โรคระบบทางเดินอาหาร พบบ่อยทุกเพศทุกวัย ควรใส่ใจความสะอาด



โรคระบบทางเดินอาหาร หรือ Digestive disease หมายถึงอาการผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งรวมไปถึงอวัยวะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหาร ซึ่งพบได้ในทุกเพศทุกวัย ที่พบบ่อยคือจะมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง จะไม่ทำให้เสียชีวิต แต่ในกรณีที่รุนแรง ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จากโรคระบบทางเดินอาหารจะเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

โรคระบบทางเดินอาหาร กรดไหลย้อน โรคกระเพาะ ไส้ติ่งอักเสบ

อวัยวะในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ช่องปาก ช่องคอ ลำคอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก

อวัยวะที่ส้รางน้ำย่อย ได่แก่ ตับ ถุงน้ำดี ท่อน้ำดี ตับอ่อน

โรคระบบทางเดินอาหาร มีสาเหตุการเกิดจาก 

  1. เป็นโรคมะเร็ง ทั้งมะเร็งจากอวัยวะในระบบทางเดินอาหารเองหรือมะเร็งที่แพร่มาจากอวัยวะอื่น
  2. การดื่มสุราหนัก พบว่าแอลกอฮอล์มีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหาร
  3. เกิดจากการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
  4. จากกรรมพันธุ์ พบว่าผู้ป่วยโรคลำไส้ใหญ่อักเสบมักมีญาติพ่อแม่พี่น้องที่ป่วยเช่นกัน
  5. การทำงานที่ผิดปกติ ซึ่งอาจจะมาจากความเครียด ทำให้เกิดความแปรปวน ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  6. เชื้อโรคต่างๆ ทั้งจากเชื้อแบคทีเรีย และจากไวรัส
  7. อุบัติเหตุต่างๆที่ทำลายอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร
  8. การสูบบุหรี่
  9. พฤติกรรมการกิน เช่น กินรสจัด กินอาหารไม่สะอาด กินอาหารดิบ เคี้ยวไม่ละเอียด กินมากเกินไป ไม่กินเส้นใยอาหาร

โรคระบบทางเดินอาหาร มีหลายโรคประกอบด้วย

  1. กลุ่มสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ได้แก่ โรคอาหารเป็นพิษ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคไส้ติ่งอักเสบ โรคไทฟอยด์ โรคบิด อหิวาตกโรค โรคไวรัสตับอักเสบ โรคพยาธิ โรคเอดส์
  2. กลุ่มสาเหตุมาจากโรคมะเร็ง ได้แก่ โรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งหลอดอาหาร โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
  3. กลุ่มสาเหตุมาจากพฤติกรรมการดำรงชีวิต ได้แก่ โรคอาหารไม่ย่อย โรคท้องอืดท้องเฟ้อ โรคตับแข็ง โรคริดสีดวงทวารหนัก โรคไส้เลื่อน โรคกรดไหลย้อน โรคนิ่วในถุงน้ำดี

โรคระบบทางเดินอาหาร มีอาการที่ผู้ป่วยควรสังเกตุตนเอง ได้แก่

  1. เจ็บชายโครงด้านขวา อาจจะมาจากตับโต
  2. ไม่ขับถ่ายหรือผายลม
  3. ตาเหลือง
  4. อุจจาระมีเลือดปน
  5. ท้องผูกท้องเฝ้อ
  6. ท้องเสีย
  7. อาเจียร
  8. ท้องอืด
  9. ขาดน้ำรุนแรง
  10. มีไข้

โรคระบบทางเดินอาหาร มีการวินิจฉัยโรคโดย

  1. การตรวจประวัติการรักษา ตรวจร่างกายทั่วไป
  2. การตรวจอุจจาระหาเชื้อโรคต่างๆ
  3. การตรวจช่องท้อง ด้วยเอกซ์เรย์ หรือ เอมอาร์ไอ
  4. การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้
  5. การตัดชิ้นเนื้อ เพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา

โรคระบบทางเดินอาหาร รักษาได้โดย

  1. การให้ยาเพื่อรักษาตามอาการที่พบ เช่น ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  2. การผ่าตัด เช่น การผ่าตัดไส้ติ่ง โรคมะเร็งในระยะต้น
  3. การใช้รังสี และเคมีบำบัด ในโรคมะเร็งระยะท้าย
  4. การบรรเทาอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด การให้น้ำเกลือ

โรคระบบทางเดินอาหาร มีวิธีดูแลและป้องกันตนเองโดย

  1. รักษาความสะอาดพื้นฐาน ทั้งอาหารและน้ำดื่ม ควรรับประทานอาหารที่มั่นใจว่าสะอาดถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อต่างๆ
  2. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ทานรสจัด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ
  3. งดดื่มสุรา และค่อยๆลดจนสามารถเลิกได้
  4. งดสูบุหรี่ และค่อยๆลดปริมาณการสูบจนสามารถเลิกได้ ทั้งนี้คนรอบข้างต้องให้กำลังใจ
  5. การรับวัคซีนต่างๆ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ โรคไทฟอยด์ อหิวาตกโรค
  6. หากเกิดอาการผิดปกติตามที่กล่าวข้างต้นให้รีบพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งคัด
  7. อุจจาระสามารถบอกโรคได้ หมั่นสังเกตุอุจจาระตนเอง



โรคต่างๆ


สมุนไพร

อาหารสุขภาพ

อาการป่วยต่างๆ