ป่วย อาการของโรค โรค
อาการของโรค