เทพทาโร คือ สมุนไพรหายากชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้น มีสรรพคุณบำรุงระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่ บำรุงระบบทางเดินอาหาร ขับลมในลำไส้ ลดอาการจุดเสียดแน่นท้อง แก้กระเพาะอาหารอักเสบ แก้อาการไข้ อาการไอเรื้อรัง ใช้รักษาโรคบิด สามารถใช้ห้ามเทพทาโร ข่าต้น ตะไคร้ต้น กระเพราต้นเลือดในแผลสด แก้ฟกช้ำดำเขียว รักษาอาการปวดเมื้อยเนื้อตัว รักษาฝีลม แก้ปวดท้องน้อย ใช้ปรุงเป็นยาหอมลม บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณของเทพทาโรมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของเทพทาโร คือ Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm.

นอกจากนั้น เทพทาโรยังมีชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ คือ Cinnamomum parthenoxylon (Jack) Meisn. จัดอยู่ในวงศ์อบเชย ( LAURACEAE ) โดยมีชื่อท้องถิ่นภาษาไทยต่างๆ เรียกตามแต่ละท้องถิ่น ได้แก่ ข่าต้น (เรียกมากในกรุงเทพฯ), พลูต้นขาว (ภาษาถิ่นจังหวัดเชียงใหม่), ตะไคร้ต้น (เรียกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), เทพทาโร เทพธาโร (ภาษาถิ่นจังหวัดปราจีนบุรี), กะเพาะต้น กระเพราต้น พลูต้น (ภาษาถิ่นจังหวัดสระบุรี), จะไคหอม, จะไคต้น, จะไค้ต้น (เรียกมากในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ), จวง, จวงหอม, ไม้จวง (พบว่าเรียกมากในภาคใต้), มือแดกะมางิง, มือแดกะมาริง (ภาษาประจำถิ่นมลายู-ปัตตานี), เซียงจาง, หวางจาง (ภาษาจีนกลาง)

ลักษณะของเทพทาโร

เทพทาโร เป็น สมุนไพรประเภทไม้ยืนต้น อายุยาว ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ อาจสูงได้ถึง 25 เมตร เมื่อผ่าเนื้อไม้ออกมามีน้ำหนักเบาเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ และมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว คล้ายกลิ่นการบูร ลักษณะใบออกเป็นใบประกอบ ออกเรียงสลับมีขนาดกว้าง 3-6 เซนติเมตร และยาว 6-12 เซนติเมตร มีเส้นใบตรงกลางคล้ายขนนก โดยเรียงเป็นคู่ประมาณ 6-8 คู่ มีกิ่งขนาดเล็ก ลักษณะดอกมีขนาดค่อยข้างเล็ก ออกเป็นช่อเหมือนร่ม กลีบดอกมีจำนวน 6 กลีบ ลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีขาวอมเขียว โดยภายในดอกมีขนเล็กน้อย ลักษณะผล มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมไข่กลับสีดำ มีความยาวเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 มิลลิเมตร ตรงขั้วเมล็ดสีแดง รูปเป็นแบบลูกทรงกลมสามเหลี่ยม

สรรพคุณของเทพทาโร

เทพทาโร เป็น สมุนไพรไทยหายากในตำหรับยาโบราณ ปัจจุบันพบได้ไม่มากนัก ในส่วนใบพบน้ำมันระเหย 2.6-3.3% มีส่วนประกอบเช่น การบูร น้ำมันเขียว น้ำมันไพล น้ำมันสน ในเมล็ด กิ่ง เปลือกต้น และรากข่าต้น พบน้ำมันระเหยประมาณ 2-4% ในน้ำมันระเหยพบ Safrale 60-95%, Eugenol (น้ำมันกานพลู), Cinnamic Aldehyde และ B-pinene Phellandrene เทพทาโรมีสรรพคุณและการนำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้แก่

  • นำเมล็ดตากแห้ง ประมาณ 5 กรัม บดให้ละเอียดเป็นผง ชงกับน้ำอุ่น ใช้ดื่มแก้อาการไข้หวัด แก้อาการไอ อาการไอเรื้อรัง อาการตัวร้อน ออกหัดและตัวร้อน ตามตำหรับยาสมุนไทยโบราณ
  • เนื้อไม้แห้ง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวใช้เป็นยาหอมลม ใช้รักษาท้องขึ้น อืดเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย
  • สมัยโบราณใช้เป็นยาขับลมในลำไส้
  • ตำรายาโบาณระบุว่าเทพทาโรเป็นยาบำรุงธาตุ (ระบบทางเดินอาหาร)
  • ใช้ดองเหล้าเพื่อเป็นยาขับลม
  • เป็นยาแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ  แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้องน้อย  ขับลมในกระเพาะลำไส้
  • แก้บิด จะใช้เมล็ดข่าต้นประมาณ 5-8 กรัม นำมาต้มกับใบยูคาลิปตัสประมาณ 6-8 กรัม รับประทาน (ตำรับยานี้มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไอด้วย) (เมล็ด)
  • สามารถนำเนื้อไม้ ใช้ปรุงร่วมกับสะค้านและต้นดาวเรือง นำมารับประทานเป็นยารักษาฝีลม
  • ใช้เนื้อไม้ตากแห้ง เพื่อทำเป็นยาช่วยขับโลหิตและน้ำเหลือง
  • นำใบมาขยี้ประคบห้ามเลือดและช่วยสมานแผลสดให้หายเร็มขึ้น
  • นำรากมาดองเหล้าเพื่อใช้ดื่มแก้ฟกช้ำ ไขข้ออักเสบ เนื่องจากมีลมชื้นเกาะติดภายใน
  • ในตำรับยาโยราณแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย เช่น ปวดเส้นเอ็น ให้ใช้รากข่าต้นปริมาณ 20 กรัม, เจตมูลเพลิงปริมาณ 15 กรัม, โกฐหัวบัวปริมาณ 20 กรัม, โกฐเชียงปริมาณ 15 กรัม และโกฐสอปริมาณ 10 กรัม นำมารวมกันใช้แช่กับเหล้าดื่ม (ตำรับนี้ใช้เป็นยาขับลมชื้นในร่างกายได้เช่นเดียวกับการใช้รากของเพททาโรเดี่ยว ๆ)
  • มีการนำเนื้อไม้ทำเป็นไม้ตีพริก เพื่อทำให้พริกมีกลิ่นหอม และใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ได้ดี

ว่านดอกทอง หรือ ว่านมหาเสน่ห์ คือ สมุนไพร ขนาดเล็ก มีรากเหง้า เป็นไม้ล้มลุกอายุยาว เป็นไม้ดอกไม้ประดับสำหรับปลูกตามแปลงจัดสวน และยังมีสรรพคุณตามความเชื่อโบราณว่าเป็นว่านเมตตามหานิยม และมหาเสน่ห์ เป็นยาบำรุงระบบทางเดินอาหาร ว่านดอกทอง ส่านมหาเสน่ห์ ว่านดินสอฤาษี านดอกทองกระเจาช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้น ช่วยขับลมในระบบย่อยอาหาร ขับเหงื่อได้ดีทำให้สดชื่น ช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฝ้อได้ กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ บทความนี้จะรวบรวมสรรพคุณของว่านดอกทองมาให้ทราบกัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของว่านดอกทอง คือ Curcuma spp. 

ว่านดอกทองเป็นพืชเหง้าที่อยู่ในวงศ์เดียวกับขิง ( ZINGIBERACEAE ) โดยมีชื่อท้องถิ่นเรียกแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ เช่น ว่านดอกทองกระเจา, นมหาเสน่ห์ (รากราคะ, ว่านรากราคะ), ว่านมหาเสน่ห์ดอกทอง, ว่านดอกทองแท้, ว่านดอกทองตัวผู้, ว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี) พบมากในทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี ลำปาง และตาก

ลักษณะพกฤษศาสตร์ของว่านดอกทอง

ว่านดอกทอง เป็นพืชประเภทมีหัว หรือเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเหง้าเป็นรูปทรงกลม มีการแตกแขนงเป็นไหลขนาดเล็กออกด้านข้าง ลำต้นมีความสูงของต้นประมาณ 1 ฟุต มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบมีสีเขียว ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม คล้ายใบของต้นขมิ้น มีการแตกแขนงเป็นไหลขนาดเล็ก มีขนาดยาวประมาณ 5-10 นิ้วส่วนรากเป็นเส้นใหญ่ ไม่แตกเป็นรากฝอยมีดอกที่แทงขึ้นมาจากเหง้าหลักที่อยู่ใต้ดินก่อนที่จะงอกของใบ ว่านดอกทองนั้นจะขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ ควรจัดวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไรพอสมควร โดยจะออกดอกในช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องไปจนถึงฤดูฝนของทุกปี และกลิ่นของดอกว่านทั้งสองนั้นจะมีกลิ่นหอมเย็นและคาวคล้ายกับกลิ่นของ “อสุจิ”

ประเภทของว่านดอกทอง

ว่านดอกทอง แบ่งออกเป็นต้นตัวผู้และตันตัวเมีย โดยสามารถแยกความแตกต่างได้จาก หัว ใบ และดอก โดยต้นตัวผู้จะมีหัวที่มีเนื้อเป็นสีเหลือง ส่วนเนื้อในหัวของว่านดอกทองตัวเมียจะมีสีขาว ใบของว่านดอกทองตัวผู้เส้นกลางใบ และกาบใบจะมีสีแดงเรื่อ ส่วนในตัวเมียจะมีสีเขียว ดอกของต้นตัวเมียจะเป็นสีขาว กลีบปากดอกสีขาวมีแถบกลางเป็นสีเหลือง  ส่วนตัวผู้มีดอกเป็นสีเหลือง สรรพคุณพบว่าทั้งต้นตัวผู้และตัวเมีย มีสรรพคุณไม่แตกต่างกัน สามารถใช้ได้ทั้งสองประเภท

สรรพคุณของว่านดอกทอง 

นอกจากจะใช้ว่านดอกทองเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ไม้มงคล ตามตำราเมตตามหานิยมแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรโบราณอีกมากมาย ได้แก่

  • เป็นยาบำรุงระบบทางเดินอาหาร นิยมใช้ส่วนหัวมาใช้เป็นยาสมุนไพรดื่มช่วยให้เจริญอาหารได้ ในผู้ที่รับประทานอาหารได้น้อยให้รับประทานได้มากขึ้น
  • ช่วยขับลมในกระเพาะและระบบทางเดินอาหาร ลดอาการอึดอัดท้อง แน่นท้องได้ดี
  • ช่วยขับเหงื่อหรือของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น เป็นยาบำรุงร่างกาย
  • ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฝ้อ หลังจากรับประทานอาหารมากเกินไป ทำให้ระบบย่อยอาหารทำานได้ดีขึ้น
  • ใช้เป็นน้ำหอมฟีโรโมนสำหรับคนโบราณ เชื่อว่า นำมาใช้บดรวมกับสีผึ้งทาปาก ใช้น้ำมันทาตัว เมื่อถึงคราวจะไปพบหญิงสาว สตรีคนใดที่ต่อคารมด้วยเมื่อได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง ก็มักจะใจอ่อนคล้อยตามโดยง่าย
  • ใช้เป็นยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ทั้งนำมาผสมกับน้ำดื่ม หรือ กลิ่นของดอกก็มีผลทำให้เกิดความต้องการทาเพศมากขึ้น

ประโยชน์ของว่านดอกทอง

ว่านดอกทองเป็นไม้โบราณหาพันธุ์แท้ค่อนข้างยาก มีประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย ได้แก่

  • ใช้เป็นส่วนผสมสำหรับในการทำพระเครื่อง เพราะ มีความเชื่อในเรื่องของเมตตามหานิยม ทำให้ผู้ครอบครองมีเสน่ห์มากขึ้น
  • ใช้ดอก และเหง้า นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย นำมันนวด ใช้ทาผม ทาผิว ทาริมฝีปาก เป็นน้ำมันมหาเสน่ห์
  • ใช้ปลูกเป็นไม้มงคล เชื่อว่าร้านค้าขายใดปลูกว่านดอกทองตัวเมียปลูกไว้หน้าร้าน จะช่วยทำให้ค้าขายดีมากขึ้น มีลูกค้าเข้าออกร้านไม่ขาดสายตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านสถานบันเทิงต่าง ๆ ที่มีคนเข้าออกจำนวนมาก เช่น ร้านจำหน่ายเหล้า เบียร์ หากมีไว้จะดีมาก ช่วยดึงดูดลูกค้า นอกจากนั้น ตามบ้านเรือนยังนิยมยังนิยมปลูกหน้าบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือน เพื่อนบ้านรักใคร่

สมุนไพร คือยาที่ได้จากธรรมชาติ ใช้ในการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย สมุนไพรที่ได้จากพืช จะใช้ส่วนต่างๆของพืช เช่น ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด ราก หัว ต้น แก่น กระพี้ เนื้อไม้ เปลือกไม้ เป็นต้น
หมามุ่ย เม็ดหมามุ่ย เมล็ดหมามุ่ย ต้นหมามุ่ย
หมามุ่ย
หญ้าแพะหงี่ สมุนไพรหญ้าแพะหงี่ Horny goat weed ยาหญ้าแพะหงี่
หญ้าแพะหงี่
ว่านชักมดลูก สมุนไพรชักมดลูก ยาว่านชักมดลูก ต้นว่านชักมดลูก
ว่านชักมดลูก
มะเขือเทศ สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรถคุณของมะเขือเทศ
มะเขือเทศ
ม้ากระทืบโรง สมุนไพรม้ากระทืบโรง ยาม้ากระทืบโรง ยาดองม้ากระทืบโรง
ม้ากระทืบโรง
โสม โสมเกาหลี โสมขาว สมุนไพรโสม
โสม
กวาวเครือขาว กวาวเครือ หัวกวาวเครือขาว สมุนไพรกวาวเครือขาว
กวาวเครือขาว
ถั่งเช่า ตังถั่งเช่า สมุนไพร สมุนไพรจีน
ถั่งเช่า
โรคและการรักษาโรค คือ ความผิดปกติของร่างกายที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ โรคต่างๆ เป็นอย่างไร อาการของโรค การรักษาโรค ชนิดของโรค
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคอ้วน
โรคอ้วน
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคระบบประสาทและสมอง
โรคระบบประสาทและสมอง
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคตา
โรคตา
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคหูคอจมูก
โรคหูคอจมูก
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคทางเดินอาหาร
โรคระบบทางเดินอาหาร
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคติดเชื้อ
โรคติดเชื้อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคติดต่อ
โรคติดต่อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคระบบฮอร์โมน
โรคระบบต่อมไร้ท่อ
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคไต
โรคไต
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคข้อและกระดูก
โรคข้อและกระดูก
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้
โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ โรคมะเร็ง
โรคมะเร็ง