ถุงยางอนามัย ป้องกันโรค ป้องกันตั้งครรภ์


ถุงยางอนามัย คือ อะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ผลิตมาจากอะไร วิธีใช้อย่างไร ป้องกันโรคได้ไหม มีกี่ชนิด มีกี่ประเภท ป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้ไหม บทความนี้จะเสนอข้อมูลให้ทราบ

ถุงยางอนามัย หรือ condom เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในขณะ มีเพศสัมพันธ์ วัสดุทำจากยางพารา หรือ โพลียูรีเทน มีทั้งของผู้หญิง และผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นคนใช้สวมครอบกับอวัยวะเพศ เมื่อ ฝ่ายชายนั้นหลั่งน้ำอสุสิ น้ำอสุจิจะถูกเก็บไว้ในถุงยางอนามัย ซึ่งช่วยป้องกันการคุมกำเนิด และ ช่วยป้องกัน โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถ้าหากใช้ถุงยางอนามัยอย่าถูกต้อง จะมีโอกาสตั้งครรภ์เพียง 2% เท่านั้น การใช้ถุงยางอนามัยครั้งแรกในประวัติศาสตร์ อย่างน้อยที่สุดเมื่อ 400 กว่าปีมาแล้ว เป็นการคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมมากตั้งแต่ คริสต์ศตรรษที่ 19 ซึ่งใช้มากในแถบยุโรป พบจากภาพเขียนผนังในประเทศฝรั่งเศส และ ต่อมา Goodyear and Hancock ได้ผลิตถุงยางที่มีส่วนผสมของกำมะถัน ซึ่งมันมีทั้งความยืดหยุ่น และ ความแข็งแรงด้วย

ความเป็นมาของถุงยางอนามัย

  • คริสต์ศักราช 1873 The Comstock Law ได้ห้ามไม่ให้มีการโฆษณาอุปกรณ์ที่ใช้ในการคุมกำเนิดทุกชนิด รวถึงอนุญาตให้ไปรษณีย์นั้นริบถุงยางอนามัยทั้งหมดที่มีจำหน่ายทางพัสดุ
  • คริสต์ศักราช 1900 Social hygienists ได้ต่อสู้เพื่อนที่จะยกเลิกการห้ามใช้ถุงยางอนามัย เหตุเกิดจาก  ทหารอเมริกาในสงความโลก ครั้งที่ 1 มีการเกิด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สูงมาก และ ในสงครามโลก ครั้งที่ 2 ติดโรคมากกว่า 70% ตั้งแต่นั้นมารัฐบาลอเมริกาก็ได้เริ่มรณรงค์ให้มีการใช้ถุงยาง
  • คริสต์ศักราช 1960 มีการปฎิวัติเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้มีผลนิยมการใช้ถุงยางอนามัยลดน้อยลง และ พบว่าวัยรุ่นนิยมมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย 20 ปีต่อมา เกอดโรคระบาดของเชื้อ HIV ซึ่งทำให้วัยรุ่นนั้นหันมาใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกครั้ง
  • ตั้งแต่คริสต์ศักราช 1990 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการผลิตถุงยางอนามัยออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก และ มีหลากหลายแบบให้เลือก มีกลิ่นและมีรสผลไม้ด้วย

วิธีใช้ถุงยางอนามัย

ผู้ใช้ถุงยางอนามัยจะต้องใส่และถอดออกให้ถูกวิธี โดต้องใส่เมื่ออวัยวะเพศนั้นแข็งตัว บีบปลายถุงยางเพื่อไล่ลมออก และ สวมลงไปบนอวัยะเพศแล้วรูดลงจนสุด เมื่อมีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้ว ต้องรีบดึงถุงยางอนามัยออกให้เร็ว เพื่อป้องการน้ำอสุจิหลุดเข้าไปในช่องคลอด

 ข้อควรระวังในขณะที่ใช้ถุงยางอนามัย

  • ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่เมื่อใช้ไปแล้ว และ ห้ามใช้เกิน 30 นาที
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับสารหล่อลื่นที่มีน้ำมันเป็นตัวละลาย
  • ไม่ควรใช้ถุงยางอนามัยสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
  • ไม่ควรใช้ถุงยางที่มีการฝังมุข เพราะไม่สามารุป้องกันการคุมกำเนิดได้ และ อาจจะทำให้เกิดอันตราย และ ติดเชื้อได้ด้วย

ข้อดีของถุงยางอนามัย

การเก็บรักษาถุงยางอนามัย

  • ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก
  • ควรเก็บในที่ที่อุณหภูมิมีความเหมาะสม และ พ้นแสงแดด
  • หากยังไม่ใช้ ไม่ควรเก็บถุงยางในลักษณะที่มีอะไรมากดทับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

โรคไมเกรน ปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวตุบๆ... โรคไมเกรน คือ อะไร ทำไมเป็นไมเกรน ปวดห้วไมเกรน ทำไมปวดหัวข้างเดียว รักษาไมเกรน สาเหตุไมเกรน อาการไมเกรน ไมเกรนกินยาอะไร ป้องกันไมเกรน บทความนี้จะเสนอข...
โรคเก๊าท์ ปวดหัวแม่นิ้วเท้า เดินไม่สะดวก... โรคเก๊าท์ (Gout) หมายถึงโรคที่เกิดจากการสะสมของตะกอนยูริคตามข้อต่อ จะมีอาการปวดตามข้อต่างๆทั่วร่างกาย ส่วนมากจะปวดบริเวณนิ้วหัวแม่เท้า เกิดอาการบวมแดง...
ไม่ได้สูบบุหรี่แต่อยู่ใกล้คนสูบ เลิกสูบมาเป็น 10 ปี เสี... ไม่ได้สูบบุหรี่แต่อยู่ใกล้คนสูบ เลิกสูบมาเป็น 10 ปี เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดไหม ? ทำไมถึงเป็นมะเร็งปอดทั้งที่ไม่สูบบุหรี่ เซลล์เปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็ง สัญญาณ...


โรคต่างๆ

เนื้อหาสุขภาพ

โรคต่างๆ

สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ