งูกัด อันตรายถึงตาย เรียนรู้ปฐมพยาบาลเอาตัวรอด


งูกัด คืออะไร ต้องทำอย่างไร งูชนิดไหนอันตราย งูเห่างูจงอางกัดทำอย่างไร ปฐมพยาบาลงูกัดทำอย่างไร งูสามเหลี่ยม งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ กัดตายไหม ฉีดเซรุ่มแก้พิษงู บทความนี้จะเสนอข้อมูลให้ทราบ

งูกัด ปฐมพยาบาลงูกัด งูเห่า งูจงอาง

งูกัด

หรือ Snake bite เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่พบได้บ่อยมากในประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีน้ำท่วม เพราะ ประเทศไทยนั้นอยู่ในเขตร้อน มีลักษณะภูมิอากาศ และ ภูมิประเทศ ที่มีเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตจำพวกงู ปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งเป็นปัญหางูกัดที่สำคัญและ เร่งด่วน คือ งูที่มีพิษกัด ถ้าหากไม่สามารถรักษาให้ทันเวลา และ รักษาให้ถูกต้อง อาจจะอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ชนิดของงูพิษ และ บริเวณที่พบ

  1. งูพิษที่มีผลโดยตรงต่อระบบประสาท
  • งูจงอาง จะพบมากในบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย และ ภาคกลางในบางจังหวัด
  • งูสามเหลี่ยม จะพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย
  • งูเห่าไทย จะพบได้ทั่วประเทศ แต่จะพบมากในบริเวณภาคกลาง และ ภาคเหนือตอนล่าง
  • งูเห่าพ่นพิษ จะพบมากที่สุดบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และ ภาคเหนือ
  1. งูพิษที่มีพิษต่อไต
  • งูแมวเซา อาจจะเกิดจากพิษของูโดยตรง หรือ เกิดจากผลทางอ้อม คือ เกิดภาวะช็อก ซึ่งสืบเนื่องมาจาก ฮีโมโกลบิน ที่ถูกขับออกทางไต
  • งูกะปะ
  • งูเขียวหางไหม้
  • งูเห่า
  1. งูพิษที่ส่งผลต่อระบบเลือด จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
  • กลุ่มแรก คือ Pit viper อาทิเช่น งูกะปะ จะพบมากในบริเวณภาคใต้ ฝั่งทะเลตะวันออก และ ภาคเหนือ
  • กลุ่มที่สอง คือ งูแมวเซา จะพบมากในภาคกลาง และ ภาคตะวันออก
  • อีกหนึ่งชนิด คือ งูเขียวหางไหม้ พบมากที่สุดบริเวณภาคกลาง (กรุงเทพมหานคร)
  1. งู Green mamba (Dendroaspis angusticeps) งูชนิดนี้จะมีผลต่อระบบประสาทโดยตรง พิษของมันนั้นจะทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต                

ผลข้างเคียงที่เกิดจากงูกัด

  • ผลที่เกิดจากการได้รับพิษงู ไม่ว่าจะเป็น ทางระบบประสาท หรือ ระบบเลือด มันจะทำให้เกิดภาวะไตวาย และการรักษาที่ถูกต้องนั้น คือ การที่ได้รับเซรุ่มแก้พิษงูตามชนิดของงู ร่วมกับการรักษาอาการแบบประคับประคอง ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว หรือ การหายใจล้มเหลวได้ เนื่องจากพิษของงูนั้นส่งผลต่อหัวใจ และจะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ผลเฉพาะจากพิษงู หรือ จากเอนไซม์ ซึ่งอาจจะมีสารบางชนิดในน้ำลายงู ที่จะทำให้เนื้อเยื่อตรงบริเวณที่ถูกงูกัดนั้น เป็นเนื้อเยื่อตายบริเวณกว้าง จะทำให้มีการสูญเสียกล้ามเนื้อเยื่อไป แผลบริเวณที่งูกัด เกิดการติดเชื้อ ซึ่งผู้ป่วยบางรายถึงขั้นต้องทำการปลูกถ่ายผิวหนัง โดยจะตัดบริเวณผิวหนังส่วนที่ดี มาปะส่วนที่เสียไป

 อาการที่เกิดขึ้นเมื่อถูกงูกัด

  • งูที่มีพิษต่อระบบประสาท จะทำให้เกิดการมองเห็นภาพซ้อน หนังตาจะตก ตามองเห็นไม่ชัด ส่วนมากแล้วจะเกิดภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากโดยกัด
  • จะมีรอบเขี้ยวงู 2 เขี้ยว จะรู้สึกเจ็บ ปวดแสบปวดร้อน
  • สีผิวบริเวณที่โดนกัดจะเปลี่ยนสี จากสีปกติก็จะคล้ำขึ้น หรือมีผิวหนังพองคล้ายๆกับถุงน้ำ
  • กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จะมีความอ่อนแรง
  • หายใจลำบาก เริ่มพูดไม่ชัด
  • งูที่มีพิษต่อระบบเลือด เลือดจะออกจากแผลต่างๆ ตามร่างกาย รวมทั้งแผลที่โดนกัด

 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังจากโดนงูกัด

  • ไม่ควรจะประคบตรงบริเวณที่งูกัด เพราะ มันจะทำให้พิษเข้าสูกะแสเลือดได้เร็วมากขึ้น
  • ไม่ควรใช้ปากดูดพิษออก เพราะ พิษนั้นจะก่ออันตรายให้กับผู้ที่ดูดพิษ
  • ไม่ควรให้ผู้ป่วยกินยาใดๆทั้งสิ้น แม้กระทั่งยาแก้ปวด ยกเว้นว่า จะไดรับคำแนะนำจากแพทย์
  • ไม่ควรให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวมาก เพราะ จะทำให้พิษงูเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว
  • ไม่ควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ หรือ อาหาร เพราะ อาจจะทำให้เกิดการสำลัก อุดทางเดินหายใจ และจะเสียชีวิตในที่สุด
  • ไม่ควรรัดแน่นจนเกินไปบริเวณที่โดนงูกัด การรัดแน่นจะทำให้เนื้อตาย หรือ บวม เพราะขาดเลือดไปเลี้ยง

 การปฐมพยาบาลเบื้อต้น เมื่อถูกงูกัด

  • ตรวจดูอาการบริเวณที่โดนงูกัด ถ้าหากว่าสีผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้น แสดงว่าถูกงูพิษกัด
  • ควรจะให้ผู้ป่วยนอนอยู่นิ่งๆ อย่าเคลื่อนไหว ให้บริเวณที่โดนงูกัดนั้นอยู่ต่ำกว่าระดับของหัวใจ เพื่อที่จะให้พิษของนั้นเข้าไปในกระแสเลือดช้า
  • ถอดแหวน หรือ ถอดสิ่งที่รัดตรงบริเวณที่โดนงูกัดออกให้หมด เพราะ ถ้าเกิดมันบวมจะถอดออกไม่ได้
  • หากิ่งไม้มาดาม บริเวณที่โดนงูกัด เพื่อลดการเคลื่อนไหว เพาะถ้าเกิดเคลื่อนไหวมากๆ พิษงูยิ่งเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว
  • หากทำได้ ควรจะตรวจดูชีพจรของผู้ป่วยว่าเร็วหรือช้า
  • รีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด อย่าวางใจว่าไม่ปวดมากเท่าไหร่

การรักษาเมื่อโดนงูกัด

  • อย่างแรกเลยแพทย์จะประเมินว่างูที่กัดนั้นมีพิษ หรือไม่ หากมีพิษเป็นพิษชนิดไหน และ พิษนั้นส่งผลต่อระบบอะไร
  • แพทย์จะประเมินระบบหัวใจ การหายใจ ทำงานผิดปกติหรือไม่
  • แพทย์จะสอบถามเรื่องงูที่กัด สอบถามเวลาที่ถูกกัดก่อนมาโรงพยาบาลกี่ชั่วโมง จะตรวจสอบว่างูนั้นกัดจริงหรือไม่ โดยดูจากรอยเขี้ยว
  • ในกรณีที่ผู้ป่วยนั้นโดยงูมีพิษกัด แต่ยังไม่แสดงอาการ แพทย์จะให้ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล เพื่อ ติดตามดูอาการ
  • แพทย์จะรักษาตามอาการที่พบ อย่างเช่น การให้เลือดและส่วนประกอบของเลือด ในกรณีที่พบว่าพิษนั้นมีผลต่อระบบเลือด
  • แพทย์จะใส่เครื่องช่วยหายใจ เมื่อผู้ป่วยเริ่มหายใจลำบากขึ้น เนื่องจาก พิษนั้นมีผลต่อระบบประสาท

ป้องกัน การโดนงูกัด

  • ไม่ควรเข้าไปในบริเวณที่มีงูชุกชุม หรือ บริเวณที่งูชอบซ่อนตัวอยู่ อย่างเช่น ท่อนไม้ ใต้ก้อนหิน
  • เมื่อต้องเดินเข้าไปในที่มืดๆ หรือ บริเวณรกๆ ควรจะนำไม้ไปเพื่อตีแหวกทาง เพื่อให้งูหนี และให้แน่ใจว่าไม่มีงู
  • หากต้องเข้าไปในบริเวณที่งูชุกชุม ควรใส่กางเกงขายาว และ รองเท้าบู๊ท

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

โรคพยาธิเส้นด้าย คันรอบทวาร เด็กอย่าเกา... โรคพยาธิเส้นด้าย คือ โรคอะไร พยาธิเส้นด้ายเป็นอย่างไร ทำไมถึงติดเชื้อ กำจัดพยาธิเส้นด้ายอย่างไร เมื่อป่วยแล้วต้องทำอย่างไร รักษาหายขาดไหม ป้องกันได้ไห...
โรคมโน โรคหลอกตัวเอง โรคน่าสงสารไม่รู้ตัวเอง... โรคมโน โรคหลอกตัวเอง คือ โรคอะไร ทำอย่างไรถึงจะหาย ทำไมชอบโกหกหลอกตัวเอง จะหลอกตัวเองเพื่อ อยากหายจากโรคหลอกตัวเอง ทำยังไงถึงจะยอมรับความเป็นจริง บทคว...
หัวล้านพันธุกรรม ทำไมผู้ชายหัวล้าน รักษาอย่างไร... หัวล้าน ทำไมผู้ชายหัวล้าน สาเหตุหัวล้าน พันธุกรรมหัวล้าน ยีนหัวล้าน หัวล้านแก้อย่างไร ป้องกันหัวล้านทำอย่างไร รักษาหัวล้านทำอย่างไร ยารักษาหัวล้าน กระ...


โรคต่างๆ

เนื้อหาสุขภาพ

โรคต่างๆ

สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ